..วันนี้เราจะพามารีวิวโครงการ The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64) เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงทำเลใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า ทำให้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก อีกทั้งยังเป็นโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมากๆ โดยจะมีเพื่อนบ้านเพียงแค่ 19 ยูนิตเท่านั้น เหมาะกับคนชอบความเงียบสงบไม่วุ่นวาย ส่วนแปลนบ้านก็ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด และนำมาใช้ที่โครงการนี้เป็นแห่งแรก บอกได้เลยว่าฟังก์ชันอยู่สบาย ตอบโจทย์ครอบครัวตั้งแต่เล็ก-ใหญ่ได้เลยครับ และจุดเด่นหรือ Highlights ของโครงการก็จะมีหลักๆต่อไปนี้

  • มีความเป็นส่วนตัวสูง ยูนิตน้อยสุดในย่าน
  • ทำเลใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีชมพู สามารถเดินทางได้สะดวก ทุกอย่างก็แค่ปากซอย
  • เป็นบ้าน 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยเยอะ มาพร้อมการออกแบบ Universal Design รองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ มีลิฟต์ให้ใช้งานขึ้น-ลงสะดวก

ข้อมูลโครงการ

รีวิว The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64)  ณ วันที่ 16 มกราคม 2569

 ชื่อโครงการ   The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   HIGH – LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ถนน แจ้งวัฒนะ 1 แยก 6 เขต หลักสี่ กรุงเทพมหาคร
 ที่ดิน 4-1-33.5 ไร่
 จำนวนยูนิต 19 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • Solitaire (ซอ-ลิ-แทร์) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 421 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 พื้นที่อเนกประสงค์ / 2 ห้องครัว / 1 ห้องแม่บ้าน / 4 ที่จอดรถ และลิฟท์ส่วนตัว
    – ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท
  • Beryl (เบอ-ริล) บ้านแฝด 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 295 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 พื้นที่อเนกประสงค์ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท

 เริ่มก่อสร้าง   ปี พ.ศ. 2568
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี n/a
 เว็บไซต์โครงการ  คลิกที่นี่
 โทร   1739

 

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • สามารถเข้า-ออกเชื่อมต่อถนนหลักๆได้ 3 เส้นทาง ทั้งถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดี-รังสิต และถนนพหลโยธิน
  • บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดใกล้ทางด่วน 2 สาย ห่างแค่เพียง 1.6 และ 6 km. ทำให้เข้าเมืองได้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลารถติดมากนัก
  • ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูเพียง 1 km. ซึ่งอยู่ตรงใกล้ๆปากซอยแจ้งวัฒนะ 1
  • ทำเลตั้งอยู่ภายในซอยตัน มีความเงียบสงบเป็นส่วนต้ว แต่ก็ไม่ได้เข้าไปลึกมากนัก

พิกัด Google Maps : 13.877866329692663, 100.58282003033045
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

โครงการ The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64) เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในจุดที่คึกคักมากที่สุดของถนนแจ้งวัฒนะ เพราะช่วงตั้งแต่ห้าแยกปากเกร็ด-วงเวียนหลัก 4 จะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ แหล่งงาน และจุด Transportation ต่างๆมากมายให้เราได้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน รถไฟฟ้า และรถประจำทางสายต่างๆ

เหมาะกับคนที่เน้นใช้ทางด่วนเข้าเมืองเป็นหลัก เพราะดอนเมืองโทลล์เวย์ก็แค่ปากซอย หรือเลยไปอีกหน่อยก็จะมีทางด่วนศรีรัช-อุดรรัถยาให้ใช้งานอีกเส้นหนึ่งด้วยครับ ส่วนรถไฟฟ้าก็มีสายสีชมพูวิ่งผ่านไปตัดกับสายสีอื่นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางเลี่ยงรถติดได้ดีเลยทีเดียว

The Palm วิภาวดี 64 ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 1 สามารถเข้า-ออกถนนใหญ่ได้ 3 เส้นหลักคือ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดี-รังสิต และถนนพหลโยธิน เหมาะกับคนที่คุ้นชินกับทำเลนี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด และเสียงจากเครื่องบินที่เป็นเรื่องปกติของย่านนี้ครับ ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในข้อพิจารณาที่เราแนะนำให้ลองไปชมโครงการ และสัมผัสด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ

ทางด่วนที่ใกล้ที่สุด :

ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ อยู่ห่างจากโครงการเพียงแค่ 1.6 km. เท่านั้น สามารถเข้าเมืองไปทางจตุจักร-ลาดพร้าว-ดินแดงได้ง่ายสุดๆ

อีกหนึ่งทางด่วนที่อยู่ไม่ไกลคือ ทางด่วนศรีรัช สามารถเข้าเมืองไปทางราชเทวี-พญาไท ได้สะดวกอีกเช่นกัน รวมถึงเรายังสามารถไปเชื่อมต่อทางด่วนอุดรรัถยาเพื่อออกเมืองไปทางปทุมธานีได้อีกด้วย

รถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการที่สุด :

แน่นอนว่าเป็นรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีราชภัฏพระนคร อยู่ห่างจากโครงการเพียงแค่ 1 km. เท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางเลี่ยงรถติดได้ดี สามารถไปห้างเซ็นทรัลหรือไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆได้ เช่น สายสีเขียวสุขุมวิทที่เป็นเส้นหลัก

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทรอบๆโครงการมีความเงียบสงบ (เพราะเป็นซอยตัน) เลยทำให้เหมาะแก่การอยู่อาศัย และเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความพลุกพล่านวุ่นวาย ทั้งนี้ก็ต้องแลกมากับความอุดมสมบูรณ์ที่ในซอยจะไม่ได้มีอะไรเลย ถ้าจะหาของกินก็จะต้องไปแถวๆปากซอย หรือไม่ก็ไปห้างแถวนี้เลยทีเดียวครับ

  • ทิศเหนือ เป็นทางเข้าโครงการ ติดกับ ถนนซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 6
  • ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัย และโกดังเก็บของ
  • ทิศใต้ ติดกับ พื้นที่ว่าง
  • ทิศตะวันตก ติดกับ พื้นที่ว่างและบ้านพักอาศัย

ส่วนภาพนี้จะเป็นบรรยากาศของถนนซอยบริเวณด้านหน้าโครงการครับ ซึ่งก็จะมีความเงียบสงบแบบนี้เลย มีรถของชาวบ้านผ่านไป-มาบ้างแต่ไม่เยอะเท่าไหร่

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • เซ็นทรัล รามอินทรา ~ 3.4 km.
  • Lotus’s แจ้งวัฒนะ ~ 5.1 km.
  • ตลาดยิ่งเจริญ ~ 5.8 km.
  • Big C Supercenter สะพานใหม่ ~ 6 km.
  • เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ~ 7.5 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ~ 5 km.
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 6 km.
  • CGH Phaholyothin Hospital ~ 6.1 km.
  • โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ~ 7.5 km.
  • โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ~ 8 km.
  • โรงพยาบาลนนทเวช ~ 9.2 km.

โรงเรียน

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ~ 1 km.
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม ~ 5.8 km.
  • โรงเรียนสารวิทยา ~ 6.5 km.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ~ 7.8 km.
  • KPIS International School ~ 12.3 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • เป็นโครงการขนาดเล็ก ยูนิตน้อยสุดในย่าน
  • มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่พลุกพล่าน
  • ไม่เน้นส่วนกลาง แต่ก็มีฟังก์ชันหลักๆให้ใช้ครบ ตามสัดส่วนจำนวนยูนิต

Master Plan โครงการ The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64) มีความเป็นส่วนตัวเพียง 19 ยูนิตเท่านั้น (น้อยที่สุดในย่านแล้วในบรรดาบ้านเดี่ยวกลุ่ม Segment ราคานี้) โดยจะตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 4-1-33.5 ไร่ มีอาคาร Clubhouse และส่วนกลางอยู่ทางด้านหน้า ส่วนบ้านพักอาศัยก็จะมีเพียง 2 ซอยเท่านั้นครับ

แน่นอนว่าซอยแรกด้านขวาดูมี Value และความ Privacy สูงกว่า เพราะเป็นบ้านเดี่ยวล้วนแค่ 4 หลัง รวมถึงไม่ต้องหันหน้าชนกับใครเลยครับ แต่ถ้าใครสนใจเป็นบ้านแฝดก็จะมีแปลงที่อยู่ติดกับ Clubhouse ที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะนอกจากมีความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังสามารถเดินมาใช้ส่วนกลางได้ง่ายสุดๆอีกด้วย

ซุ้มประตูทางเข้าโครงการมีการแยกทางเข้า-ออกกันชัดเจน เปิด-ปิดประตูเหล็กรางเลื่อนด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน (License Plate Recognition) และแน่นอนว่าจะต้องไม่ลืมการตกแต่งด้วยพรรณไม้ต่างๆ เพื่อเพิ่มความร่มรื่นและสดชื่นตามชื่อแบรนด์ The Palm

ผ่านซุ้มประตูเข้ามาเราจะเจอกับสวนเล็กๆ เป็นส่วนต้อนรับอยู่ทางด้านหน้าสุดแบบนี้ครับ โดยเค้าจะเน้นปลูกเป็นพันธุ์ไม้มงคล และพันธุ์ที่ช่วยดูดซับฝุ่นต่างๆ เพื่อให้อากาศภายในโครงการมีความสดชื่นมากขึ้น

ภายในสวนจะมีทางเดินเล็กๆ และมุมนั่งเล่นให้เรามาพักผ่อนเล็กๆน้อยๆกันได้แบบนี้เลย

ส่วนอาคาร Clubhouse จะอยู่ติดกับซุ้มประตูทางเข้าครับ ซึ่งสามารถมาใช้งานได้ 24 ชม.

เข้ามาด้านในเราจะเจอกับ Lobby ให้มานั่งเล่นพักผ่อนและรับแขกได้ตรงนี้ ส่วนซ้ายมือจะมีห้องน้ำและห้อง Golf Simulator ให้ใช้งาน

ภายใน Golf Simulator Room ทำออกมาได้น่าใช้งานดีเลยครับ มีทั้งมุมนั่งเล่นพักผ่อนและพื้นหญ้าเทียมขนาดใหญ่ ให้เราได้ฝึกตีกอล์ฟในจอขนาดยักษ์ได้แบบนี้

และเมื่อเราขึ้นมาบนชั้น 2 ก็จะเจอกับห้อง Fitness ให้ใช้งานแบบนี้ครับ

ส่วนบรรยากาศของถนนโครงการก็จะเป็นประมาณนี้ ซึ่งด้วยความที่เป็นโครงการขนาดเล็กจึงอาจไม่ได้มีฟังก์ชันส่วนกลางให้ได้ใช้งานเยอะเหมือนโครงการใหญ่ๆสักเท่าไหร่ครับ และค่าส่วนกลางก็จะอยู่ที่ 150 บาท/ตร.วา/เดือน หรือประมาณ 100,000 บาท/ปี

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse ส่วนกลาง 24 ชม.
  • Golf Simulator Room
  • Fitness บนชั้น 2
  • พื้นที่สวนสาธารณะ 1 จุด ขนาด 236 ตร.ม.
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate รวมทั้งหมด 6 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 9 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเหล็กรางเลื่อนไฟฟ้า
  • เปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน (License Plate Recognition)

แบบบ้าน

Highlights :

  • เป็นบ้าน 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยเยอะ และมีพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มความยืดหยุ่นของฟังก์ชันได้ดี
  • โครงสร้าง Precast แข็งแรงทนทาน และช่วยป้องกันเสียงได้ดี
  • ออกแบบช่องแสงได้ดี ทำให้บ้านสว่างโปร่งโล่ง และเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปิดช่องเยอะจนเกินไป เพื่อไม่ให้เสียความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย
  • Universal Design มีห้องผู้สูงอายุที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่
  • บ้านเดี่ยวมีลิฟต์โดยสารให้ใช้ขึ้น-ลงสะดวก ส่วนบ้านแฝดถึงจะไม่มีลิฟต์ แต่ก็เตรียมงานโครงสร้างไว้รองรับแล้วเรียบร้อย

The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64) เป็นบ้านสไตล์ Modern Tropical โดยจะมีให้เลือก 2 Type ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดครับ จึงตอบโจทย์สำหรับครอบครัวตั้งแต่ขนาดเล็ก-ใหญ่ อีกทั้งยังมีการออกแบบแปลนบ้านใหม่ทั้งหมด และนำมาใช้กับโครงการนี้เป็นแห่งแรกอีกด้วย

ซึ่งนอกจากการออกแบบฟังก์ชันบ้านให้อยู่สบาย และมีช่องเปิดให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติได้ดีแล้ว แบบบ้านแบรนด์ The Palm ยังใส่ใจในเรื่อง Universal Design ให้เป็นบ้านที่เหมาะกับทุกช่วงวัย ผู้สูงอายุอยู่ได้ ..ลูกหลายก็อยู่ดี โดยจะถูกเซ็ทเป็น Standard ของบ้านแบรนด์ The Palm ต่อจากนี้ไปทุกๆโครงการด้วยครับ ส่วนมีแบบบ้านของที่นี่ก็จะให้เลือกดังนี้

  • Solitaire (ซอ-ลิ-แทร์) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 421 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 พื้นที่อเนกประสงค์ / 2 ห้องครัว / 1 ห้องแม่บ้าน / 4 ที่จอดรถ และลิฟท์ส่วนตัว
  • Beryl (เบอ-ริล) บ้านแฝด 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 295 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 พื้นที่อเนกประสงค์ / 3 ที่จอดรถ

**หมายเหตุ : โครงสร้าง Precast เหมาะกับบ้านในทำเลนี้มาก เพราะช่วยป้องกันเสียงเครื่องบินได้ดี

โครงสร้างและสเปควัสดุหลักของบ้าน :

  • โครงสร้างบ้าน : ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast มีความสามารถในการป้องกันเสียงรบกวนได้ดีที่สุดในบรรดาผนังทุกแบบ แข็งแรงทนทาน แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทุบ/เจาะได้ เนื่องจากเป็นผนังรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านไปในตัว (หรือสามารถปรึกษาวิศวกรโครงการก่อนอีกทีครับ)
  • พื้นที่จอดรถ : บริเวณใต้ชายคาจะลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน ส่วนที่เหลือเป็นแบบ On Ground และปูพื้นด้วยกระเบื้อง Stamp Pave จาก SCG ขนาด 40 x 40 cm. เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแผ่นในอนาคต
  • โครงสร้างบันได : คอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ SPC
  • ประตู-หน้าต่าง : แบรนด์ TOSTEM สี Autumn Brown ทั้งหลัง
  • พื้นชั้น 1 : กระเบื้องขนาด 60 x 120 cm. ผิว Satin
  • พื้นชั้น 2 – 3 : พื้นกระเบื้อง SPC V-Class ลายไม้ หนา 7 mm.
  • พื้นห้องผู้สูงอายุ : ไวนิล Absorption Floor
  • ความสูงฝ้าเพดาน : ชั้น 1 = 3 m. / ชั้น 2 และ 3 = 2.8 m. / Double Voluume = 6.7 m.
  • สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ : ยี่ห้อ Kohler & Englefield / อ่างอาบน้ำ I-Spa แบบลอยตัว
  • ระบบรักษาการปลอดภัยในตัวบ้าน : สัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor ชั้น 1 ที่ประตู และหน้าต่างทุกบาน + IP Camera 1 จุด (ที่จอดรถ) + Digital Door Lock (กดรหัส แสกนนิ้ว แสกนใบหน้า)
  • ลิฟต์โดยสาร : บ้านเดี่ยว = ติดตั้งลิฟต์แบรนด์ Mitsubishi ระบบสลิง รองรับสูงสุด 280 kg. ไม่เกิน 4 คน / บ้านแฝด = ไม่ได้ติดตั้งลิฟต์มาให้ แต่เตรียมพื้นที่และโครงสร้างพื้นรองรับการติดตั้งลิฟต์ในอนาคตมาให้แทน
  • เทคโนโลยีในตัวบ้าน : ระบบ Home Automation + ระบบ Active Airflow System ช่วยระบายอากาศและลดความร้อน + ระบบกรองอากาศ ERV System by Mitsubishi (ในห้อง Master Bedroom)
  • ระบบไฟฟ้า : 3 เฟส รองรับ EV Charger (บ้านเดี่ยว = 50/150 จำนวน 2 จุด และบ้านแฝด = 30/100 จำนวน 1 จุด)

  • Beryl (เบอ-ริล) บ้านแฝด 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 295 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 พื้นที่อเนกประสงค์ / 3 ที่จอดรถ

แปลนบ้านจะมีทั้งหมด 3 ชั้น ซึ่งเค้าจะแบ่งการใช้งานแยกออกจากกันชัดเจน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวไม่รบกวนกัน จุดเด่นที่น่าสนใจของบ้านหลังนี้คือ เค้ามีการเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งลิฟต์โดยสารเพิ่มเติมมาให้ตั้งแต่แรกแล้ว (ช่องตรงกลางบันได) เผื่อใครมีผู้สูงอายุหรือต้องการความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงก็สามารถติดตั้งเพิ่มเองได้เลย

ส่วนผนังด้านที่ติดกับเพื่อนบ้านเค้าก็จะเลือกเป็นฟังก์ชันใช้งานอื่นๆ เช่น บันได ห้องน้ำ และระเบียง ให้มาอยู่ติดกัน เพื่อที่ในส่วนห้องพักผ่อนอื่นๆจะได้มีระยะห่างและเป็นส่วนตัวออกจากกันให้มากที่สุดนั่นเอง ส่วนฟังก์ชันอื่นๆก็จะแบ่งได้ตามนี้ครับ

  • ชั้น 1 : พื้นที่นั่งเล่น/รับแขก ห้องครัว และห้องนอนชั้นล่าง ที่สามารถปรับเป็นห้องผู้สูงอายุได้สบาย เราชอบเทคนิคที่ใช้ห้องน้ำมาเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันกลางบ้านมากๆ เพราะทำให้มีความเป็นส่วนตัวออกจากกันดี โดยเฉพาะมุมบันไดและหน้าห้องน้ำครับ
  • ชั้น 2 : เป็นห้อง Master Bedroom และพื้นที่อเนกประสงค์ หรือเราจะทำเป็น Master Bedroom แบบทั้ง Floor ไปเลยก็ได้ครับ ชั้นนี้เราชอบการดีไซน์ระเบียงรูปตัว L ที่เว้าเข้ามาในบ้าน เพราะช่วยเพิ่มช่องแสงทำให้ในบ้านสว่างโปร่งโล่งดีมากๆเลยนั่นเอง
  • ชั้น 3 : เป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องสำหรับลูกๆ ซึ่งจะมีห้องน้ำเป็นส่วนตัวทั้งหมด หรือถ้าใครมีลูกคนเดียวจะปรับเป็นห้องอื่นๆก็ได้ครับ

บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ถึง 3 คัน ถือว่าเยอะเลยนะสำหรับบ้านแฝด โดยจะเป็นการจอดในร่ม 2 คัน (กว้าง 5.52 m.) และจอดกลางแจ้งอีก 1 คัน (กว้าง 2.4 m.)

โครงสร้างลงเสาเข็มให้ลึกเท่าตัวบ้านตามแนวเสา ส่วนที่เหลือด้านนอกจะเป็น Slab on Ground และตัด Joint แยกออกจากโครงสร้างหลักของบ้าน

พื้นปูด้วยกระเบื้อง Stamp Pave จาก SCG ขนาด 40 x 40 cm. ซึ่งเวลาเกิดชำรุดสามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นได้ง่ายกว่าการใช้เป็นพื้น Stamp Concrete นั่นเองครับ

ซ้ายมือเป็นประตูเหล็กรางเลื่อน ดีไซน์รางให้โค้งเลื่อนเก็บไปตามแนวรั้ว ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการเปิดได้ดี และถ้าใครต้องการความสะดวกสบายเพิ่มเติม ก็สามารถติดเป็นประตูไฟฟ้าได้นะครับ ซึ่งทางโครงการก็จะเตรียม Junction เอาไว้ให้แล้ว

ส่วนทางด้านขวาของบ้านจะเป็นตู้จดหมายและถังขยะ ซึ่งจะติดตั้งมาให้เรียบร้อยและใช้งานได้สะดวกทั้ง 2 ด้าน

ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นบานทึบจากยี่ห้อ Tostem สามารถเปิดบานเล็กๆเพิ่ม เพื่อขยายให้สามารถขนของชิ้นใหญ่ๆผ่านได้ด้วยครับ

มาพร้อมกับติดตั้ง Digital Door Lock โดยจะมีกล้องตัวเล็กๆ ที่สามารถฉาบภาพแสดงบนจอฝั่งด้านในบ้านได้ด้วย ทำให้เรามองเห็นได้ว่าใครมาโดยที่ยังไม่ต้องเปิดประตูเลย

เข้ามาด้านในเราจะเจอกับโถงทางเดินที่ทำหน้าที่เป็น Foyer ซึ่งของจริงก็จะมีผนังด้านข้างประตูแบบนี้เลยครับ ซึ่งสามารถ Built-in เป็นตู้เก็บรองเท้า และยังช่วยบังสายตา ทำให้ในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้อีกด้วย

มาถึงฟังก์ชันหลักของชั้นนี้ก็คือ Common Area เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย Living Area และ Dinning Table ซึ่งจะว่ารอบด้านมีช่องแสงอยู่เยอะ แต่ก็ไม่ได้มากเกินไปจนขนาดความเป็นส่วนตัวครับ เรามองว่าแบบนี้กำลังดีเลย

Living Area จะอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้านติดกับที่จอดรถ โดยเค้าดีไซน์มาเป็นช่องแสงแทนประตูกระจกบานใหญ่ เพราะต้องการให้เข้า-ออกแค่ทางเดียว เพื่อความปลอดภัย และจะได้ไม่ต้องมีคนมาเดินตัดผ่านหน้าทีวีไป-มาให้เสียความเป็นส่วนตัวด้วยครับ

Dinning Table จะเป็นโซนด้านหลังบ้าน ซึ่งติดกับช่องแสงถึง 2 ด้าน ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีความสว่างโปร่งโล่งมากที่สุดของบ้าน แถมยังเปิดเชื่อมต่อไปยังสวนรอบบ้านได้อีกด้วย

บริเวณรอบๆบ้านจะเป็นพื้นหญ้ากว้าง 2 m. ตามกฎหมายจัดสรร ซึ่งเราสามารถปลูกต้นไม้ ทำสวนสวยๆ หรือทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ไว้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศแบบบ้านตัวอย่างนี้ก็ได้ครับ

ติดกันจะเป็นห้องครัวที่ถูกดีไซน์ให้เป็นประตูกระจกบานใหญ่ เพื่อทำให้พื้นที่ในบ้านมีความโปร่งโล่งมากที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้ดีเลยครับ อย่างเวลาที่คุณแม่กำลังทำอาหารอยู่ ก็ยังสามารถมองเห็นคนอื่นๆกำลังนั่งเล่น ดูทีวี และมองเห็นไปยังประตูหน้าบ้านว่ามีแขกไปใครมาได้อีกด้วย

พื้นที่ในครัวของจริงจะเป็นห้องโล่งๆนะครับ เราจะต้องมา Built-in เพิ่มเอง แต่เค้าก็จะเตรียมพวกท่องานระบบต่างๆเอาไว้ให้แล้ว

เปิดประตูออกมาจากห้องครัวเราจะเจอลานซักล้านหลังบ้าน มาพร้อมกับห้องเก็บของใต้บันไดเล็กๆด้านซ้ายมือแบบนี้ด้วยครับ

กลับเข้ามาในบ้าน ต่อไปเราจะไปดูอีกฝั่งหนึ่งกันต่อเลยครับ

จากประตูหน้าบ้านจะมีทางแยกเล็กออกมายังห้องน้ำ และห้องนอนชั้นล่างแบบนี้ ซึ่งจะอยู่แยกออกมาจาก Living Area ทำให้มีความเป็นส่วนตัวดีมากๆ

ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ และมาพร้อมกับฟังก์ชันส่วนอาบน้ำ เพื่อรองรับการทำห้องนอนชั้นล่างมาให้พร้อมใช้งานเลยครับ

สุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นของ Kohler & Englefield มาพร้อมโถแบบอัตโนมัติให้ใช้งานได้สะดวก ส่วนพื้นที่อาบน้ำเราสามารถติดม่านหรือฉากกั้นกระจกเพิ่มได้ตามต้องการเลยครับ

ห้องนอนชั้นล่างมีขนาดกว้าง 2.7 x 3.2 m. สามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ ห้องทำงาน หรือห้องนอนผู้สูงอายุก็ได้ครับ โดยจุดเด่นของห้องนี้คือ วัสดุปูพื้นเค้าจะใช้เป็นไวนิล Absorption Floor เพื่อช่วยลดแรงกระแทก

รวมถึงยังมีประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดเชื่อมต่อกับภายนอกได้แบบนี้ด้วย ซึ่งก็จะเป็นบริเวณหน้าบ้านและติดกับแปลงต้นไม้พอดี (โครงการจะปูหญ้าและให้ไม้ยืนต้นมาแบบนี้ 1 ต้น)

บันไดทางขึ้นชั้น 2 จะหลบอยู่ในมุมด้านในสุดของบ้าน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวดีมากๆครับ โดยโครงสร้างบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงมีความแข็งแรงทนทานและไม่มีเสียงดังรบกวน รวมถึงยังมีราวจับเพื่อความปลอดภัยให้ตลอดทางด้วย

บริเวณตรงกลางบันไดจะเห็นว่าเค้าเว้นช่องขนาด 1 x 1.25 m. เอาไว้ เผื่อสำหรับใครอยากจะติดตั้งลิฟต์เองในอนาคตก็สามารถทำได้เลยครับ ถือว่าเค้าคิดเผื่อมาให้ค่อนข้างดีต่างจากโครงการอื่นๆ

ซึ่งไม่ใช่แค่การเตรียมพื้นที่เท่านั้นนะ แต่เค้ายังเตรียมไปถึงงานฐานรากใต้พื้นบ้านไว้รองรับน้ำหนักลิฟต์มาโดยเฉพาะ ใครที่มีผู้สูงอายุแล้วคิดว่าอยากให้ท่านอยู่ห้องชั้นบน ก็จะได้มีลิฟต์ให้ใช้งานขึ้น-ลงได้สะดวก

ขึ้นมาบนชั้น 2 เราจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งฟังก์ชันนี้เองที่ทำให้บ้านมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะเราสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายดังนี้

  • คงไว้แบบเดิม : ใช้เป็นมุมนั่งเล่นของ Family Area ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการแยกตัวออกมาจากพื้นที่รับแขกด้านล่าง
  • กั้นผนังทำห้องเพิ่ม : เราสามารถเลือกใช้เป็นผนังกระจกหรือผนังทึบ เพื่อกั้นทำเป็นห้องเพิ่มอีกได้สบายๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือห้องพระ เป็นต้น
  • ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน : แทนที่จะกั้นเป็นห้องแยกเล็กๆ เราสามารถกั้นผนังตรงหน้าบันได ให้พื้นที่ส่วนนี้กลายเป็นโซนนั่งเล่นของ Master Bedroom ไปเลยก็ได้

อีกหนึ่งจุดเด่นของพื้นที่ตรงนี้คือ ‘ช่องแสง’ โดยจะมีอยู่ 2 ด้านเหมือนเป็นบ้านหลังมุมเลยครับ เพราะเค้าได้มีการเว้าพื้นที่ระเบียงเข้ามา ทำให้แสงสว่างส่องมาจนถึงกลางบ้านได้สบาย

ระเบียงสามารถออกไปใช้งานได้จริง ซึ่งจะเป็นรูปตัว L แบบนี้ครับ

ถัดมาจะเป็น Master Bedroom ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีพื้นที่รอบเตียงเหลือเฟือ สามารถแบ่งทำเป็นโซนนั่งเล่นพักผ่อนต่างๆได้สบายๆเลยครับ

แน่นอนว่าห้องนี้มีระเบียงขนาดใหญ่ด้านหน้า สามารถเปิดออกไปยืนชมวิวเปลี่ยนบรรยากาศได้ และตรงกลางเค้าจะมีกำแพงกั้นระเบียงออกจากตรงพื้นที่อเนกประสงค์ชัดเจน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากขึ้น

อีกข้อหนึ่งคือ Facade ของบ้านแฝดจะมีการตกแต่งและทำสีที่แตกต่างกัน 2 แบบ โดยจะสลับกันระหว่างชั้น 2 และ 3 ซึ่งเป็น Gimmick เล็กๆน้อยๆที่โครงการใส่เข้ามาให้ดูไม่น่าเบื่อ ยังไงก็อาจลองเลือกแบบที่ชอบเองอีกทีได้นะครับ

อีกด้านหนึ่งของ Master Bedroom จะเป็น Walk-in Closet และเชื่อมต่อกับห้องน้ำแบบนี้

ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่ ตรงกลางได้อ่างแบบ His&Her สามารถใช้งานพร้อมๆกันได้

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาต่างจากห้องอื่นๆคือ อ่างอาบน้ำแบบลอยตัวจาก I-Spa ทำให้เราสามารถเลือกปรับวิธีอาบน้ำได้ตามที่ต้องการในแต่ละวัน

ส่วนอีกด้านจะเป็น Shower Box และโถสุขภัณฑ์ครับ

โดยห้องนี้จะติดฉากกั้นกระจกมาให้แบบนี้เลย ภายในกว้าง 1 x 1 m. สามารถใช้งานได้พอดีๆ มาพร้อม Rain Shower และโถสุขภัณฑ์ก็ยังคงได้เป็นแบบอัตโนมัติเช่นเดิมครับ

ต่อไปเราจะขึ้นชั้น 3 กันนะ

พอขึ้นมาถึงด้านบนเราจะเจอกับพื้นที่เล็กๆหน้าบันได ซึ่งถ้าใครที่ติดตั้งลิฟต์เพิ่มก็จะกลายเป็นพื้นที่หน้าลิฟต์ให้เดินเข้า-ออกนั่นแหละครับ

แต่ถ้าใครไม่ได้ติดลิฟต์เพิ่ม เราก็สามารถทำเป็นมุมอเนกประสงค์อื่นๆได้ตามต้องการ เช่น มุมนั่งเล่นพักผ่อน มุมปลูกต้นไม้ มุมหิ้งพระ มุมตู้โชว์ของสะสม เป็นต้น

ห้องนอนจะมีอยู่ 2 ห้อง เราขอเริ่มจากห้องใหญ่โซนหน้าบ้านก่อน เข้ามาก็จะเจอกับส่วนของ Walk-in Closet ซึ่งของจริงจะเป็นห้องขนาดใหญ่โล่งๆ ไม่ได้กั้นผนังแยกมาให้นะ

โดยเราสามารถนำมา Desing ให้เหมาะกับความต้องการของเราได้เองเลย อย่างบ้านตัวอย่างนี้ก็ช่วยทำให้โซนเตียงนอนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเองครับ

Walk-in Closet อยู่ติดกับห้องน้ำจึงทำให้ใช้งานเชื่อมต่อกันได้สะดวก ซึ่งภายในก็มีฟังก์ชันที่เป็นมาตรฐานทั่วไป แยกโซนเปียกโซนแห้งมาให้เป็นสัดส่วน

โดยห้องนอนเล็กจะไม่ได้กั้น Shower Box มาให้นะครับ แต่เราก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้เองตามต้องการ รวมถึงโถสุขภัณฑ์ก็จะเป็นแบบปกติไม่ใช่อัตโนมัติ

โซนเตียงนอนที่อยู่ด้านในห้องจะมีความเป็นส่วนตัว และได้ช่องแสงขนาดใหญ่ที่ให้บรรยากาศสว่างโปร่งโล่ง รวมถึงยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือให้ใช้งานได้สบายๆ

ห้องสุดท้ายจะเป็นห้องนอนเล็กสุดที่อยู่โซนหลังบ้านครับ โดยจุดเด่นของห้องนี้คือ จะมีพื้นที่ริมหน้าต่างขนาดใหญ่ ให้เราทำเป็นมุมอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้

ส่วนห้องน้ำก็จะมีฟังก์ชันและขนาดที่เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ สามารถใช้งานได้เป็นส่วนตัว

  • Solitaire (ซอ-ลิ-แทร์) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 421 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 พื้นที่อเนกประสงค์ / 2 ห้องครัว / 1 ห้องแม่บ้าน / 4 ที่จอดรถ และลิฟต์ส่วนตัว

สำหรับบ้านเดี่ยวจะโดดเด่นตรงฝ้าเพดาน Double Volume ซึ่งช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านมีความสว่างโปร่งโล่ง และเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการติดตั้งลิฟต์โดยสารมาให้แล้วเรียบร้อย จึงทำให้เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ ผู้สูงอายุสามารถขึ้น-ลงได้สะดวก ซึ่งห้องนอนผู้สูงอายุก็จะตั้งอยู่บนชั้น 2 ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ชั้น 1 สามารถรับแขกได้อย่างเต็มที่ไม่รบกวนกัน

หนึ่งในฟังก์ชันที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษก็คือ ห้องครัวและห้องแม่บ้าน ซึ่งผนังตรงกลางจะเป็นผนังก่ออิฐเพียงจุดเดียวของบ้าน ใครที่ไม่ได้มีแม่บ้านอยู่ประจำและต้องการขยายห้องครัวให้ใหญ่ขึ้น ก็สามารถทุบผนังตรงกลางออกได้เลยครับ

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ทุกชั้น ทำให้ตัวบ้านมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ส่วนจุดที่น่าสนใจอีกอย่างเราคิดว่าเป็นห้องนอนเล็ก ซึ่งทุกห้องจะมี Walk-in Closet เป็นของตัวเองหมดเลย เรียกได้ว่าอยู่สบายและเป็นสัดส่วนทุกห้อง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบบบ้านที่โครงการคิดมาให้ค่อนข้างดีและน่าอยู่ไม่น้อยเลยครับ

มาเริ่มกันตรงพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน ซึ่งความแปลกอีกอย่างก็คือ เค้าจะแบ่งที่จอดรถออกเป็นฝั่งละ 2 คันแบบนี้ และมีประตูทางเข้าบ้านอยู่ตรงกลาง สามารถแยกกันใช้งานทีละฝั่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลื่อนเปิดประตูใหญ่ทีเดียวทั้งบ้านครับ

เข้ามาด้านในเราจะเจอกับโถงทางเดินกลางบ้าน ที่เชื่อมต่อกับ Common Area ที่เป็นฝ้าเพดานสูง Double Volume 6.7 m. ทำให้บรรยากาศมีความสว่างโปร่งโล่ง และเรายังสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวภายนอกตัวบ้านได้ดีอีกด้วย

ซ้ายมือเป็นพื้นที่เหมาะกับวางโซฟาตัวใหญ่ และสามารถหันหน้าออกไปรับวิวสวนได้เต็มที่

สวนภายนอกเราสามารถออกแบบและจัดในแบบที่ชอบได้เลย ไม่ว่าจะเป็นแปลงดอกไม้ บ่อเลี้ยงปลา และมุมน้ำตก สามารถทำได้เต็มที่ (ของจริงจะเป็นพื้นที่โล่งและปูหญ้ามาให้เป็นมาตรฐานเท่านั้น)

ติดกับช่องแสงจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร สามารถใช้โต๊ะขนาด 6 – 8 ที่นั่งได้ครับ

ตรงกลางบ้านจะเป็นลิฟต์โดยสารตั้งอยู่เด่นๆเลย ทำให้ขึ้น-ลงบ้านได้สะดวก และยังทำหน้าที่เป็นตัวแบ่งฟังก์ชันหน้าบ้าน-หลังบ้านออกจากกันได้ชัดเจนด้วย

เริ่มจากซ้ายมือเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างครัวกับโต๊ะทานอาหาร จึงเหมาะที่จะทำเป็น Pantry หรือครัวฝรั่งเอาไว้อุ่นอาหาร รวมถึงยังทำเป็น Counter Bar ไว้สำหรับจิบชา กาแฟ และเครื่องดื่มก็ได้

ภายในครัวมีขนาดใหญ่ และของจริงเราจะได้เป็นห้องเปล่าๆ สามารถ Built-in เพิ่มเติมได้เองตามต้องการเลยครับ

บริเวณทางเข้าหน้าบ้านนอกจากบันไดแล้ว ยังจะมีทางเดินแยกไปยังห้องน้ำที่อยู่ใต้บันไดด้วย ซึ่งมีความเป็นสัดส่วนแยกออกมาจากโซนพักผ่อนดีเลยครับ

ภายในห้องน้ำนี้จะเป็น Powder Room ที่ไม่มีส่วนอาบน้ำ แต่ไว้ใช้งานสำหรับแขกและคนที่อยู่ชั้นล่างนี้ทั้งหมด ซึ่งเราก็จะได้เป็นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติเหมือนบ้านแฝดเลยครับ

บันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเช่นเคยครับ ซึ่งความพิเศษของบ้านหลังนี้คือ จะมีชานพักขนาดใหญ่มาก ทำให้ใช้งานได้สะดวกและโปร่งโล่งไม่อึดอัดเลย

ขึ้นมาบนชั้น 2 เราจะเจอกับพื้นที่ขนาดใหญ่ของโถงทางเดิน ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่อเนกประสงค์และ Double Volume ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความสว่างโปร่งโล่งอย่างมากเลยครับ

โดยจากบนชั้น 2 นี้เราก็สามารถมองเชื่อมต่อลงไปเห็นพื้นที่ชั้นล่าง และยังมองเห็นสวนภายนอกได้แบบนี้เลย

ซ้ายมือเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ โครงการจัดเอาไว้เป็น Familly Area เผื่อว่าด้านล่างกำลังมีแขกอยู่ สมาชิกในบ้านก็ยังสามารถมาใช้งานกันตรงนี้เป็นส่วนตัวได้

ติดกันจะเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ซึ่งมีขนาดใหญ่และเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็น Vinyl Shock Absorption Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทกมาให้เช่นเคยครับ

อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งก็ได้ออกแบบมาให้เป็นประตูบานเลื่อน พร้อมฝังรางน้ำไว้ใต้พื้นเพื่อให้มีความเรียบเสมอกัน เหมาะแก่การใช้งานของผู้สูงอายุและผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ เพราะจะไม่มีพื้นต่างระดับนั่นเอง

ภายในห้องน้ำนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องน้ำมาตรฐาน เพราะออกแบบด้วยหลัก Universal Design ให้มีระยะที่กว้างพอจะให้รถเข็นเข้ามาใช้งานได้สะดวก นอกจากนี้ยังลดระดับความสูงของอ่างล้างหน้าให้พอดีกับคนที่นั่งรถเข็นด้วยครับ

ส่วนจุดอาบน้ำและอื่นๆ ก็จะเห็นว่าไม่มีพื้นต่างระดับและมีขนาดกว้างขวางใช้งานได้สะดวก โดยเราแนะนำให้ติดตั้งพวกราวจับต่างๆ ที่นั่งอาบน้ำ และติดสัญญาณฉุกเฉินเพิ่มเติม เท่านี้ก็จะกลายเป็นห้องน้ำผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบมากขึ้นแล้วครับ

อีกด้านของบ้านหรือก็คือโซนด้านหลัง ก็จะมีห้องนอนเล็กแยกออกไป

ภายในมีขนาดกว้างขวางใช้งานได้ตามปกติเลย ซึ่งหากใครที่ต้องมีพยาบาลหรือพี่เลี้ยงคอยดูแลผู้สูงอายุ 24 ชม. เราก็สามารถใช้ห้องนี้เป็นห้องพักได้ เพราะอยู่ชั้นเดียวกันอยู่แล้วก็จะดูแลอย่างใช้ชิดได้สะดวกมากๆ

รวมถึงในห้องนี้ก็ยังมีห้องน้ำให้ใช้งานแบบส่วนตัวด้วยครับ

ขึ้นมาบนชั้น 3 เราจะเจอกับห้องนอนและพื้นที่อเนกประสงค์เช่นเคย

เริ่มจากห้องนอนด้านซ้ายมือจะเป็น Master Bedroom มีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้าน ซึ่งมีการแบ่งโซนพักผ่อนและโซนใช้งานออกจากกันชัดเจน โดยนี่ก็จะเป็นโซนแรกตรงเตียงนอนและโซฟาครับ

ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และเชื่อมต่อกับห้องน้ำให้ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวก โดยประตูห้องน้ำก็จะเป็นบานกระจกแบบนี้เลยครับ เพื่อที่ภายใน Walk-in Closet จะได้มีความสว่างโปร่งโล่งมากขึ้น หรือใครจะปรับเปลี่ยนเป็นแบบอื่นก็ได้ตามต้องการ

ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่ และมาพร้อมฟังก์ชันที่เยอะกว่าห้องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำ และอ่างล้างหน้าแบบ His&Her

โดยเฉพาะอ่างอาบน้ำนี้เราชอบที่มีตำแหน่งอยู่ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งภายนอกมีพื้นที่ให้เราจัดพื้นที่สีเขียวเพิ่มเติมได้ด้วย จึงช่วยเพิ่มบรรยากาศความสดชื่นในเวลาใช้งานได้เป็นอย่างดีเลย

ส่วนด้านในสุดของห้องจะเป็น Shower Box และโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติเหมือนบ้านแฝดเลยครับ แต่ที่เพิ่มเติมมานิดนึงคือ เค้าจะกั้นกระจกตรงส่วนโถสุขภัณฑ์เพิ่มเข้ามาให้ด้วย

มาต่อกันที่พื้นที่อเนกประสงค์ของชั้น 3 ซึ่งจะอยู่ด้านหน้าโถงลิฟต์พอดีเลยครับ โดยเราสามารถจัดเป็นฟังก์ชันอะไรก็ได้ตามต้องการ หรือจะกั้นผนังทำห้องเป็นสัดส่วนเพิ่มอีกสักห้องไปเลยก็ยังได้

สุดท้ายจะเป็นห้องนอนเล็กที่อยู่โซนด้านหลังบ้าน โดยขนาดและฟังก์ชันจะเหมือนกับห้องที่ชั้น 2 ก่อนหน้านี้ทุกอย่างเลยครับ

และแน่นอนว่าจะมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานด้วยแบบนี้

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่า

ราคา

The Palm Vibhavadi 64 (เดอะปาล์ม วิภาวดี 64) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 16 มกราคม 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • Solitaire (ซอ-ลิ-แทร์) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 421 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 พื้นที่อเนกประสงค์ / 2 ห้องครัว / 1 ห้องแม่บ้าน / 4 ที่จอดรถ และลิฟท์ส่วนตัว
    – ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 118,536 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 8,160 บาทต่อเดือน
  • Beryl (เบอ-ริล) บ้านแฝด 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 295 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 พื้นที่อเนกประสงค์ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 74,678 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 6,315 บาทต่อเดือน
  • ค่าจอง n/a บาท
  • ค่าทำสัญญา n/a บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 150 บาท/ตร.วา/เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการ The Palm วิภาวดี 64 ตั้งอยู่ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 6 สามารถเข้า-ออกเชื่อมต่อถนนใหญ่ได้ 3 เส้นทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนนวิภาวดี ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนพหลโยธิน แต่จุดเด่นจริงๆของทำเลนี้คือ ใกล้ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์เพียง 1.6 km. และใกล้ทางด่วนศรีรัช 6 km. จึงทำให้ขับรถเข้าเมืองได้ง่าย รวมถึงยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทาง ที่เชื่อมต่อที่สะดวกอีกเส้นทางหนึ่งด้วยครับ

และด้วยความที่เป็นทำเลใกล้สนามบิน จึงอาจต้องพิจารณาเรื่องเสียงรบกวนร่วมด้วยครับ อันที่จริงทางโครงการก็มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่ช่วยป้องกันเสียงมาดีระดับหนึ่งอยู่แล้ว ดังนั้นในบ้านก็จะได้ยินแค่เบาๆเท่านั้น แนะนำให้ลองเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจอีกทีนะครับ เพราะแต่ละคนก็มีความ Sensitive ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนที่คุ้นชินกับทำเลและเสียงอยู่แล้วบอกได้เลยว่าสบายมาก

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : มีป้อม รปภ. และกล้อง CCTV เข้า-ออกด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน (License Plate Recognition) ซึ่งเป็นมาตรฐานเหมือนบ้านจัดสรรปกติเลยครับ ส่วนภายในบ้านก็มีมาให้ครบ สัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor ชั้น 1 ที่ประตู และหน้าต่างทุกบาน + IP Camera 1 จุด (ที่จอดรถ) + Digital Door Lock

การออกแบบโครงการ : มีจำนวนยูนิตน้อยสุดในย่าน ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ไม่พลุกพล่าน และมีซอยพักอาศัยเพียงแค่ 2 ซอยเท่านั้นครับ ซึ่งก็มีตำแหน่งที่น่าสนใจเหมือนกัน อย่างแปลงที่ใกล้ส่วนกลางมากๆ และแปลงที่ไม่ต้องหันหน้าชนกับใครเลย ใครที่สนใจตำแหน่งดีๆแบบนี้อยู่คงจะต้องรีบกันสักหน่อยแล้ว

การออกแบบตัวบ้านและพื้นที่ใช้สอย : เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเยอะ ภาพรวมจัดว่าเป็นฟังก์ชันที่อยู่สบาย มีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ปรับเปลี่ยนเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้สอย โดยจุดที่เราชอบที่สุดคือ การออกแบบช่องแสงที่สว่างโปร่งโล่ง สามารถมองเห็นและเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีเยอะเกินไปจนเสียความเป็นส่วนตัว ถือว่ากำลังดีเลยครับ

อีกหนึ่งสิ่งที่ชอบมากๆคือ การที่เค้าใช้ Core Lift หรือไม่ก็ห้องน้ำที่ตั้งอยู่กลางบ้าน มาเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันแต่ละโซนของบ้านให้แยกออกจากกันได้แบบเนียนๆ จึงได้ความเป็นส่วนตัวไม่รบกวนกัน รวมถึงยังเน้น Universal Design เพื่อให้เป็นบ้านที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่หลาย Generation ได้ด้วย

วัสดุ : โครงสร้างหลักเป็น Precast มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถกันเสียงได้ดี ซึ่งเหมาะมากกับทำเลนี้มีภายนอกตัวบ้านจะมีเสียงเครื่องบินรบกวนค่อนข้างบ่อย ทำให้กลายเป็นข้อดีมากๆของโครงการนี้ที่แตกต่างจากเพื่อนบ้านอื่นๆในย่านครับ แต่นั่นก็กลายเป็นข้อจำกัดในการต่อเติมด้วยเหมือนกัน เพราะด้วย Layout ของบ้านเรามองว่ามีอีกหลายจุดมากที่สามารถทุบผนังเพื่อขยายหรือปรับห้องนอนหลายๆห้องได้อีก แต่พอเป็นผนัง Precaast แล้วก็เลยไม่สามารถทำได้เต็มที่ครับ (มีแค่จุดเดียวที่เป็นผนังก่ออิฐคือห้องแม่บ้าน)

วัสดุอื่นๆ เรามองว่าให้มาค่อนข้างดีอยู่เหมือนกันนะ ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าต่าง Tostem ทั้งหลัง / กระเบื้อง Stamp Pave / SPC V-Class / Absorption Floor / ระบบ Home Automation + ระบบ Active Airflow System + ระบบกรองอากาศ ERV System แต่ที่เราชอบมากๆคือ ลิฟต์โดยสารในบ้านเดี่ยว และการเตรียมฐานรองรับติดตั้งลิฟต์เพิ่มเองในบ้านแฝด

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : เป็นโครงการขนาดเล็ก และมีสวนเล็กๆแค่เพียงจุดเดียว ซึ่งจะเน้นเป็นพืชมงคลและช่วยเรื่องฝุ่นได้ดีครับ ส่วนภายในบ้านก็จะปูหญ้าและให้ไม้ยืนต้นเป็นมาตรฐาน

สาธารณูปโภค : ส่วนกลางใช้งานได้ 24 ชม. ประกอบด้วยอาคาร Clubhouse + Fitness + Golf Simulator Room ซึ่งต้องบอกก่อนว่าโครงการนี้เค้าไม่ได้เน้นส่วนกลางอยู่แล้วครับ ภาพรวมมีค่อนข้างน้อยตามสัดส่วนจำนวนยูนิต และนั่นก็เลยทำให้มีค่าส่วนกลางที่ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน เนื่องจากมีเพื่อนบ้านช่วยแชร์กันน้อยหน่อย (150 บาท/ตร.วา/เดือน หรือประมาณ 100,000 บาท/ปี)

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 18.9 – 30 ล้านบาท, 16 มกราคม 2569

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 ใกล้ทางด่วน 2 สาย และใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ความอุดมสมบูรณ์ระยะใกล้ยังมีไม่มากนัก
ความปลอดภัย 7.5/10 ให้มาตามมาตรฐาน ทั้งตรงซุ้มประตูทางเข้า และภายในบ้าน
การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 ยูนิตน้อยสุดในย่าน มีความเป็นส่วนตัวสูง ฟังก์ชันบ้านดีอยู่สบาย
วัสดุ 8/10 ให้มาดี โครงสร้าง Precast มีลิฟต์ในบ้านเดี่ยว และเตรียมโครงสร้างรองรับลิฟต์ในบ้านแฝด ประตูหน้าต่าง Tostem ทั้งหลัง
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 โครงการเล็ก มีสวนแค่จุดเดียว และปลูกต้นไม้จัดสวนในบ้านเป็นมาตรฐาน
สาธารณูปโภค 7.5/10  มีน้อย ไม่ได้เน้น ใช้งานได้ 24 ชม. ค่าส่วนกลาง 150 บาท/ตร.วา/เดือน ค่อนข้างสูง
รวมคะแนน 7.8 จาก 10 คะแนน

The Palm วิภาวดี 64 ดีไหม?

ส่วนตัวเราคิดว่าโครงการ The Palm วิภาวดี 64 โดดเด่นในเรื่อง ‘ทำเลการเดินทาง’ และ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านใกล้ทางด่วน 2 สาย และมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูอยู่หน้าปากซอยเลย ทำให้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากๆ นอกจากนี้ยังเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อยสุดในย่านเพียง 19 หลัง เหมาะกับคนไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ก็แลกมากับส่วนกลางที่ไม่ได้เน้นสักเท่าไหร่ โดยจะเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยเยอะ สามารถรองรับครอบครัวใหญ่ที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วยได้สบายๆ บ้านเดี่ยวมีลิฟต์โดยสารให้ และคนที่สนใจก็จะต้องมีงบ 18.9 – 30 ล้านบาทครับ


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่