
กรมธนารักษ์ส่งสัญญาณเดินเกมเชิงรุกมากกว่าการเป็น “ผู้ดูแลทรัพย์สินของรัฐ” ภายใต้นโยบาย สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร ด้วยเป้าหมายเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินแผ่นดิน ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ล่าสุดรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีงบฯ 2569 จัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุและเหรียญกษาปณ์แล้วราว 8,229 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 11,900 ล้านบาท และคาดว่าจะปิดปีเกินเป้าไม่น้อยกว่า 20% สะท้อนศักยภาพทรัพย์สินรัฐที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มากขึ้น
ในเชิงตลาดอสังหาฯ ประเด็นที่ต้องจับตาคือ “อุปทานที่ดินพรีเมียมของรัฐ” ที่กำลังถูกปล่อยเข้าระบบผ่านการประมูลและต่อสัญญาเช่าอย่างเป็นระบบ กรมฯ เตรียมเปิดประมูลที่ดินราชพัสดุแปลงสำคัญ เช่น พื้นที่โรงพยาบาลเดิมของโรงยาสูบ “บ้านพายัพ” เขตพระนคร แปลงริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งคลองสานติดไอคอนสยาม สนามกอล์ฟบางพระพร้อมโรงแรมรวมกว่า 633 ไร่ และแปลงเด่นในจังหวัดภูเก็ตอีกราว 40 ไร่ รวมถึงเร่งต่อสัญญาเช่าทั่วประเทศ (รอบทุก 3 ปี) ให้เป็นปัจจุบัน อัปเดตนี้มีนัยต่อผู้พัฒนาและนักลงทุน เพราะเป็นโอกาสเข้าถึงที่ดินทำเลหายากในราคาที่โปร่งใส ผ่านกรอบสัญญากับรัฐที่ชัดเจน
ด้านสังคม กรมธนารักษ์เดินหน้าโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินบนที่ราชพัสดุ ด้วยการรับรองสิทธิและจัดให้เช่าอย่างถูกต้องแก่ผู้ครอบครองเดิมก่อน 4 ต.ค. 2546 ปี 2569 ตั้งเป้าจัดทำแผนที่และจัดเช่า 5,000 ราย และเริ่มมอบสัญญาเช่าระยะแรกใน 6 พื้นที่ตั้งแต่เมษายนเป็นต้นไป ช่วยลดข้อพิพาท สร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย และต่อยอดเศรษฐกิจฐานราก
อีกไทม์ไลน์สำคัญสำหรับผู้ถือครองที่ดิน ผู้ซื้อ-ผู้ขาย และนักพัฒนา คือ “ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่” ปี 2570–2573 ซึ่งกรมฯ จะประกาศวันที่ 1 ธ.ค. 2569 และมีผล 1 ม.ค. 2570 โดยคาดว่าที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลจะปรับเพิ่มไม่เกิน 10% สอดคล้องสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน วิธีประเมินใหม่จะอิงข้อมูลตลาดล่าสุดย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี และคืบหน้าในระดับจังหวัดแล้วกว่า 90% นัยสำคัญคือฐานคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้นทุนโอน และการวางแผนซื้อขายปลายปี 2569–ต้นปี 2570 ที่ควรเตรียมงบประมาณและจังหวะธุรกรรมให้เหมาะสม
ในมิติ Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กรมฯ ใช้ “พิพิธบางลำพู” เป็นเวทีกิจกรรม Meet the Press โชว์บทบาทพิพิธภัณฑ์ชุมชนเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ อาหาร และกิจกรรมท้องถิ่น พร้อมนำร่องโครงการ Muse’s Table เพื่อยกระดับพิพิธภัณฑ์ให้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีแผนออกเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก อาทิ ครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ ร.8 และ 100 ปี ราชบัณฑิตยสภา ตามกำหนดในปีงบประมาณ 2569
สรุปภาพรวมสำหรับคนซื้อบ้าน-นักลงทุน: จับตาการประมูลที่ดินรัฐทำเลพรีเมียมซึ่งอาจเปิดโอกาสพัฒนาโครงการใหม่ใกล้ริมน้ำและเมืองท่องเที่ยว ควบคู่กับการปรับราคาประเมินต้นปี 2570 ที่มีผลต่อภาษีและต้นทุนโอน ส่วนชุมชนฐานรากได้ประโยชน์จากความมั่นคงในการอยู่อาศัยผ่านโครงการเอื้อราษฎร์ ภาพทั้งหมดชี้ว่า “ทรัพย์สินของรัฐ” กำลังถูกแปลงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและเมืองอย่างมีนัย และผู้เล่นในตลาดควรวางแผนล่วงหน้ารับจังหวะใหม่นี้ตั้งแต่ตอนนี้