ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีแห่งการ “บุกแหลก” ของวงการอสังหาฯ แต่เป็นปีแห่งการ “เอาตัวรอด”
ล่าสุด CHEWA (ชีวาทัย) ประกาศเกมรุกที่ดูเหมือนถอย ด้วยการ “ชะลอเปิดโครงการใหม่” ในปีนี้ แต่เบื้องหลังคือการอ่านเกมขาดในวันที่ธนาคารไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “ผู้ให้กู้” แต่กลายเป็น “ผู้บริหารความเสี่ยง” เต็มตัว

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดอสังหาฯ?
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) พุ่งแตะ 40-70% โดยเฉพาะกลุ่ม Freelance และ SME ที่ถูกตรวจสอบย้อนหลังเข้มงวด
สถานการณ์นี้ทำให้ Developer หลายรายมีของดีอยู่ในมือ แต่ลูกค้ากู้ไม่ผ่าน… CHEWA จึงเลือกแก้เกมด้วย 3 กลยุทธ์ที่คนหาบ้านและนักลงทุนต้องรู้:

1. Cash is King: เปลี่ยนสต็อกเป็นเงินสด
แทนที่จะถมเงินไปสร้างตึกใหม่ CHEWA เลือกโฟกัสที่ Inventory หรือโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว โดยจัดแคมเปญ “MEGA SALES” และระบายสต็อกเพื่อดึงกระแสเงินสดกลับเข้าบริษัท นี่คือจังหวะทองของคนที่มีเครดิตดี เพราะจะได้ของดีในราคาที่ผู้ประกอบการยอมลดกำไรเพื่อแลกสภาพคล่อง

2. Financial Consultant: เมื่อลูกค้ากู้ยาก ก็ต้องช่วยดันให้ผ่าน
จุดเจ็บปวดที่สุดของคนอยากมีบ้านคือ “กู้ไม่ผ่าน” CHEWA จึงส่งทีมที่ปรึกษาการเงินประกบลูกค้า ช่วยเคลียร์หนี้ จัดเอกสาร ปรับวินัยการเงิน บางเคสใช้เวลาดูแลกว่า 6 เดือนจนกู้ผ่าน นี่คือบริการที่ตอบโจทย์ Real Demand ในวันที่แบงก์เขี้ยวลากดิน

3. สะสมที่ดิน รอวันฟ้าเปิด
แม้ไม่เปิดขาย แต่ไม่ได้หยุดทำงาน CHEWA ซุ่มเก็บที่ดินศักยภาพ 2-3 แปลง และเดินหน้าทำ EIA ให้เสร็จสรรพ เพื่อรอจังหวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัว ก็พร้อมเปิดขายได้ทันที (First Mover Advantage) โดยยังย้ำจุดยืนเจ้าตลาด คอนโด Low-rise ที่ถนัด

บทสรุป: แม้ปี 2568 จะขาดทุนจากการปรับโครงสร้างต้นทุน แต่เป้ารายได้ 1,200 ล้านบาทในปี 2569 และ Backlog ในมือกว่า 1.2 พันล้าน สะท้อนว่า CHEWA กำลังจัดทัพใหม่ให้ “ลีน” และ “คล่องตัว” เพื่อรอวันที่กำลังซื้อกลับมา