
ช่วงนี้คอนโดฝั่งธนฯ ดูคึกคักกันมาก จากการเปิดตัวใหม่ของหลายโครงการที่มีราคาน่าสนใจ แต่ไม่มีคอนโดใหม่โครงการไหนติดรถไฟฟ้า 0 เมตร แบบคอนโดที่เราจะพาไปชมในวันนี้ “ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร” (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) คอนโดสูงแห่งเดียวที่อยู่ “ติดรถไฟฟ้าสายสีลม สถานีโพธิ์นิมิตรแบบ 0 เมตร” ที่เพิ่งสร้างเสร็จพร้อมอยู่ มีราคาเริ่มต้นน่าสนใจมากแค่ 2.89 ลบ.* (1 Bed 29 ตร.ม.)
และยิ่งดูคุ้มเลยเมื่อเทียบกับ Sky Facility เต็มพื้นที่ 3 ชั้นบนสุด เทียบกับ 600 กว่ายูนิตในโครงการถือว่าแชร์กันใช้ได้สบาย และวิวก็ดีมากกกก บนชั้นสูงเห็นตั้งแต่วัดพระแก้ว ไอคอนสยาม ไปจนถึงโค้งแม่น้ำฝั่งพระราม 3 (แถมสถานีนี้ยังไม่มีคอนโดสูงขึ้นในระยะประชิดด้วย)
ข้อดีของคอนโดติดรถไฟฟ้าเลยคือ ไม่ใช่แค่ใกล้ พอลงรถไฟฟ้าปุ๊บก็ถึงโครงการแบบไม่ต้องเดินเลย ประเด็นนี้ผู้ปกครองชอบมาก ที่นี่จึงเป็นการเลือกซื้อความปลอดภัยในการเดินทางให้ลูกหลาน ส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียนโซนบางรัก หรือคนทำงานโซนสีลม-สาทรที่มองหาคอนโดติดรถไฟฟ้าพร้อม Facility ส่วนกลางแบบจัดเต็ม ในราคาสมเหตุสมผล ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์ เพราะมีราคาถูกสุดเมื่อเทียบกับคอนโดติด BTS 0 เมตร ใน 4 สถานีธนบุรี-ตลาดพลู เลยค่ะ
พูดถึงสถานีโพธิ์นิมิตรเป็นสถานีที่อยู่ระหว่างสถานีวงเวียนใหญ่และตลาดพลู เวลามีโครงการคอนโดมาเปิดก็จะไปเปิดสองสถานีข้างๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงกว่า แต่…นั่นทำให้สถานีโพธิ์นิมิตรนี้จะเงียบสงบมากกว่า และได้คอนโดติดรถไฟฟ้าในราคาเริ่มต้น2.89 ลบ.* (1 Bed 29 ตร.ม.) ซึ่งเราหาราคาแบบนี้ที่สถานีข้างเคียงไม่ได้แล้วนะคะ และทางโครงการก็มีการแก้เกมด้วย “Commercial Area หน้าโครงการ” ในอนาคตจะมีร้านค้ารวม 6 ยูนิต ถ้ามีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อมาลงก็น่าจะเพิ่มเติมความสะดวกให้กับคนที่อยู่โครงการได้มากขึ้น
แบบห้องมีให้หลากหลายดีนะ ทั้ง Studio, 1 Bedroom , 2 Bedrooms และก็ยังมีห้อง Loft ขายด้วย โดยห้องที่นี่จัดว่า “หน้ากว้างทุกแบบ” ได้ความโปร่งโล่งกว่าคอนโดส่วนใหญ่ในโซนนี้ กับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 110,000 บาท/ตร.ม. ถือว่าราคาน่าสนใจเลยทีเดียว
ในส่วนของการลงทุน เป็นข้อได้เปรียบของคอนโดติดรถไฟฟ้า 0 เมตรที่มีความต้องการเช่าสูง มีโอกาสปล่อยเช่าได้เร็วเพราะเดินทางสะดวก แต่ก็ต้องแลกกับราคาซื้อที่สูงกว่าทำเลที่ห่างจากรถไฟฟ้าออกไปหน่อยเช่นกัน ดูจากเรทค่าเช่าแล้วโครงการนี้น่าจะได้ yield ประมาณ 5% ต่อปี ถือว่าตามเกณฑ์ทั่วไป แต่ถ้าครอบครัวไหนซื้อไว้ให้ลูกอยู่ตอนเรียน แล้วหลังจากนั้นอยากปล่อยเช่าต่อ คอนโดติด BTS สายสีลมแบบนี้ก็การันตีผู้เช่าได้ดีค่ะ
ข้อมูลโครงการ
ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) ณ วันที่ 26 มกราคม 2569
| ชื่อโครงการ | Quintara MHy’DEN Pho Nimit (ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนตากสิน-เพชรเกษม เขตกรุงธนบุรี |
| ที่ดิน | 2-2-78.7 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | High Rise 40 ชั้น 1 อาคาร |
| จำนวนยูนิต | 628 ยูนิต และ Shop 6 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 264 คัน คิดเป็น 42% |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2566 |
| ก่อสร้างแล้วเสร็จ | เดือนธันวาคม ปี 2568 |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ฝ้าเพดานสูง | 2.65 เมตร ในแบบห้องปกติ และ 4.7 เมตร ในแบบห้อง Loft |
| ราคาเริ่มต้น | 2.59 ล้านบาท (เป็นห้อง Studio ขายแบบ Fully Furnished) |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | 110,000 บาท/ตร.ม. |
| เว็บไซต์โครงการ | quintara-mhyden.estarpcl.com |
| Call Center | 091 – 949 – 0000 |
ทำเลที่ตั้ง
พิกัด Google Maps : 13.7185656 , 100.4673725
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) ตั้งอยู่ตรงไหน?
ทำเลของควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) นั้นเหมาะสำหรับคนที่ทำงานในโซนสีลม-สาทร หรือผู้ปกครองที่มีลูกๆ เรียนอยู่แถวบางรัก เพราะติดรถไฟฟ้าสายสีลมที่เดินทางง่ายไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และ ราคาของคอนโดมิเนียมฝั่งนี้จะต่ำกว่าคอนโดที่อยู่ใกล้สาทรหรือสีลม
ซึ่งจริงๆ สถานียอดนิยมทางฝั่งธนฯที่มักจะมีคอนโดเกิดขึ้นก็จะเป็นสถานีกรุงธนบุรีหรือวงเวียนใหญ่ ซึ่งข้ามฝั่งมาไม่นาน แล้วก็จะเป็นสถานีตลาดพลูที่เป็นสถานีที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ใกล้เดอะมอลล์ท่าพระ และตลาดพลูย่านดังของกินอร่อยค่ะ
ส่วนที่ตั้งของโครงการ ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) จะอยู่ติดกับรถไฟฟ้า BTS สถานีโพธิ์นิมิตร ซึ่งอยู่ระหว่างสถานีวงเวียนใหญ่และสถานีตลาดพลูที่บอกไป สถานีนี้ในแง่ความอุดมสมบูรณ์ ร้านอาหาร ตลาดจะมีไม่มากนัก แต่ร้านอาหารใน Grab เพียบเพราะสถานีข้างๆ มีร้านค้าเยอะมาก เป็นสถานีเงียบๆ ที่ไม่มีคอนโดมาเปิดเท่าไหร่ แต่ก็จะมีข้อดีอยู่ที่ 1) ได้ความสงบ 2) ราคาที่ต่ำกว่าคอนโดสถานีข้างเคียง 3) เป็นโครงการเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ที่ติดรถไฟฟ้า ออกจากหน้าโครงการก็เจอทางขึ้นลงสถานีเลยค่ะ
บรรยากาศจากสถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิตรมายังโครงการ
บรรยากาศจากสถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิตรมายังโครงการ
โครงการ ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) อยู่ติด BTS โพธิ์นิมิตร ทางออก 2 แค่ลงบันไดมาก็ถึงประตูทางเข้าโครงการเลย
ร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อใกล้โครงการ
ร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อใกล้โครงการ
รอบๆ โครงการจะมีร้านอาหารและคาเฟ่กระจายตัวอยู่ 2 ฝั่งถนน อย่างในฝั่งเดียวกับโครงการจะมีร้านตุ้ยหมูกระทะ และหน้าโครงการเลยก็มีคาเฟ่ Ourlog.bkk หรือถ้าข้ามฝั่ง BTS มาจะมี 7- eleven เดินข้ามได้ที่ตัวสถานีรถไฟฟ้าเลย และใกล้ๆ 7-eleven ก็จะมีคาเฟ่ 88 Ounce Cafe ค่ะ
นอกจากความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินได้ใกล้ๆ แล้ว ทำเลนี้ยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบเลยค่ะ ไล่มาตั้งแต่ตลาดชื่อดังของย่านอย่างตลาดพลู ถ้าจะเปลี่ยนบรรยากาศก็มีตลาดน้ำคลองบางหลวง หรือช่วงเย็นก็มีตลาด First one night market
ถ้าเป็นสถานที่แบบ Instagrammable ขอแนะนำเป็นโซนเจริญนคร เช่น OURS, Gump’s CROSS หรือห้างใหญ่ใกล้ๆ ก็เช่น ICONSIAM, The Mall ท่าพระ เป็นต้น
นอกจากนี้ในอนาคต กทม. ยังมีแผนก่อสร้างสะพานคนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมระหว่างถนนทรงวาดกับข้างๆ ล้ง 1919 ซึ่งสำนักการโยธาของกทม.ได้ทำการศึกษาโครงการเสร็จแล้วเมื่อปี 2568 ตอนนี้กำลังดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 และเสร็จในปี 2573 ถ้าได้ก่อสร้างจริงที่นี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใกล้โครงการค่ะ
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศรอบโครงการ
มาดูที่ดินรอบๆ ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’D-EN Pho Nimit) กันค่ะ โครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่ ใกล้ทางขึ้น-ลงรถไฟฟ้า สถานีนี้เป็นสถานีที่ไม่มีคอนโดมิเนียมมาเปิดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนดั้งเดิมหรือว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ
ในแง่วิวโครงการ บอกเลยว่าดีมาก เพราะรอบๆโครงการแทบจะไม่มีอาคารสูงเลย ยกเว้นทางฝั่งซ้ายของรูป (ไปทางตลาดพลู) จะมีคอนโดสูง 1 อาคาร ซึ่งไม่ได้อยู่ในระยะที่ประชิดมาก และตัวโครงการเราเองก็ออกแบบให้ด้านแคบของอาคารหันไปทางฝั่งนั้น ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวได้ (ไม่มีห้องพักฝั่งตรงข้ามมองเข้ามาภายในห้อง และ ไม่บังวิวนะ)
ในแง่ร้านค้าต่างๆ ฝั่งตรงข้ามโครงการจะมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven อยู่ เดินข้ามได้ที่ตัวสถานีรถไฟฟ้าเลย นอกจากนี้ก็จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหารบ้าง หรืออาจจะมีอยู่ลึกเข้าไปในโซนชุมชนค่ะ นอกจากนี้ตัวโครงการมีโซนทางด้านหน้าที่จะทำเป็น Commercial Area (สำนักงานขายปัจจุบัน) ที่อาจจะมีร้านค้าอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตด้วยค่ะ
- ทิศเหนือ ติดกับ ถนนกรุงธนบุรี, สถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิตร และอาคารพักอาศัย 4-5 ชั้น
- ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
- ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2-4 ชั้น
- ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- The Mall ท่าพระ ~ 1 km.
- ตลาดพลู ~ 1.4 km.
- Sena Fest ~ 4.7 km.
- ICONSIAM ~ 5.1 km.
- King Power มหานคร ~ 6.9 km.
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ~ 1.8 km.
- โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 2.7 km.
- โรงพยาบาลตากสิน ~ 4.8 km.
- โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 6.7 km.
โรงเรียน
- โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ~ 5.8 km.
- โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ สีลม ~ 6 km.
- โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ~ 6.1 km.
- โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา ~ 7 km.
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ~ 7.7 km.
- จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ~ 8 km.
รายละเอียดโครงการ
ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) เป็นคอนโดสูงแห่งเดียวที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีลม สถานีโพธิ์นิมิตรแบบ 0 เมตร มีราคาถูกสุดเมื่อเทียบกับคอนโด 0 เมตรตั้งแต่สถานีกรุงธนบุรีถึงตลาดพลู สูงถึง 40 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 2 ไร่ครึ่ง กับจำนวนยูนิตไม่เยอะมากเพียง 628 ยูนิตเท่านั้น
อีกความน่าสนใจคือ คอนโดจัดเอา Main Facilities ไว้ชั้นบนๆ ฟังก์ชันอัดแน่นเมื่อเทียบกับยูนิตในโครงการถือว่าให้ว่าเยอะ วิวดีมากกกก ชั้นสูงเห็นตั้งแต่วัดพระแก้ว ไอคอนสยาม ไปจนถึงโค้งแม่น้ำฝั่งพระราม 3 (แถมสถานีนี้ยังไม่มีคอนโดสูงขึ้นในระยะประชิดด้วย)
คอนโดจะจัดพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ที่ชั้น 1 , 38 , 39 , 40 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ทำให้เวลามาใช้งานส่วนกลางก็จะได้วิวที่ดีที่สุดของโครงการ เป็นวิวเปิดโล่งรอบทิศค่ะ สำหรับห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 – 38 โดยจะมีชั้น 21 ,37-38 ซึ่งเป็น 3 ชั้นที่ออกแบบมาเป็นห้องแบบ Loft
ชั้น 1
โครงการควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) มีทางเข้าออกติดกับถนนกรุงธนบุรี เรื่องการจอดรถเป็น Auto parking เกือบทั้งหมดจะมีลิฟต์รถให้ 4 ตัว รองรับได้ 264 คัน คิดเป็น 42% ค่ะ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พอๆ กับเพื่อนคอนโดใน Segment เดียวกัน
ด้านหน้าโครงการจะมีอาคารสูง 2-3 ชั้นแยกตัวออกมา (จุด B) ซึ่งเป็นตำแหน่งของสำนักงานขายในปัจจุบัน ตรงนี้จะติดกับถนนใหญ่ เรียกว่า Common Q ซึ่งมีแผนว่าจะเป็นเหมือน Commercial area อาจจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร (ยังไม่แน่ชัด) โดยจะอยู่ก่อนทางเข้าออกตัวคอนโดซึ่งอยู่ด้านในค่ะ
ในส่วนของ Facility บนชั้นนี้หลักๆ จะเป็น Auto Parking (จุด F) , จุดนั่งคอยรถ (จุด D), Lobby (จุด C) และสวนรอบอาคาร (จุด G)
หน้าโครงการมีป้ายชื่อชัดเจน ดีไซน์สวยงาม
อาคารแรกที่มาต้อนรับก่อนคือ Common Q ที่ทางโครงการมีแผนว่าจะให้เป็นเหมือน Commercial area เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกบ้านมาหาของกินของใช้ได้ง่าย
ตัวป้อม รปภ. จะขยับเข้าไปด้านใน ทำให้มีพื้นที่ต่อคิวแลกบัตรได้สะดวก ทางเข้า-ออกรถยนต์เป็นประตูแบบไม้กั้นกระดก
หากเป็นลูกบ้านจะผ่านเข้า-ออกด้วยระบบ Keycard และมีพี่ รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
Auto Parking และจุดนั่งคอยรถ
เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับจุด Drop รถบริเวณ Auto Parking มีไว้บริการถึง 4 ช่อง โดยมีป้ายบอกตั้งแต่ด้านหน้าเลยว่าช่องจอดไหนว่างอีกกี่ช่อง หากจะมารับรถก็สามารถนำการ์ดมาติ๊ดที่เครื่องใน Waiting Area แล้วนั่งรอในห้องแอร์เย็นๆ ก่อนได้ เมื่อรถมาถึงจะโชว์ขึ้นบนจอค่ะ
ระหว่างรอรถก็สามารถมาเช็คจดหมายไปพลางๆ ได้ เพราะ Mail Box จะอยู่ติดกับ Waiting Area เลย
สวนรอบอาคาร
ถัดมาที่สวนรอบๆ อาคารจะล้อมรอบ Lobby ไว้ จาก Lobby จึงได้วิวสวนเขียวๆ ดูเปิดโล่งสบายตา สวนด้านในจัดเป็นมุมนั่งเล่น มีชุดเก้าอี้เตรียมไว้ให้มานั่งเล่น นั่งคุยกับเพื่อนๆ ได้
Lobby ของโครงการวางตำแหน่งอยู่ด้านในเข้ามาหน่อย เราชอบนะ เพราะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อนๆ ของลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งรอใน Lobby ได้ แต่จะขึ้นลิฟต์เพื่อไปชั้นพักอาศัยไม่ได้ ลูกบ้านต้องลงมารับเท่านั้นนะ
Lobby
เข้ามาด้านใน Lobby ตกแต่งไว้สวยงาม ออกแบบเป็นฝ้าเพดานสูงทำให้ยิ่งดูหรูหรา จัดชุดโซฟานั่งคอยไว้หลายมุม หลายรูปแบบทั้งโซฟาคู่ และโซฟาตัวยาว
หากจะเข้า Lift Lobby จะต้องใช้ Key Card คนที่ขึ้นโซนพักอาศัยได้จึงมีเฉพาะลูกบ้านเท่านั้น โถงลิฟต์ของที่นี่มาในสไตล์ Minimal Quiet Luxury ดูเรียบง่าย สะอาดตา แต่ก็ดูหรูหรา
ภายในลิฟต์จะมีปุ่มกดทั้งแบบปกติ และปุ่มกดสำหรับคนนั่งวีลแชร์ ซึ่งจะมีลิฟต์อยู่ตัวหนึ่งที่มีช่องหน้าต่างให้มองเห็นด้านในสำหรับนั่งวีลแชร์ด้วย
ชั้น 3
ขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัยนะคะ แต่จะมีห้องพักอาศัยไม่เยอะเท่าชั้นสูงๆ เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งจะเป็น Auto Parking ทำให้ห้องพักตั้งแต่ชั้น 3-21 มีจำนวนห้องพักในแต่ละชั้นน้อยกว่า และได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า
ห้องพักส่วนใหญ่เป็น 1 Bedroom ขนาดไม่แตกต่างกันมาก ที่แตกต่างกันชัดๆ คือเรื่องวิวเลยค่ะ ถ้าห้องทางทิศเหนือจะได้วิวเมืองฝั่งธนฯ (สีน้ำเงิน) ถ้าเป็นห้องทางทิศใต้จะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งพระราม 3 (สีม่วง) หรือถ้าเป็นห้องทางทิศตะวันออกจะได้วิวแนวรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นวิว Signature ของโครงการเลยค่ะ (สีเขียว)
ชั้น 25-35
ขึ้นมาที่ชั้น 25 เป็นห้องพักอาศัยเต็มชั้น จึงมีห้องพักอาศัยให้เลือกเยอะขึ้น และยังคงมีวิวห้องพักให้เลือกทั้ง 3 ทิศ
ชั้น 36-37
แปลนชั้น 36
พื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ชั้นบนจะเริ่มมีตั้งแต่ชั้น 36 , 37 เป็นสวนเล็กๆ ที่ให้ลูกบ้านในชั้นนี้ออกมาสูดอากาสได้ โดยไม่ต้องขึ้นลิฟท์ไปชั้นอื่นเลย
ชั้น 38
เริ่มมี Facility หลักให้ใช้งานที่ชั้น 38 โดยจะมีห้อง Meeting room, E-Library และ Backyard Garden
E-Library เป็นห้องแอร์ที่จัดให้มีมุมนั่งทำงาน อ่านหนังสือได้เป็นกิจจะลักษณะ
ที่ชอบคือ มุมนั่งทำงานที่เค้าเตรียมปลั๊กไฟไว้ให้เพียบพร้อม และได้วิวโค้งแม่น้ำสวยๆ เลย

หากต้องการสมาธิหรือความเป็นส่วนตัว ก็มีโซน Private มีประตูปิดเป็นสัดส่วนให้มาเลือกใช้งานกันได้


หรือถ้าต้องการห้องประชุมขนาดใหญ่ ก็มีห้องให้นัดประชุมแบบจริงจังที่คอนโดได้เลย ไม่ต้องเดินทางออกไปไหน แต่ต้อง Booking ล่วงหน้านะคะ


หากทำงานเหนื่อยๆ ก็เดินออกมารับลมชมวิวที่ Backyard Garden ได้วิวเมืองมุมสูงฝั่งธนบุรี

Facility ของชั้น 38-39 จะเชื่อมกันด้วยบันไดแบบ Outdoor ซึ่งตรงชานพักจะมีจุดชมวิว ที่ทางโครงการตั้งชื่อว่า “ARUN VIEW” ค่ะ
วิวฝั่งธนบุรีมองเห็นสถานที่สำคัญได้เพียบเลยค่ะ ตั้งแต่วัดพระแก้ว, วัดอรุณฯ ที่ชอบคือเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมกับแนวคลองบางกอกใหญ่ เป็นจุดพักสายตาที่ดีทีเดียว
ซึ่งวิวก็เปิดโล่งไม่มีอาคารสูงมาบัง มองเห็นองค์พระที่วัดปากน้ำเลยค่ะ แต่วันที่เราไปค่า PM สูงไปหน่อย วิวเลยไม่เคลียร์มาก
ชั้น 39
ขึ้นมาที่ชั้น 39 เป็นชั้นส่วนกลางหลักที่จัดเป็น Facility เต็มชั้น มีทั้งฟิตเนส , สระว่ายน้ำ , Lounge ฯลฯ ตามเราไปชมทีละส่วนกันค่ะ
SPHERE BAR
SPHERE BAR พื้นที่จัดปาร์ตี้เครื่องดื่มกับเพื่อนๆ หรือจะมานั่งชิลรับวิวฝั่งธนฯ ก็ได้
SKY LOUNGE
SKY LOUNGE เป็นพื้นที่ทานอาหารแบบ Private ขนาดโต๊ะประมาณ 10 ที่นั่ง ที่ชอบคือวิวดีมากกก เป็นห้องมุมที่ได้วิวแบบ 270 องศาไปเลย
MHy' LOUNGE
ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวแบบที่มีประตูปิดกันเสียง ต้องขยับมาที่ MHy’ LOUNGE เลยค่ะ ภายในจะมีชุดโซฟา และทีวี จะดูหนัง และชมวิวเมืองไปพร้อมๆ กันได้

ถ้าใครอยากเล่นสนุกกับเพื่อนๆ ก็มีโซน MHy’ Party ที่มีทั้งโต๊ะพูล, Air Hockey Table, Football Table วิวรอบๆ ก็สวยนะ ถึงจะรายล้อมด้วยอาคารสูงแต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีตึกไหนที่บล็อกวิวกันตรงๆ นะคะ
SKY FITNESS
ด้านใน Fitness มีจำนวนเครื่องเล่นเยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตของโครงการ คาดว่าน่าจะแชร์กันใช้ได้สบายๆ โครงการออกแบบผนังเป็นกระจกบานใหญ่ ทำให้ระหว่างออกกำลังก็สามารถชมวิวเมืองมุมสูงไปพร้อมๆ กันได้ ภายในห้องมีอุปกรณ์มาให้ครบ ตอบโจทย์ทั้ง Cardio และ Weight Training

ถัดมาที่ MULTIFUNCTION FIT เป็นพื้นที่กว้างๆ ที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ หรือซ้อมเต้นต่างๆ ซึ่งเราสามารถกั้นประตูปิดเป็นสัดส่วนได้
ห้องน้ำส่วนกลาง
ห้องน้ำส่วนกลางบนชั้นนี้จะมีทั้งห้องอาบน้ำและห้องสุขา ใช้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังลงสระได้สะดวกดี มาพร้อมล็อกเกอร์เก็บของ ใครขึ้นมาว่ายน้ำหรือเล่นฟิตเนสก็เอาของใช้ต่างๆ เก็บไว้ในตู้ได้ นอกจากนี้ยังมี Steam ให้ใช้งานกันด้วย รองรับการใช้งานรอบละ 2 คนกำลังดีค่ะ
นอกจากนี้ก็มีห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุแยกไว้ให้ต่างหากด้วย
POOL PAVILION
นอกจาก Lounge และ Bar ที่เราพาไปชมมาแล้ว ที่นี่ยังมีอีกห้องที่ฟังก์ชันคล้ายๆ กัน แต่ห้องนี้จะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำเลยค่ะ มีชื่อว่า Pool Pavilion ภายในมีชุดโซฟาจัดไว้ให้นั่งเล่นชมวิวแม่น้ำทางฝั่งพระราม 3
SKYLINE POOL
สระว่ายน้ำถูกออกแบบให้เปิดรับวิวได้รอบด้านเลย ได้วิวทั้งตัวเมืองฝั่งธนฯ และแม่น้ำทางฝั่งพระราม 3 ไม่มีโดนบล็อกวิวเลยนะ ตัวสระยาวถึง 25 เมตร เท่า Half Olympic เลย พร้อมแยกโซนสระเด็กไว้เป็นสัดส่วน รอบๆ จะมี Day Bed ให้มานั่งพักผ่อน
ชั้น 39 (M)
ขึ้นมาที่ชั้น 39 จัดเป็น Facility เต็มชั้นอีกเช่นกัน แต่ชั้นนี้ออกแบบมาเป็นพื้นที่แบบ Outdoor และ Semi-Outdoor เหมาะกับการขึ้นมาใช้งานในช่วงเย็นที่แดดร่มสักหน่อยนะ
เริ่มจากจุดชมวิวที่มีชื่อเรียกว่า Peak Point วางตำแหน่งอยู่ทางทิศตะวันตก ได้วิวพระอาทิศตกดิน และแสงตกกระทบกับสระว่ายน้ำ ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย
รอบๆ Peak Point จัดเป็นมุมนั่งเล่นชมวิว ฝั่งหนึ่งจะได้วิวตัวเมืองฝั่งธนฯ และอีกฝั่งหนึ่งจะได้วิวแม่น้ำทางฝั่งพระราม 3 ค่ะ
บนชั้น 39M ยังมีมุมชมวิวอีกหลายมุมให้มานั่งเล่นแบบเป็นส่วนตัวกันได้ อย่างมุมนี้จะหันไปชมวิวเมืองทางฝั่งธนฯ ค่ะ
วิวเมืองทางฝั่งธนฯ ดูมีสเน่ห์ดีนะคะ เราจะเห็นแนวคลองที่ไปเชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา, วัดพระแก้ว, ICON SIAM ซึ่งแน่นอนว่าเห็นพลุในช่วงปีใหม่ด้วยค่ะ
นี่รูปพลุล่าสุดเมื่อตอนปีใหม่ เห็นพลุชัดมาก น่าจะเป็นจุดชมพลุประจำให้กับลูกบ้านคอนโดนี้เลยนะ
BBQ Corner
BBQ Corner รองรับการจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนๆ 6-8 คนกำลังดี ทางโครงการเตรียมซิงค์ล้างจานไว้ให้พร้อม โซนนี้มีหลังคาคลุมแบบ Semi-Outdoor ลมพัดผ่านดีมาก และวิวก็ดีมากด้วย
วิวที่ได้เป็นวิวที่เราชอบที่สุดของโครงการนี้คือ วิวแม่น้ำทางฝั่งพระราม 3 ซึ่งได้เห็นตรงโค้งน้ำพอดี ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ จะเห็นแสงกระทบกับตัวตึกเป็นสีส้มๆ แบบในรูป ดูผ่อนคลายดีค่ะ
อีก 1 ฟังก์ชันบนชั้นนี้คือ BBQ Corner ฟังก์ชันนี้เหมาะกับช่วงหน้าหนาวเดือน พ.ย.-ม.ค. ที่ออกแบบให้มานั่งดูหนังรับลมเย็นๆ กับครอบครัวได้
ชั้น 40
แปลนชั้น 40
Facility บนชั้น 40 ออกแบบมาเอาใจทั้งคนที่ชอบวิ่ง Jogging และคนที่ชอบรับลมชมวิว โดยมีทางให้เดินออกกำลังกาย มีจุดชมวิว และสวนบนชั้นดาดฟ้า ที่มาพร้อม Moon Scape ขนาดใหญ่ เป็นเหมือนจุดเช็คอินที่ไม่มีในโครงการอื่นนะคะ
INFINITE CLOUD PATH
Infinite Cloud Path เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการวิ่งเบาๆ หรือเดินออกกำลังกาย มีระยะประมาณ 200 เมตร โดยออกแบบมาให้มีทั้งทางชันและทางลาด
จุดชมวิว
บน Rooftop มีจุดชมวิวแบบ Outdoor ให้ขึ้นมานั่งเล่นกันได้ วิวดีเลยไม่มีตึกสูงมาบังค่ะ
จุดชมพลุในวันปีใหม่ เปิดเป็นพื้นที่โล่งให้รองรับลูกบ้านได้เต็มที่
มุมนี้จะเห็นทั้งพลุตรงสะพานพระราม 8 และ ICON SIAM เลยค่ะ
MOON SCAPE
ปิดท้ายด้วยสวนบนดาดฟ้า เป็นที่ตั้งของ Moon Scape ขนาดใหญ่ ดูสวยแปลกตา เราได้มุมถ่ายรูปองค์พระวัดปากน้ำที่อยู่ในวงพระจันทร์มาด้วยนะ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- ชั้น 1
– EV Charger
– Common Q (Community Mall หน้าโครงการ เป็น Shop 6 ยูนิต)
– Lobby
– Waiting Area
– Mail Room
– Auto Parking
– Welcome Garden - ชั้น 38
– Backyard Garden
– Meeting Room
– E-Library - ชั้น 39
– Sky Fitness
– Multi-function Fit
– MHy’ Party
– MHy’ Lounge
– Sky Lounge
– Sphere Bar
– Steam
– Pool Pavilion ขนาด 25×5 เมตร พร้อมสระเด็ก และ พื้นที่พักผ่อนรอบตัวสระ - ชั้น 39 (ชั้นลอย)
– MHy’ Stadium
– BBQ Corner
– Peak Point (ชมวิว) - ชั้นดาดฟ้า
– Sky Yoga
– Infinite Cloud Path 200 m.
– Moon Scape
ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
- รปภ.ดูแล 24 ชั่วโมง
- CCTV ภายในโครงการ
- รถยนต์ลูกบ้านเข้าออกโครงการด้วย Keycard ผ่านระบบ RFID
- เข้าโซนพักอาศัยด้วย Keycard
- ระบบลิฟต์ล็อกชั้น
แบบห้อง
แบบห้องภายในโครงการ ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) ถือว่ามีให้เลือกหลากหลายแบบเลยค่ะ ตั้งแต่ห้อง Studio ขนาดเล็ก ไปจนถึงห้อง 2 Bedrooms และมีห้อง Loft เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากได้คอนโดบรรยากาศเหมือนบ้านด้วย ดูจากรูปแบบห้องที่ขายแล้วถือว่าตอบโจทย์ทั้งคนทำงานที่อยู่คนเดียว อยู่กันเป็นคู่ หรือจะเป็นพี่น้อง ครอบครัวที่มีลูกเรียนโรงเรียนใกล้รถไฟฟ้า เน้นการเดินทางที่สะดวกค่ะ โดยแบบห้องมีดังนี้
- Studio ขนาด 23 ตร.ม.
- 1 Bedroom ขนาด 29 – 32 ตร.ม.
- 1 Bedroom ขนาด 33 – 35 ตร.ม.
- 2 Bedrooms ขนาด 48 – 55 ตร.ม.
- ห้องแบบ Loft ขนาด 23 – 55 ตร.ม. (เฉพาะพื้นที่ตามโฉนด)
จุดที่น่าสนใจคือรูปแบบการขาย โดยทั่วไปของที่นี่จะขายแบบ Fully Fitted คือมีวัสดุปิดผิวพื้นต่างๆ มาให้ หรือเป็นห้องเปล่าที่ได้เคาน์เตอร์ครัว และ ห้องน้ำพร้อม แต่สำหรับห้องแบบ Studio* ที่มีขนาดเล็ก คนซื้ออาจจะลำบากในการเลือกหาเฟอร์นิเจอร์มาจัดวางให้พอดี ดังนั้น เฉพาะห้อง STUDIO จะขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์เป็นแบบ Fully Furnished ค่ะ
รูปแบบการขายและวัสดุภายในห้อง
- Fully Fitted
- เฉพาะห้อง Studio ขายเป็นแบบ Fully Furnished
- ได้ชุดครัว และ ตู้เก็บรองเท้าทุกห้อง
- พื้นห้อง SPC
- ประตูห้องติดตั้ง Digital Door Lock จาก milock
- ความสูงภายในห้อง 2.65 เมตร
- ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี
- เคาน์เตอร์ครัว วัสดุ Top เคาน์เตอร์เป็น laminate postform
- บานเปิดชั้นวางของ / ตู้เก็บของส่วนครัวปิดผิวเมลามีน
- ชุดครัว เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันแบบหมุนเวียน จาก MEX
- อ่างล้างจานจาก MEX
- สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจาก Hafele
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
ในรีวิวนี้เรามีห้องตัวอย่างมาให้ดูถึง 4 ห้องเลย บรรยากาศในห้องเป็นอย่างไร วิวแต่ละห้องจะสวยขนาดไหน เราจะได้อะไรในห้องบ้าง ตามมาดูกันค่า
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม.
ห้องแรกที่จะพาไปรีวิวกันเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบที่มีจำนวนเยอะที่สุดของโครงการนี้ด้วยค่ะ จุดเด่นคือเป็นห้องหน้ากว้าง แยกพื้นที่ห้องนอนออกจากห้องรับแขก สามารถใช้งานอยู่กัน 2 คนได้สบาย ต่างคนต่างหาพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองได้ โดยห้องแบบนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.89 ล้านบาทค่ะ
พื้นที่ครัว กินข้าว และ นั่งเล่นพักผ่อนเป็น Open plan ต่อเนื่องกัน ทำให้บรรยากาศส่วนนี้ดูโล่งกว้าง แต่ถ้าใครอยากได้ครัวแบบปิดเราก็สามารถกั้นประตูบานเลื่อนปิดได้ค่ะ
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือพื้นที่ระเบียง ซึ่งจะออกแบบให้อยู่ติดกับห้องนอน แต่เข้า-ออกจากห้องนั่งเล่น เป็นการออกแบบที่แปลกจากโครงการอื่นที่เราเคยเจอนะ จุดที่เราว่าดีคือ ปกติแล้วห้องนอนจะเป็นห้องที่เราไม่ได้อยากให้ร้อน เพราะต้องการนอนพักผ่อน การมีระเบียงมาคั่นก็จะช่วยให้ห้องนอนไม่ร้อนนะ นอนหลับสบาย ไม่ต้องตื่นเพราะแดดหรือความร้อน
เข้ามาภายในห้องส่วนแรกเราจะเจอกับครัวที่ยาวต่อเนื่องไปกับส่วนกินข้าวและพื้นที่นั่งเล่น โดยหน้ากว้างของส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 2.55 เมตร และมีความลึกประมาณ 5.5 เมตร ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.65 เมตร เรามองว่ากำลังดีค่ะ พื้นห้องใช้เป็น SPC ผนังและฝ้าเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีนะ
ห้องทุกยูนิตจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ เป็นของ Milock เข้าออกได้หลายวิธี ทั้งกุญแจ / Smart card / Passcode / Finger print Sensor / Application บนมือถือ และ Smart Tag
โซนแรกที่เราจะเจอเป็นส่วนครัวค่ะ ด้วยหน้ากว้างของห้องทำให้แบ่งฟังก์ชันได้เป็น 2 ฝั่งและมีทางเดินตรงกลาง ฝั่งหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ครัว อีกฝั่งวางตู้เย็นและชั้นวางรองเท้า โดยทางโครงการก็จะให้ชุดครัวมา พร้อมกับชั้นวางรองเท้าด้วยนะ
เคาน์เตอร์ครัวที่ให้มาจะยาว 1.5 เมตร ได้ทั้งตู้บนและล่าง Built-in มาให้พร้อมค่ะ ฟังก์ชันตรงนี้ก็จะมีพื้นที่เคาน์เตอร์ให้เราเตรียมอาหาร มีอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้า ใต้เคาน์เตอร์ก็กันพื้นที่ไว้ให้วางเครื่องซักผ้า (ใช้ได้เฉพาะแบบฝาหน้านะ)
ที่ไม่ได้คือวัสดุกรุผนังด้านหลังหรือ Backsplash แนะนำให้ติดกระเบื้องหรือกระจกเพิ่มนะคะ เวลาเราทำอาหารหรือว่าล้างจาน อาจจะมีคราบกระเด็นได้ ถ้ามี Backsplash ก็จะช่วยให้เช็ดล้างทำความสะอาดผนังบริเวณนี้ได้ง่าย ครัวก็จะดูเรียบร้อยสวยงามยาวนานขึ้น
เคาน์เตอร์ครัวจะใช้เป็น Laminated Postform ค่ะ ส่วนวัสดุปิดผิวชั้นวางของจะเป็นเมลามีนนะ
ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นตู้เย็นและชั้นวางรองเท้าค่ะ ชั้นวางรองเท้าที่ให้มาจะไม่ได้ใหญ่เท่าในห้องตัวอย่างนะคะ จะมีพื้นที่เหลือด้านบนตู้ให้วางไมโครเวฟได้
ถัดจากส่วนครัวเข้ามาจะเป็นพื้นที่กินข้าว+นั่งเล่น ตรงนี้ห้องตัวอย่างจัดเอาชั้นวาง TV ไว้ฝั่งเดียวกับชุดโต๊ะกินข้าว เรามองว่าสามารถสลับชั้นวาง TV กับ Sofa ได้ เผื่อใครอยากกินข้าวไปดูทีวีไปก็สะดวกขึ้นค่ะ
ในห้องตัวอย่างจะจัดชุดโต๊ะกินข้าวมาให้ดูแบบ 2 ที่นั่ง ดูแล้วมีระยะโดยรอบค่อนข้างดี ถอยเก้าอี้เข้า-ออก ใช้งานสบาย ไม่เบียดค่ะ
ด้านในสุดของห้องจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น อย่างที่บอกไปว่าเราสลับโซฟาและชั้นวางทีวีได้นะคะ กินข้าวไปจะได้ดูทีวีไปด้วยได้
วิวจากห้องตำแหน่งนี้เป็นวิว signature ของโครงการ มองเห็นแนวรถไฟฟ้าที่วิ่งเข้าเมืองดูเก๋ดี หน้าต่างกันเสียงได้ดีเลย พอปิดหน้าต่างแล้วเสียงจากรถไฟฟ้าเบาลงมาก แทบไม่ได้ยินเลยค่ะ
เปิดประตูออกมาก็จะเจอกับระเบียงที่มีขนาดประมาณ 0.8 x 2.55 ม. ตำแหน่งวาง CDU ของแอร์จะอยู่เหนือศีรษะ ลมร้อนจะถูกเป่าออกนอกอาคาร
ภายในห้องนอนจะได้เป็นห้องเปล่าพร้อมห้องน้ำในตัว โดยพื้นที่ห้องนอนจะมีหน้ากว้าง 2.6 เมตร และลึก 3.15 เมตร ขนาดพื้นที่ใช้สอยนี้ เรามองว่าเหมาะสำหรับจัดวางเตียงขนาด Queen size กำลังดี ถ้าเป็น King size อาจจะใหญ่เกินไปแล้วไม่เหลือพื้นที่ทางเดินรอบเตียงนะคะ
ห้องตัวอย่างจะจัดเตียงขนาดประมาณ 5 ฟุตมา เราลองดูระยะที่เหลือรอบๆ เตียงได้ อย่าลืมเว้นระยะสำหรับติดผ้าม่านอย่างน้อย 20 ซม. นะคะ ส่วนปลายเตียงไม่เหมาะสำหรับจัดวางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ แต่ถ้าอยากนอนดูทีวีก็ติดทีวีแบบแขวนผนังได้นะ
ตัวห้องนอนจะอยู่ติดกับระเบียงก็จริง แต่ไม่สามารถเดินออกไปได้ ตรงนี้เรามองว่ามีข้อดีอยู่นะ เพราะผนังห้องก็จะไม่ชิดกับรอบนอกอาคารมาก ไม่อมแดด ทำให้ภายในห้องไม่ร้อนเกินไปในตอนกลางคืน และไม่สว่างจ้าแสบตาตอนเช้าด้วย
หน้าห้องน้ำสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ แนะนำให้เลือกแบบบานเปิดเลื่อน จะได้ไม่เปลืองพื้นที่นะ โดยขนาดตู้เสื้อผ้าภายในห้องตัวอย่างจะกว้างประมาณ 1.5 เมตรค่ะ
เข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อ ระหว่างห้องนอนและห้องน้ำจะมีธรณีประตูสูงจากระดับพื้น คอยกันฝุ่น ผง หรือน้ำที่อาจจะนองในห้องน้ำไม่ให้ออกมายังห้องนอน
ภายในห้องน้ำนี้จะแยกพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งเอาไว้ให้ ได้แบบที่เห็นในรูปทุกอย่าง
สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะเป็นของ Hafale ที่มีดีไซน์ทันสมัย
อ่างล้างหน้าก็มีชั้นวางของด้านใต้เอาไว้วางของเล็กๆ น้อยๆ ได้ พวก Fitting อย่างก๊อกน้ำ ที่ใส่กระดาษชำระ หรือ สายฉีดชำระก็จะเลือกใช้สีดำที่ดูสวยเก๋ดี
พื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 32 ตร.ม.
ห้องตัวอย่างต่อมาเป็นแบบ 1 Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิดที่ 32 ตร.ม. ทำให้ห้องหน้ากว้างขึ้นอีก ดูโปร่งขึ้น ส่วนที่ต่างกับห้องแรกคือ ระเบียงจะอยู่ติดกับห้องนั่งเล่น ทำให้ห้องนอนอยู่ติดหน้าต่าง ข้อดีคือนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย แต่ห้องนอนก็จะอมความร้อนมากกว่าห้องนอนแบบแรกที่มีระเบียงกั้น
เข้ามาในห้องโซนแรกจะเจอโซนครัวค่ะ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ฝั่ง และมีทางเดินตรงกลาง ฝั่งหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ครัว อีกฝั่งวางตู้เย็นและชั้นวางรองเท้า โดยทางโครงการก็จะให้ชุดครัวมาพร้อมกับชั้นวางรองเท้าด้วยนะ
เคาน์เตอร์ครัวที่ให้จะได้เหมือนในห้องแบบแรกเลย ขาดแค่ชั้นวางไมโครเวฟอีกนิด หรือจะวางไว้บนตู้รองเท้าก็ได้ค่ะ
ถัดจากส่วนครัวเข้ามาจะเป็นพื้นที่กินข้าว+นั่งเล่น ตรงนี้ห้องตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ 3-4 ที่นั่ง ยาวพอให้นอนได้และนั่งทานข้าวที่โซฟาได้เลย หรือจะใช้เป็นโซฟา 2 ที่นั่งและจัดวางโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ค่ะ
ข้างโซฟาเป็นตำแหน่งของระเบียง จึงนั่งดูทีวีและชมวิวเมืองไปพร้อมๆ กันได้
ระเบียงมีขนาดประมาณ 0.8 x 2.9 ม. ตำแหน่งวาง CDU ของแอร์จะอยู่เหนือศีรษะ ลมร้อนจะถูกเป่าออกนอกอาคาร
จบพื้นที่ Common area แล้วนะ เดี๋ยวเราไปดูส่วน Private อย่างห้องนอนกันต่อดีกว่า
ห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว และขนาดของห้องที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ห้องนี้มีมุมตู้เสื้อผ้าที่เป็นสัดส่วน ขนาดพื้นที่ใช้สอยนี้ เรามองว่าเหมาะสำหรับจัดวางเตียงขนาด Queen size กำลังดี ถ้าเป็น King size อาจจะใหญ่เกินไปแล้วไม่เหลือพื้นที่ทางเดินรอบเตียงนะคะ
ตำแหน่งวางเตียงนอนจะอยู่ติดหน้าต่างเลย นอนดูวิวจากบนเตียงได้เลย
จุดที่ชอบก็คือ ประตูห้องน้ำหลบมุม ดูเรียบร้อยไม่สะดุดตา และหน้าห้องน้ำก็มีพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าได้ หรือใครจะ Built-in เป็น Walk-in Colset เหมือนในห้องตัวอย่างก็ได้นะ
ห้องน้ำได้สเปคแบบเดียวกับห้องแรกแต่มีขนาดที่กว้างขึ้น ภายในแยกพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งเอาไว้ให้ชัดเจน
พื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ
ห้องตัวอย่าง Studio 23 ตร.ม.
ห้องไซส์เริ่มต้นของโครงการเป็นห้องแบบ Studio ได้ฟังก์ชันครบครันแต่จะรวมห้องนอนและห้องนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน ครัวที่ให้มาเป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนช่วยกั้นกันกลิ่นควันมาให้ เรามองว่าเหมาะจะใช้เป็นที่พักระหว่างสัปดาห์ เพื่อให้เดินทางเข้าไปทำงาน ไปเรียนในเมืองได้สะดวกขึ้น ห้อง Type นี้จะวางอยู่ทางทิศเหนือได้วิวเมืองฝั่งธนฯ ค่ะ
ห้องตัวอย่าง Studio 23 ตร.ม.
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 34 ตร.ม.
ปิดท้ายกันด้วยห้องขายดีของโครงการ 1 Bedroom 34 ตร.ม. ที่ขายดีเพราะห้องนี้หน้ากว้างมากกก จนสามารถจัดให้ทุกฟังก์ชันติดหน้าต่างได้ (ยกเว้นห้องน้ำ) บรรบากาศจึงดูโปร่งแบบสุดๆ ซึ่งต่างจากโครงการอื่น
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 34 ตร.ม.
ราคา
ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร ราคาเท่าไหร่ ณ วันที่ 26 มกราคม 2569
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- ห้อง Studio ขนาด 23 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 112,608 บาท / ตร.ม. (Fully Furnished เฉพาะห้อง Type นี้)
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 18,130 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,150 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 11,500 บาท - ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 99,655 บาท / ตร.ม.
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 20,230 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,450 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 14,500 บาท - ห้อง 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.6 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 112,500 บาท / ตร.ม.
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 25,200 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,600 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 16,000 บาท - ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 33 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 111,818 บาท / ตร.ม.
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 25,830 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,650 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 16,500 บาท - ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 116,458 บาท / ตร.ม.
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 39,130 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,400 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 24,000 บาท - ห้อง Loft ขนาด 23 ตร.ม. (เฉพาะพื้นที่ตามโฉนด) ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท (ชั้น 21, 37 และ 38)
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 34,230 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,150 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 11,500 บาท
- รูปแบบการขาย Fully Furnished
- จอง 999 บาท
- ทำสัญญา 10,000 บาท
- ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
- ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล – ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) เป็นโครงการใหม่ ติดรถไฟฟ้าสถานีโพธิ์นิมิตร ที่ทำราคาได้ถูกสุดเมื่อเทียบกับคอนโดติดรถไฟฟ้าด้วยกัน ตั้งแต่สถานีกรุงธนบุรี-ตลาดพลู นะ ใช้เดินทางเข้าเมืองไปเรียน/ทำงานได้สะดวก สถานีรอบๆ ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ไปตลาดพลู, เดอะ มอลล์ ท่าพระ หรือ ICONSIAM ได้ง่าย
การเดินทางโดยใช้รถ – ตำแหน่งของโครงการอยู่ในจุดที่กลับรถเข้าเมืองได้ง่าย มีที่กลับรถอยู่ไม่ไกล เมื่อข้ามแม่น้ำไปฝั่งสาทรก็จะมีทางด่วนให้ใช้งาน
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สะดวกมาก ติดรถไฟฟ้าสายสีลมที่เดินทางเข้าสีลม สาทร ได้ง่ายไม่ต้องเปลี่ยนขบวน หรือจะเรียกแท็กซี่ก็ไม่ยากโครงการอยู่ติดถนนใหญ่เลย ถ้ารีบๆ หน้าโครงการยังมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยบริการอีกด้วย
การออกแบบตัวโครงการ – เป็นคอนโดสูง 40 ชั้น เราชอบที่เค้าวางตัวอาคารไปตามแนวถนน ทำให้เปิดรับวิวได้ดีมากทั้งวิวเมืองฝั่งธนบุรี, วิวแนวรถไฟฟ้าและวิวโค้งแม่น้ำทางฝั่งพระราม 3 อีกเหตุผลที่วิวดีแบบนี้เพราะ ที่ดินรอบๆ ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยแนวราบ ทำให้ไม่ค่อยมีอาคารมาบังวิวรอบๆ
การออกแบบห้อง – โดยจุดที่น่าสนใจคือห้องส่วนใหญ่ออกแบบให้เป็น “ห้องหน้ากว้าง” ซึ่งจะได้แสงสว่างที่มากกว่าห้องหน้าแคบ ช่วยให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น มีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ studio, 1 bedroom, 2 bedroom และห้องแบบ Loft ฝ้าเพดานสูง ขายแบบ Fully fitted เป็นมาตรฐาน ยกเว้นห้อง studio ที่จะได้แบบ Fully furnished
วัสดุ – วัสดุที่ให้มาก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเทียบกับราคา 110,000 บาท/ตร.ม.นะ ประตูห้องติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ ส่วนวัสดุ สุขภัณฑ์ต่างๆ ก็ให้แบรนด์ดังอย่าง MEX และ Hafele มีข้อ Concern อยู่อย่างหนึ่งคือ ห้องครัวที่นี่เป็นครัวเปิดซะส่วนใหญ่ แล้วเครื่องดูดควันเป็นระบบหมุนเวียน จึงเหมาะกับการทำอาหารที่ไม่ได้มีกลิ่นควันฉุนๆ มากนักค่ะ
การออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง – ให้มาแบบเกินราคาคอนโด 110,000 บาท/ตร.ม. ไปอีกนะ เพราะเค้าให้ Sky Facility เต็มพื้นที่ 3 ชั้น ส่วนใหญ่ยกไปไว้ที่ชั้นบนสุดของโครงการซึ่งเป็นชั้นที่วิวสวย แชร์กับลูกบ้านเพียง 600 กว่ายูนิตเท่านั้น น่าจะใช้งานสบายๆ เลยค่ะ แต่ก็ต้องแลกมากับค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม. นะคะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 110,000 บาท/ตร.ม., ณ วันที่ 26 มกราคม 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 7.5/10 | ฝั่งธนฯ มีความอุดมสมบูรณ์สูงในสถานีรอบๆ |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 7.5/10 | ติดถนนใหญ่ ใกล้จุดกลับรถ |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 9/10 | ติด BTS สายสีลม 0 เมตร, เข้าสีลม-สาทร โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน |
| วัสดุ | 8/10 | Fully Fitted ได้วัสดุโดยรวมดี |
| การออกแบบ | 8.5/10 | ห้องหน้ากว้าง โปร่งโล่งเป็นพิเศษ วางตึกเก่ง ได้วิวดี |
| สาธารณูปโภค | 9/10 | ส่วนกลางให้มาเกินราคา Sky Facility เต็มพื้นที่ 3 ชั้น |
| รวมคะแนน | 8.03 | จาก 10 คะแนน |
ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) ดีไหม?
โครงการ ควินทารา มาย’เดน โพธิ์นิมิตร (Quintara MHy’DEN Pho Nimit) เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดโซนวงเวียนใหญ่ – ท่าพระ – ตลาดพลู ให้ความสำคัญกับทำเลที่ติดรถไฟฟ้า เน้นใช้งานรถไฟฟ้าเป็นหลัก นั่งไปทำงานโซนสีลม-สาทรสะดวก หรือจะให้นักเรียน นักศึกษาใช้นั่งไปเรียนก็ปลอดภัย ซึ่งที่นี่เป็นคอนโดที่มีราคาถูกสุดเมื่อเทียบกับคอนโดติดรถไฟฟ้า 0 เมตรใน 4 สถานีรอบๆ อย่างธนบุรี-ตลาดพลู เลยนะคะ
และยังเหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดที่มี Sky Facility แบบจัดเต็มอยู่บนชั้นสูง ได้วิวสวย ๆ รูปแบบห้องพักของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งน่าอยู่ มีให้เลือกทั้งอยู่คนเดียว อยู่กันเป็นคู่ หรือว่าอยู่กันเป็นครอบครัว ถือว่ามีหลากหลายแบบ โดยงบประมาณ 2-4 ล้านก็จะได้ห้อง 1 Bedroom แน่ๆ (เผื่องบตกแต่งไว้แล้ว) แต่ถ้าใครมีงบเยอะหน่อยซัก 5-6 ล้านบาทก็จะได้แบบ 2 ห้องนอนอยู่กันเป็นครอบครัว อยู่แทนบ้านได้เลยค่ะ
ในส่วนของการลงทุน เป็นข้อได้เปรียบของคอนโดติดรถไฟฟ้า 0 เมตรที่มีความต้องการเช่าสูง มีโอกาสปล่อยเช่าได้เร็วเพราะเดินทางสะดวก แต่ก็ต้องแลกกับราคาซื้อที่สูงกว่าทำเลที่ห่างจากรถไฟฟ้าออกไปหน่อยเช่นกัน ดูจากเรทค่าเช่าที่นี่น่าจะได้ yield ประมาณ 5% ต่อปี ถือว่าตามเกณฑ์ทั่วไป แต่ถ้าครอบครัวไหนซื้อไว้ให้ลูกอยู่ตอนเรียน แล้วหลังจากนั้นอยากปล่อยเช่าต่อ คอนโดติด BTS สายหลักแบบนี้ก็การันตีผู้เช่าได้ดีค่ะ
ตัวอย่างโครงการคอนโดกรุงธนบุรี – ตลาดพลู
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

