
ตลาดบ้านปีที่แล้วหดตัวกว่า 17% ผู้ซื้อระมัดระวังขึ้นและเลือกโครงการที่คุ้มค่าจริง ลลิล พร็อพเพอร์ตี้จึงวางเกมปี 2569 แบบเน้นคุณภาพ ความคล่องตัว และนวัตกรรม ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมเปิด 4–6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500–4,500 ล้านบาท ครอบคลุมทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวช่วงราคา 2–12 ล้านบาท ตรงกลุ่มอยู่จริง (Real Demand) ที่มองทั้งฟังก์ชันและความคุ้มค่าระยะยาว
มุมมหภาค ลลิลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ฟื้นช้า กำลังซื้ออ่อนแต่ได้แรงหนุนจากท่องเที่ยวและเงินลงทุนต่างชาติ ขณะที่ซัพพลายในตลาดลดลงจากผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการ ทำให้การแข่งขันเหลือผู้เล่นมืออาชีพมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยง Oversupply ฝั่งผู้ซื้อจึงได้ประโยชน์จากสินค้าที่ “ตรงโจทย์มากขึ้น” แทนการเร่งปริมาณ
กลยุทธ์แกนของลลิลคือ “เติบโตอย่างยั่งยืน” รักษาสภาพคล่อง คุมหนี้ต่อทุนให้อยู่ในโซนปลอดภัย เปิดโครงการเท่าที่มั่นใจด้วยข้อมูลเชิงลึก บริหารคุณภาพทั้งตัวบ้าน ระบบ และคน พร้อมยกระดับตามแนว ESG เพื่อปูทางสู่การเป็น National Property Company จุดยืนนี้เสริมด้วยการกระจายแหล่งเงินและวงเงินสำรองจากหลายธนาคาร ลดความเสี่ยงด้านการเงินในสภาพตลาดผันผวน
ในฝั่งสินค้า บริษัทเดินหน้าปรับแบบบ้านให้สอดคล้องกำลังซื้อและการใช้งานจริงในแต่ละทำเล ภายใต้แบรนด์ ไลโอ แลนซีโอ บ้านลลิล และลลิล กรีนวิลล์ โดยจุดเด่นที่สร้างการจดจำคือดีไซน์สไตล์ French Colonial ที่ผสานความคลาสสิก หรู และฟังก์ชันลงตัว ซึ่งตลาดตอบรับต่อเนื่องในเซกเมนต์กลางถึงบน สะท้อนภาพแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและรายละเอียด
สำหรับคนมองหาบ้าน ปีนี้สมการตัดสินใจชัดขึ้น: ซัพพลายลดลง ผู้เล่นแข็งแรงขึ้น โครงการจึงต้องแม่นยำกว่าเดิม ลลิลโฟกัสสินค้าที่ “พอดีกับชีวิตและงบประมาณ” มากกว่าการไล่เปิดจำนวน ทำให้ผู้ซื้อได้บ้านที่ใช่ในทำเลที่เหมาะ โดยมีผู้พัฒนางบดุลแข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการก่อสร้างและการโอน ในจังหวะที่ตลาดกำลังค่อยๆ ฟื้นและแข่งขันด้วยคุณภาพมากกว่าปริมาณ