ถ้าพูดถึงบ้านรามอินทราราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท มีทางด่วนและรถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกล จะไป Fashion Island และ The Promenade ก็ง่าย จะมีหลายโครงการให้เปรียบเทียบเยอะมาก

แต่ถ้าเป็นโครงการที่ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่ แถมมี Double Volume ในราคานี้ ยังมีให้เลือกอยู่น้อยค่ะ ทำให้ความคุ้มค่าราคาและพื้นที่ใช้สอยก็คือ Highlight ของโครงการ “SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา)” นี้นี่แหละ

หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์ SŌLVANI กันมากนัก ซึ่งจริงๆแล้วแบรนด์ SŌLVANI (โซลวานี) คือแบรนด์บ้านระดับพรีเมียมใหม่ จาก CP LAND ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านระดับ Upper Class สำหรับคนรุ่นใหม่ มี Character ของแบรนด์ SŌLVANI (โซลวานี) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดความหรูหราที่ไม่จำเป็นต้องอวด แต่สัมผัสได้จริงจากการใช้งาน ผ่านการคิดอย่างลึกซึ้งลดทอนการตกแต่งที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ที่ดูคลาสสิกและเรียบหรู ซึ่งโครงการ “SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา)” จะเป็นโครงการแห่งแรกบนทำเลกรุงเทพฯภายใต้แบรนด์ใหม่นี้นั่นเอง

แต่ทำเลกรุงเทพฯที่ถึงแม้จะมี Demand ความต้องการอยู่อาศัยสูง ก็ไม่ได้ซื้อขายบ้านได้ง่ายขนาดนั้น เพราะต้องยอมรับว่า Developer ที่พัฒนาโครงการต่างๆในกรุงเทพฯก็มีทั้งรายเล็ก-รายใหญ่ให้เลือกหลากหลายเลย จึงมีตัวเลือกให้เปรียบเทียบเยอะเหมือนกันค่ะ ทำให้เราเจอ Developer มาหลายเจ้ามากๆที่บุกทำเลกรุงเทพฯครั้งแรกก็จะ “เน้นเรื่องความคุ้มค่า” เป็นหลัก ซึ่งโครงการ “SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา)” ก็โดดเด่นในเรื่องราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอยนั่นเอง

ตัวโครงการออกแบบเป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 102 ยูนิต ในสไตล์ Modern Brutalist เหมาะกับคนที่ชอบบ้านสไตล์ Modern มีความเรียบๆ อีกทั้งยังชอบความเป็นส่วนตัวสูงและเน้นพักผ่อนอยู่ภายในบ้านเป็นหลัก ด้วยการออกแบบช่องเปิดไม่เยอะและไม่มีระเบียง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาจากเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ส่วนแบบบ้านก็มีทั้งหมด 3 แบบ โดยเป็นบ้านแฝด 2 แบบ และบ้านเดี่ยว 1 แบบ มีพื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม. ไปจนถึง 228 ตร.ม. รองรับครอบครัวขนาดเล็ก-กลางได้สบายๆ ในราคาเริ่มต้น 6.29-8.59 ล้านบาท

หากพูดถึงบ้านแฝดก็ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยใหญ่ 160-180 ตร.ม. แถมบ้านแฝดหลังกลางยังได้ Double Volume สูง 6.60 เมตร เพิ่มบรรยากาศโปร่งสบายภายในบ้านด้วย เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 150 ตร.ม. ทั้งๆที่ราคาก็อยู่ในช่วง 6 ล้านบาทเหมือนกัน ส่วนบ้านเดี่ยวที่นอกจากจะได้ Double Volume แล้ว ยังมีพื้นที่จอดรถ 3 คัน เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอื่นๆจะจอดได้เพียง 2 คันเท่านั้นในราคาพอๆกันประมาณ 8 ล้านบาท จึงถือว่าเป็นของหายากเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีการรับประกันโครงสร้างถึง 10 ปี*ด้วยนะ ทำให้โครงการ “SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา)” มีจุดเด่นที่ความคุ้มค่านั่นเอง

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็ออกแบบมาให้ใช้งานครบครันเลย โดยออกแบบอยู่ติดซุ้มประตูโครงการแยกจากโซนบ้าน จึงได้บรรยากาศในการอยู่อาศัยที่สงบขึ้น มี Clubhouse ประกอบด้วย Sol Living พื้นที่ต้อนรับ-นั่งพักคอย, Sol Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อน, Sol Fitness ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก รวมถึง Sol Park พื้นที่สวนสีเขียวภายในสวน พร้อมสนามเด็กเล่นให้มาใช้งานกันได้พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว

นอกจากนั้นตัวทำเลก็ถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เพราะตั้งอยู่ในซอยเจริญพัฒนาบนทำเลรามอินทรา-บางชัน มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย จึงใช้หลีกเลี่ยงรถติดได้ รวมถึงเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากทางด่วนกาญจนาภิเษก มีระยะห่าง 9.1 กิโลเมตร อีกทั้งมีรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูให้ใช้งานได้ด้วย โดยสถานีที่ใกล้สุดก็คือสถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ มีระยะห่าง 4 กิโลเมตร

ส่วนความอุดมสมบูรณ์โดยรอบของโครงการก็คึกคัก อย่างใกล้ๆโครงการจะมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 และ CJ MORE แต่หากขยับไปเส้นหทัยราษฎร์ก็จะมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะ ส่วน Node หลักของทำเลอย่าง Fashion Island และ The Promenade ที่คนในย่านนี้มาเดินเล่น-ซื้อของกันเป็นประจำก็อยู่ไม่ไกลค่ะ

ดังนั้นใครที่กำลังมองหาและเปรียบเทียบบ้านงบประมาณ 6–8 ล้านในโซนรามอินทรา-บางชันอยู่ ก็อ่านรีวิวแบบเจาะลึกด้านล่างนี้ได้เลย จะได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าโครงการ “SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา)” มีความคุ้มค่าตรงไหนบ้าง

ข้อมูลโครงการ

รีวิว SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ณ วันที่ 23 มกราคม 2569

 ชื่อโครงการ   SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยรามอินทรา117 (เจริญพัฒนา) แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510
 ที่ดิน 17 ไร่
 จำนวนยูนิต 102 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • ALDEN บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 36 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 6.29 ล้านบาท
  • BELA บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์
    – ราคาเริ่มต้น 6.79 ล้านบาท
  • CLEO บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 228 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 Family Area
    – ราคาเริ่มต้น 8.59 ล้านบาท

 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ       100,000 บาท
 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2568
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   คาดเสร็จปี 2573
 เว็บไซต์โครงการ  คลิกที่นี่
 โทร   02-088-0999

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.832151555553072, 100.71312217689086
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • เชื่อมต่อถนนหลักหลายสาย หลีกเลี่ยงรถติดได้ เพราะมีตัวเลือกในการเดินทางเยอะไม่ว่าจะเป็นถนนรามอินทรา, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนหทัยราษฎร์, ถนนพระยาสุเรนทร์ และ ถนนสุเหร่าคลอง 1
  • ไม่ไกลจากทางด่วนและรถไฟฟ้า โดยตัวโครงการอยู่ห่างจากวงแหวนกาญจนาภิเษก 9.1 กิโลเมตร และมีระยะห่างจาก MRT สายสีชมพู สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ 4 กิโลเมตร จึงใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวกมากขึ้น
  • ความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง ใกล้ๆมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 และ CJ MORE หากขยับไปหน่อยบนถนนหทัยราษฎร์มีร้านค้า ร้านอาหารเยอะ ส่วน Fashion Island และ The Promenade ก็อยู่ไม่ไกล ไปเดินเล่น-ซื้อของได้ง่าย

 แผนที่จากโครงการค่ะ

SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ตั้งอยู่ตรงไหน?

ครงการนี้ตั้งอยู่ในซอยเจริญพัฒนา ที่เชื่อมต่อกับซอยรามอินทรา 117 และซอยหทัยราษฎร์ 15 ที่อยู่บนทำเลรามอินทรา-บางชัน ถือเป็นย่านที่มีโครงการบ้านพักอาศัยอยู่เยอะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม เพราะเป็นทำเลที่มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย จึงใช้หลีกเลี่ยงรถติดได้ อีกทั้งสภาพโดยรอบที่ค่อนข้างสงบ แต่มีแหล่งจับจ่ายใช้สอยในระยะใกล้ๆครบ เดินทางไปห้างใหญ่ก็ง่าย แถมอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนและรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูด้วย

จากตัวโครงการสามารถเดินทางไปถนนหลักโดยรอบได้ทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นถนนรามอินทรา เดินทางไปยังคู้บอนหรือทางดอนเมือง รวมถึงเชื่อมถนนสีหบุรานุกิจไปทางมีนบุรีได้สะดวก, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนหทัยราษฎร์, ถนนพระยาสุเรนทร์ และ ถนนสุเหร่าคลอง 1 ที่ไปเชื่อมต่อกับถนนคู้บอนด้านบนได้ รวมถึงมีทางด่วนกาญจนาภิเษกอยู่ไม่ไกล จึงเป็นทำเลที่เหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์เป็นหลักค่ะ

ส่วนรถสาธารณะก็มีให้เห็นอยู่บ้างเหมือนกัน ใกล้ๆจะมีซุ้มวินมอเตอร์ไซค์อยู่บริเวณด้านหน้าร้าน CJ MORE ที่ห่างออกไป 400 เมตร แต่ปัจจุบันเราก็เรียกรถผ่าน Application ได้แล้วนะคะ ก็ช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นยังอยู่ไม่ไกลจาก รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ด้วย มีระยะห่าง 4 กิโลเมตร จึงใช้เดินทางเชื่อมกับ BTS สายสีเขียวอ่อน, SRT สายสีแดงเข้มและ MRT สายสีม่วง ก็ทำให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายมากขึ้นค่ะ

ทางด่วนที่อยู่ใกล้โครงการที่สุด ได้แก่ ถนนกาญจนาภิเษก ที่มีระยะห่างประมาณ 9.1 กิโลเมตร จึงใช้เพื่อเดินทางเชื่อมกับมอเตอร์เวย์ไปออกชลบุรีหรือเข้าสู่ถนนพระราม 9 ได้ รวมถึงตรงไปยังบางนา-ตราดหรือขึ้นไปยังบางปะอิน อยุธยาก็สะดวกค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการถือว่าคึกคักเลยค่ะ ด้วยทำเลที่เป็นย่านที่อยู่อาศัย จึงมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆทั้งในระยะใกล้และไกลให้จับจ่ายใช้สอยกันได้ง่ายมากๆ อย่างใกล้ๆตัวโครงการเลยจะมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 เปิด 24 ชั่วโมงที่ห่างไปเพียง 70 เมตร ถัดไปอีกหน่อยก็เจอ CJ MORE เป็นร้านสะดวกซื้ออีกแห่ง ส่วนภายในซอยก็มีร้านค้าและร้านอาหารอยู่หลายร้าน หากขยับไปตรงถนนหทัยราษฎร์ก็จะเต็มไปร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสด และร้านสะดวกซื้อ ออกจากซอยมาก็เจอ Big C สุวินทวงศ์และ Lotus’s

ถ้าใครอยากจะไปห้างใหญ่ๆก็จะมี Fashion Island และ The Promenade ที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 6.4 กิโลเมตร ที่คนในย่านนี้มาจับจ่ายใช้สอยกันเป็นประจำ นอกจากนั้นยังมีโรงพยาบาลชื่อดังอย่างโรงพยาบาลเสรีรักษ์, โรงพยาบาลนวมินทร์ 9, โรงพยาบาลนพรัตน์, โรงพยาบาลสินแพทย์ รวมถึงโรงเรียนอีกหลายแห่ง เช่น โรงเรียนเอกบูรพา (2 ภาษา), โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ, โรงเรียนสุดใจวิทยา, โรงเรียนบางชันปลื้มวิทยานุสรณ์ เป็นต้น

บ้านรามอินทรา ราคาเท่าไหร่?

ย่านรามอินทราถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีโครงการใหม่มาเปิดตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนขยับขยายมาถึงโซนรามอินทรา-บางชันที่มี Node สำคัญอย่าง Fashion Island และ The Promenade ที่เป็นห้างหลักของคนในย่านนี้ อีกทั้งมีวงแหวนกาญจนาภิเษก ประกอบกับรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูตัดผ่าน จึงทำให้เข้า-ออกเมืองได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และกลายเป็นแหล่งบ้านแนวราบที่มีให้เลือกอยู่หลากหลายตั้งแต่ทาวน์โฮม บ้านแฝดไปจนถึงบ้านเดี่ยวเลย

แม้แต่ในซอยเจริญพัฒนาที่เป็นที่ตั้งของโครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ก็มีให้เลือกอยู่หลายแห่งเช่นกัน บ้านแฝดและบ้านเดี่ยวมีระดับราคาประมาณ 5 ล้านกลางๆไปจนถึง 12 ล้านบาท แต่สำหรับโครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) จะโดดเด่นเรื่องราคาคุ้มค่ากับพื้นที่ใช้สอยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงกันค่ะ

หากพูดถึงบ้านแฝดของโครงการนี้ จะมีพื้นที่ใช้สอยใหญ่ 160-180 ตร.ม. แต่เพื่อนบ้านส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 150 ตร.ม. ทั้งๆที่ราคาก็อยู่ในช่วง 6 ล้านบาทเหมือนกัน แถมบ้านแฝดหลังกลางของ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ยังได้ Double Volume ภายในบ้านด้วยนะ ส่วนความคุ้มค่าของบ้านเดี่ยวโครงการนี้ที่นอกจากจะได้ Double Volume เพิ่มบรรยากาศโปร่งสบายแล้ว ยังมีพื้นที่จอดรถถึง 3 คัน เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอื่นๆจะจอดได้เพียง 2 คันเท่านั้น ในราคาพอๆกันประมาณ 8 ล้านบาทนั่นเอง

ทำให้หากใครกำลังมองหาบ้านรามอินทราที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ฟังก์ชันลงตัว แถมเดินทางเชื่อมต่อถนนได้หลากหลายเส้นทาง มีตัวเลือกในการเดินทางทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า ใกล้ห้างใหญ่ๆให้ไปเดินเล่นกับจ่ายใช้สอยได้ง่าย ก็ถือว่าโครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่าและโครงการบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ทำให้ทำเลนี้ค่อนข้างเงียบสงบ มีรถผ่านไป-มาอยู่บ้าง แต่ไม่พลุกพล่านหรือเสียงดังมากนัก อีกทั้งไม่มีอาคารสูงมาบดบังทัศนียภาพและไม่มีโรงงานหรือแหล่งที่ทำให้เกิดเสียงหรือกลิ่นมารบกวนการอยู่อาศัยค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ลำรางสาธารณะ
  • ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินเปล่า, ร้านสะดวกซื้อ 7-11
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ซอยเจริญพัฒนา, หมู่บ้าน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Big C สุวินทวงศ์ – 2.4 กิโลเมตร
  • Lotus’s สุวินทวงศ์ – 3.7 กิโลเมตร
  • ตลาดมีนบุรี – 4.8 กิโลเมตร
  • Makro รามอินทรา – 6.0 กิโลเมตร
  • Fashion Island – 6.4 กิโลเมตร
  • The Promenade – 6.4 กิโลเมตร
  • Big C สุขาภิบาล 3 – 6.7 กิโลเมตร
  • Amorini – 7.0 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ – 4.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 – 4.7 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี – 7.9 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลอินทรารัตน์ – 8.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา – 9.6 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนสุดใจวิทยา – 2.1 กิโลเมตร
  • โรงเรียนพณิชยการ มีนบุรี – 2.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนโชคชัยหทัยราษฎร์ – 3.3 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ – 3.6 กิโลเมตร
  • โรงเรียนบางชันปลื้มวิทยานุสรณ์ – 4.1 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเอกบูรพา วิเทศศึกษา – 4.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสาธิตพัฒนา – 7.9 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า – 8.8 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย – 10 กิโลเมตร

อื่นๆ

  • ปัญญาอินทรากอล์ฟคลับ – 5.8 กิโลเมตร
  • สวนสยาม – 6.3 กิโลเมตร
  • ซาฟารีเวิล์ด – 7.6 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • แบรนด์บ้านแนวราบใหม่ล่าสุดจาก CP LAND โดยมีโครงการนี้เป็นโครงการแรกในกรุงเทพฯ ออกแบบเป็นบ้านระดับพรีเมียมในสไตล์ Modern
  • พื้นที่ส่วนกลางอยู่ด้านหน้าโครงการ นอกจากจะเป็นมุมสวยงามแล้ว ยังเป็น Buffer Zone ป้องกันเสียงและควันจากถนน รวมถึงทำให้โซนบ้านด้านในมีความเงียบสงบมากขึ้น
  • ทุกแบบบ้านมีตำแหน่งแปลงมุมให้เลือก ทำให้แบบบ้านเริ่มต้นตำแหน่งแปลงมุมเป็นบ้านราคาดี เปิดรับวิวกว้างและได้ความเป็นส่วนตัว เพราะติดกับเพื่อนบ้านข้างเดียว
  • บ้านหันหน้าทางทิศเหนือ-ใต้ ไม่โดนแดดโดยตรงและได้ลมดี

ก่อนจะพาไปเจาะลึกตัวโครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) เราอยากจะขอเกริ่นถึงแบรนด์ SŌLVANI (โซลวานี) กันสักหน่อย เพราะเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะยังไม่คุ้นชื่อแบรนด์นี้กันมากนัก

ซึ่งจริงๆแล้วแบรนด์ SŌLVANI (โซลวานี) คือแบรนด์บ้านระดับพรีเมียมใหม่ จาก CP LAND ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านระดับ Upper Class สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาบ้านที่มากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน รสนิยมและจุดยืนของการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน

สำหรับ Character ของแบรนด์ SŌLVANI (โซลวานี) จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดความหรูหราที่ไม่จำเป็นต้องอวด แต่สัมผัสได้จริงจากการใช้งาน เป็นบ้านที่ยิ่งอยู่อาศัย ยิ่งรู้สึกถึงคุณค่าทุกรายละเอียดในสไตล์ Modern Contemporary ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ผ่านการคิดอย่างลึกซึ้งลดทอนการตกแต่งที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ที่ดูคลาสสิกและเรียบหรู

สำหรับ 1 ในจุดขายสำคัญของโครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) คือการนำดีไซน์ Urban Brutalism มาต่อยอดในงานออกแบบสถาปัตยกรรมของ Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งในเรื่องของเส้นสายที่ชัดเจน รูปทรงที่หนักแน่น โครงสร้างที่ซื่อตรงต่อฟังก์ชันและการเลือกใช้วัสดุที่โชว์พื้นผิวจริง ทำให้โครงการมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่น ดูเท่และแตกต่างจากโครงการทั่วไป โดยมีระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 6–10 ล้านบาท เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับพรีเมียม ในทำเลศักยภาพ พร้อมงานออกแบบที่สะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่นั่นเอง

โครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) เป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว จำนวน 102 ยูนิต บนที่ดิน 17 ไร่ มีแนวคิดในการออกแบบเป็น Raw Elegance & Redefined ทำให้เลือกออกแบบในสไตล์ Modern Brutalist ที่เน้นความเรียบง่าย ไม่มีการประดับตกแต่งเยอะจนเกินพอดี อีกทั้งเลือกใช้โทนสีครีมและเทาเข้ม ซึ่งเราจะเห็นรายละเอียดการออกแบบนี้ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าโครงการ, Clubhouse ไปจนถึงตัวบ้านเลยนั่นเอง

ทางโครงการออกแบบ Clubhouse 3 ชั้น อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการติดกับซุ้มประตูทางเข้า-ออกเลย ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อแยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากโซนบ้านพักอาศัย ทำให้โซนบ้านจะได้บรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนพื้นที่สวนสีเขียวจะอยู่บริเวณด้านข้างของ Clobhouse ก็ทำให้ลูกบ้านสามารถมาใช้งานได้ต่อเนื่องกันดีค่ะ

Master Plan

  • พื้นที่ส่วนกลางอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแบ่งแยกโซนส่วนกลางและบ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยแล้ว ยังเป็น Buffer Zone ลดเสียงดังและกลิ่นควันจากถนนด้านหน้าไม่ให้เข้าไปรบกวนการอยู่อาศัยด้วยนั่นเอง
  • โซนบ้านแบบถนนวน Loop ทำให้สามารถเข้า-ออกได้หลายทาง สะดวกกว่าโซนบ้านที่เป็นซอยตัน
  • การจัดโซนบ้าน แบบบ้านหลังใหญ่สุดจะอยู่โซนด้านล่างสุดของภาพ ที่มีความพลุกพล่านน้อย จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าซอยอื่นๆ ส่วนแบบบ้านเล็ก-กลางจะอยู่ปะปนกันไป แต่มีตำแหน่งใกล้พื้นที่ส่วนกลางและทางเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งแปลงมุมให้เลือกด้วย
  • ทิศของบ้าน หันขนานไปตามทิศเหนือและใต้ที่ไม่โดนแดดโดยตรง โดยบ้านที่หันไปทางทิศเหนือจะได้ร่มเงาช่วงบ่าย ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้ก็เปิดรับลมได้ดีค่ะ นอกจากนั้นจะมีฝั่งนึงของแต่ละซอยที่ไม่มีสายไฟฟ้าพาดผ่านหน้าบ้าน จึงได้ทัศนียภาพด้านหน้าบ้านที่สวยงาม

Image 1/2
ซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการ

ซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการ

งั้นเรามาเริ่มกันที่บริเวณด้านหน้าโครงการกันเลย โดย ซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการ จะอยู่ติดกับซอยรามอินทรา117 หรือซอยเจริญพัฒนา ซึ่งออกแบบมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ ส่วนตัวอาคารด้านบนก็ช่วยบังแดด-ฝน อีกทั้งมีการจัดสวนสีเขียวอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งดูสวยงาม รวมถึงมีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ทั้งด้านบนและด้านข้างของซุ้มประตูโครงการ จึงมองเห็นได้ชัดเจนจากถนนเลย นอกจากนั้นยังออกแบบมีระยะร่นจากถนนด้านหน้าเข้ามา เพื่อให้รถของลูกบ้านสามารถต่อแถวเข้า-ออกโครงการแบบไม่ไปติดขัดการจราจรบริเวณถนนด้านหน้าโครงการด้วยค่ะ

สำหรับ ประตูทางเข้า-ออกโครงการ เป็นรั้วเหล็กรางเลื่อนควบคู่กับรั้วกั้นไม้กระดก แบ่งใช้งานเป็น 2 ฝั่ง ด้านละ 1 ช่องทาง โดยมีป้อม รปภ. อยู่ตรงกลาง พร้อมระบบการเข้า-ออกแบบจดจำป้ายทะเบียนรถ รวมถึงมีระบบการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการทั้งระบบ VMS (Visitor Management System) บันทึกการเข้า-ออก, ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 28 จุด, รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร เฉพาะรั้วด้านหน้าโครงการมีรั้วโปร่งสูง 3 เมตรและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงด้วย

เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะเจอกับ วงเวียนต้นไม้ ให้ลูกบ้านสามารถใช้กลับรถเข้า-ออกโครงการได้ง่ายค่ะ นอกจากนั้นยังได้เป็นวิวสีเขียวต้อนรับเวลาขับรถเข้า-ออกโครงการด้วยนะ

Image 1/3
Clubhouse อยู่ติดกับซุ้มประตูโครงการ

Clubhouse อยู่ติดกับซุ้มประตูโครงการ

ทางโครงการออกแบบ อาคาร Clubhouse สูง 3 ชั้น อยู่ติดกับซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการเลย ซึ่งมีข้อดีที่นอกจากจะเป็นมุมต้อนรับแขกที่สวยงามแล้ว ทางนิติบุคคลก็สามารถดูแลรักษา Clubhouse ให้สวยงามได้ง่าย อีกทั้งยังแยกพื้นที่ส่วนกลางที่มีความพลุกพล่านออกจากโซนบ้านพักอาศัย ทำให้ได้บรรยากาศภายในโครงการที่เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนมากขึ้นนั่นเอง

ทางขึ้น-ลงของอาคาร Clubhouse จะมีทั้งบันไดและทางลาดที่เป็นการออกแบบตามหลัก Universal Design ที่ดี สามารถรองรับการใช้งานของคนทุกวัย เพราะเราสามารถเข็นวีลแชร์ของคุณปู่-คุณย่าหรือรถเข็นเด็กมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้นั่นเอง

Image 1/2
โถงทางเดินชั้น 1 ของ Clubhouse

โถงทางเดินชั้น 1 ของ Clubhouse

เมื่อเข้ามาภายใน Clubhouse จะเป็น ทางเดิน ที่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งจะเป็น Sol Living พื้นที่ต้อนรับ-นั่งพักคอยและสระว่ายน้ำ รวมถึงมีบันไดเดินขึ้นไปยังพื้นที่ส่วนกลางในชั้นอื่นๆค่ะ

Image 1/3
Sol Living

Sol Living

Sol Living ออกแบบเป็นพื้นที่ต้อนรับแขกและนั่งพักคอย โดยจัดเป็นชุดโซฟามานั่งพักผ่อนกันได้ ซึ่งออกแบบเป็นฝ้าเพดานสูง จึงได้บรรยากาศภายในห้องที่โปร่งโล่งดี อีกทั้งยังมองออกไปเปิดรับวิวสระว่ายน้ำและสวนสีเขียวด้วย จึงได้บรรยากาศสดชื่นดี

เมื่อเราเดินตามทางเดินเชื่อมจากด้านหน้า Clubhouse มายังด้านหลังจะเจอกับ โซนห้องน้ำส่วนกลาง ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับทั้ง Sol Living และสระว่ายน้ำเลยค่ะ จึงทำให้สามารถมาใช้งานได้ง่ายดี นอกจากนั้นยังมีตู้ Locker ด้วยนะ ทำให้คนที่มาว่ายน้ำก็สามารถมาเก็บกระเป๋าหรือสิ่งของต่างๆไว้ในตู้ Locker นี้ได้สะดวก

Image 1/5
ห้องน้ำส่วนกลาง (ห้องน้ำหญิง)

ห้องน้ำส่วนกลาง (ห้องน้ำหญิง)

ห้องน้ำส่วนกลาง จะออกแบบแยกฝั่งชาย-หญิงชัดเจน โดยภายในห้องน้ำหญิงจะมีเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ห้องน้ำ 2 ห้องและห้องอาบน้ำ 1 ห้องมาให้ใช้อาบน้ำเวลาว่ายน้ำเสร็จเรียบร้อยได้นั่นเอง

นอกจากนั้นก็มี ห้องน้ำแบบ Universal Designโดยจะออกแบบเป็นประตูบานเลื่อนที่เปิด-ปิดได้ง่าย ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่ จึงเข็นและหมุนวีลแชร์ในห้องน้ำได้ รวมถึงมีราวจับช่วยพยุงเวลาลุก-นั่งมาให้เรียบร้อยเลย ก็ทำให้คุณปู่ คุณย่าที่นั่งวีลแชร์ก็สามารถมาใช้งานได้สะดวกค่ะ

ต่อมาเราจะพามาดู สระว่ายน้ำ กันต่อเลยนะคะ ซึ่งเวลาเราเดินตามทางเดินไปยังสระว่ายน้ำก็จะได้วิวสวยๆเหมือนภาพด้านบนนี้เลยนะ ก็สร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติได้ดี

Image 1/5
สระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำ

ทางโครงการออกแบบเป็น สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5.0×14.5 เมตร ความลึก 1.20 เมตร พร้อมแบ่งเป็นสระเด็กลึก 0.65 เมตร ซึ่งจะเป็นสระแบบกลางแจ้ง แต่ดีที่มีตัวอาคาร Clubhouse คอยบังแสงแดดและเป็นร่มเงาให้กับสระว่ายน้ำ เราจึงมาใช้งานได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ส่วนด้านข้างจะจัดเป็น Pool Bed อยู่ 3 จุด เป็นพื้นที่นั่งริมสระว่ายน้ำและมีพื้นที่อาบน้ำล้างตัว สำหรับก่อน-หลังว่ายน้ำให้ใช้งานอยู่ใกล้ๆด้วยค่ะ

Image 1/8
Sol Park พื้นที่สวนสีเขียว

Sol Park พื้นที่สวนสีเขียว

สำหรับ Sol Park จะเป็นพื้นที่สวนสีเขียว อยู่ด้านข้างกับ Clubhouse เลย ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี หากคุณพ่อ-คุณแม่นั่งพูดคุยกับเพื่อนๆอยู่ใน Sol Living เด็กๆก็สามารถมาวิ่งเล่นในสวนนี้ได้ โดยยังอยู่ในสายตาของคุณพ่อ-คุณแม่ค่ะ

ทางโครงการจะปลูกต้นไม้ทั้งเล็ก-ใหญ่ พร้อมดอกไม้ต่างๆ เพิ่มสีสันและความมีชีวิตชีวาภายในสวนได้ดี นอกจากนั้นยังมีพื้นที่นั่งเล่นอยู่เยอะและมีหลากหลายรูปแบบกระจายภายในสวน มีทั้งซุ้มนั่งเล่น, ชุดโต๊ะ-เก้าอี้และม้านั่ง ทำให้เรามานั่งเล่นพักผ่อนและได้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติดีค่ะ ส่วนด้านในสุดของ Sol Park จะเป็น Kid’s Haven ที่ออกแบบเป็นสนามเด็กเล่น มีพื้นที่ Sandbox ให้เด็กๆมาเล่นทรายหรือก่อปราสาททรายได้ รวมถึงมี The Retreat พื้นที่ปีนป่ายของเด็กๆ พร้อมทั้งสไลเดอร์ให้มาเล่นสนุกกันด้วย นอกจากนั้นก็มีชิงช้าตั้งอยู่ใกล้ๆให้ผู้ปกครองมานั่งดูแลน้องๆได้อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

ต่อมาเราจะพาขึ้นไปยัง ชั้น 2 ของ Clubhouse กันเลยนะคะ โดยจะมีบันไดอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร Clubhouse หรืออยู่ด้านข้างของ Sol Living นั่นเอง

เมื่อขึ้นมาจะเจอ โถงชั้น 2 เพื่อเชื่อมไปยัง Sol Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อน หรือเดินขึ้นไปยังชั้น 3 ค่ะ

Image 1/6
Sol Lounge

Sol Lounge

ทางโครงการออกแบบ Sol Lounge เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนหรือมานั่งทำงานก็ได้เหมือนกัน โดยจะจัดเป็นชุดโซฟาหลายจุดให้มาใช้งาน รวมถึงมุมโซฟายาวและมุมนั่งเล่นอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งห้อง อีกทั้งมีเคาน์เตอร์บาร์ให้มานั่งดื่มกันได้ด้วย พร้อมหน้าต่างขนาดใหญ่และยาวตลอดแนวผนังเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวสวนสีเขียวที่ชั้น 1 ค่ะ นอกจากนั้นจะมีประตูด้านข้างเปิดออกไปยังระเบียงให้มายืนรับลมชมวิวกันได้ด้วยนะคะ

Image 1/2
โถงชั้น 3

โถงชั้น 3

ถัดมาเราพาเดินขึ้นมายัง ชั้น 3 กัน โดยฟังก์ชันส่วนกลางในชั้นนี้จะประกอบด้วย Sol Fitness ห้องออกกำลังกาย, ห้องนิติบุคคล และห้องน้ำส่วนกลางอีกจุดนั่นเอง

Image 1/2
ห้องน้ำหญิง

ห้องน้ำหญิง

สำหรับ ห้องน้ำส่วนกลางตรงชั้น 3 จะออกแบบแยกฝั่งชาย-หญิงอย่างละ 1 ห้อง โดยภายในห้องน้ำก็ติดตั้งอุปกรณ์และสุขภัณฑ์มาให้ใช้งานครบครันค่ะ พอทางโครงการออกแบบมีห้องน้ำส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 1 และ 3 ก็ทำให้ลูกบ้านที่ออกกำลังกายอยู่ที่ชั้นนี้ก็สามารถเข้าใช้ห้องน้ำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินลงไปใช้งานที่ชั้น 1

ต่อมาเราจะพาไปดู Sol Fitness ที่เป็นห้องออกกำลังกายกันค่ะ โดยจะอยู่ติดกับห้องนิติบุคคลเลย

Image 1/6
Sol Fitness

Sol Fitness

Sol Fitness เป็นห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์มาให้ใช้งานครบครันทั้ง Weight Training และ Cardio โดยโซนเครื่องออกกำลังกายแบบ Cardio จะหันออกไปเปิดรับวิวด้านนอก ซึ่งทางโครงการก็ออกแบบเป็นหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ตามแนวผนังห้อง จึงทำให้เราวิ่งออกกำลังกายพร้อมกับชมวิวได้เพลินๆดี ส่วนโซน  Weight Training ที่เป็นการออกกำลังกายต้องการสมาธิและการโฟกัสจะตั้งอยู่ด้านในค่ะ นอกจากนั้นภายในห้องจะมีตู้เก็บของและชั้นวางของให้เราเก็บกระเป๋าออกกำลังกายได้ด้วยนะ

เราชอบการจัดตำแหน่งของ Sol Fitness จะอยู่เยื้องกับตำแหน่งของ Sol Living พื้นที่ต้อนรับ-นั่งพักคอย และ Sol Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อนที่อยู่ชั้น 1-2 ทำให้เวลาลูกบ้านมาออกกำลังกายก็ไม่เกิดเสียงดังรบกวนไปยังชั้นล่างๆที่เป็นฟังก์ชันพักผ่อนนั่นเอง เรามองว่าเป็นไอเดียการออกแบบที่ดีเลยนะคะ ทำให้ลูกบ้านสามารถมาใช้งานแต่ละฟังก์ชันได้เต็มที่ ไม่ต้องมากังวลใจว่าจะเสียงดังเกินไปจนรบกวนเพื่อนบ้านคนอื่นๆมั้ย

สำหรับ ถนนหลักของโครงการ จะมีความกว้าง 12 เมตรและตลอดแนวถนนจะมีปลูกต้นไม้ ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่นภายในโครงการได้ดี ส่วน ถนนภายในแต่ละซอย จะมีความกว้าง 9 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่รถยนต์สามารถขับรถสวนกันได้ค่ะ

นอกจากนั้นทางโครงการได้ออกแบบบ้านฝั่งนึงมีเสาไฟและสายไฟปกติ ส่วนอีกฝั่งจะได้สายไฟร้อยท่อลงดินเข้าบ้าน อย่างภาพด้านบนนี้จะเห็นว่าด้านหน้าบ้านฝั่งขวาจะไม่มีเสาไฟและสายไฟฟ้าพาดผ่านหน้าบ้าน จึงทำให้ได้ทัศนียภาพบริเวณด้านหน้าบ้านที่สวยงามมากขึ้น หากใครอยากได้บรรยากาศหน้าบ้านที่เรียบร้อย สะอาดตาก็สามารถเลือกตำแหน่งบ้านที่ไม่มีสายไฟผ่านหน้าบ้านได้นั่นเอง

นอกจากนั้นทางโครงการยังมีสิทธิพิเศษและบริการต่างๆด้วย ไม่ว่าจะเป็น Welcome home Club by CP LAND (WHC) เป็นบริการหลังการขายและมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี* ทั้งหมด 4 หมวด ได้แก่ ความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร, การรั่วซึมของอาคารจากน้ำฝน, การใช้งานของประตู-หน้าต่าง และ การชำรุดของท่อน้ำและสายไฟมาให้ลูกบ้านสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจไปนานๆ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณด้านหน้าโครงการ ประกอบไปด้วย
  • Sol Living พื้นที่ต้อนรับ-นั่งพักคอย
  • Sol Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อน
  • Sol Fitness ห้องออกกำลังกาย
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5.0×14.5 เมตร ความลึก 1.20 เมตร แบ่งเป็นสระเด็กลึก 0.65 เมตร
  • Sol Park พื้นที่สวนสีเขียว
  • Kid’s Haven สนามเด็กเล่น
  • Sandbox พื้นที่ให้เด็กๆเล่นทรายได้
  • The Retreat พื้นที่ปีนป่ายของเด็กๆ
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ รวมประมาณ 1 ไร่
  • ประตูรั้วโครงการ : รั้วเหล็กรางเลื่อน ควบคู่กับรั้วไม้กระดก
  • ระบบในการเข้า-ออก : จดจำป้ายทะเบียนรถ
  • ระบบ VMS (Visitor Management System) บันทึกการเข้า-ออก
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 28 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร เฉพาะรั้วด้านหน้าโครงการมีรั้วโปร่งสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ระบบไฟในโครงการ : 3 เฟส (30/100) มีเสาไฟและสายไฟ / สายไฟร้อยท่อลงดินเข้าบ้าน
  • สิทธิพิเศษและบริการต่างๆ
    – Welcome home Club by CP LAND (WHC) บริการหลังการขาย
    – การรับประกันโครงสร้าง 10 ปี* ทั้งหมด 4 หมวด ได้แก่ ความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร, การรั่วซึมของอาคารจากน้ำฝน, การใช้งานของประตู-หน้าต่าง และ การชำรุดของท่อน้ำและสายไฟ

แบบบ้าน

Highlight

  • เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและใช้งานภายในบ้านเป็นหลัก ด้วยการออกแบบตัวบ้านที่มีช่องเปิดไม่เยอะและไม่มีระเบียง ทำให้ได้พื้นที่ภายในบ้านที่มากขึ้นและเป็นส่วนตัว
  • เน้นความโปร่งสบายภายในบ้าน ด้วยการออกแบบ Opan Plan ตรงชั้น 1 และมี Double Volune สูง 6.60 เมตรในบางแบบบ้านด้วย
  • โครงสร้างบ้านแบบ Conventional ทุบ-ต่อเติมได้ง่าย สามารถปรับเปลี่ยนและขยับขยายพื้นที่ในอนาคตได้
  • ออกแบบสไตล์ Modern Brutalist ด้วยรูปทรงบ้านที่เรียบง่าย แต่มีลูกเล่นอย่าง Pattern และเส้นแนวตั้งตรง Facade ด้านหน้าบ้าน น่าจะถูกใจคนรุ่นใหม่ที่ชอบดีไซน์ Modern แบบชัดเจน

โครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ออกแบบเป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว 2 ชั้นในสไตล์ Modern Brutalist เน้นโทนสีครีมและเทาเข้ม ซึ่งจะมีความเป็นบ้านทรงกล่องและไม่มีการประดับตกแต่งเยอะ เพื่อคงความเรียบง่าย มีความเป็นระนาบเดียวกัน ทำให้ตัวบ้านของโครงการจึงไม่มีระเบียงยื่นออกมาเลยนั่นเอง แต่จะมีลูกเล่นให้ตัวบ้านมีมิติและน่าสนใจด้วย Pattern และเส้นแนวตั้งตรง Facade ด้านหน้าบ้านค่ะ

เราจึงมองว่าโครงการนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบบ้านสไตล์ Modern มีความเรียบๆและทันสมัย อีกทั้งยังชอบความเป็นส่วนตัวสูง เพราะมีช่องเปิดไม่เยอะ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาจากเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม อีกทั้งไม่มีระเบียง เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเยอะขึ้น

สำหรับแบบบ้านในโครงการจะมีทั้งหมด 3 แบบ โดยเป็นบ้านแฝด 2 แบบ และบ้านเดี่ยว 1 แบบ มีพื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม. ไปจนถึง 228 ตร.ม. รองรับครอบครัวขนาดเล็ก-กลางได้สบายๆ

  • ALDEN บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 36 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • BELA บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์
  • CLEO บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 228 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 Family Area

ทางโครงการออกแบบแต่ละแบบบ้านมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน อย่างแบบบ้านเริ่มต้น ALDEN จะมีจำนวนยูนิตมากที่สุด ออกแบบได้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเต็มๆ ส่วนแบบบ้านหลังกลาง BELA จะมี Double Volume สูง 6.60 เมตร ทำให้ได้บรรยากาศโปร่งสบายมากขึ้น รวมถึงมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมาและห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว ใช้งานง่าย ส่วนบ้านเดี่ยว CLEO ที่เป็นแบบบ้านหลังใหญ่สุดของโครงการที่นอกจากจะมี Double Volume แล้ว ยังได้ 4 ห้องนอนและจอดรถได้ 3 คัน รวมถึงมี Family Area ให้ใช้งานด้วยนั่นเอง

โครงสร้างและวัสดุภายในบ้าน

  • หลังคาบ้าน มีการติดตั้งแผ่นสะท้อนกันความร้อน รูปแบบ PU หนา 5 เซนติเมตร
  • โครงสร้างบ้านแบบ Conventional ด้วยการก่ออิฐ TAN-BRICK ทนความชื้นและกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญหรืออิฐมวลเบา
  • โครงสร้างที่จอดรถเป็น Slab on Ground วัสดุพื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ
  • โครงสร้างลานซักล้าง เป็นพื้นคอนกรีตผิวขัดหยาบ
  • ประตูรั้วบ้าน : ประตูเหล็กรางเลื่อนทำสีดำ พร้อมเตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับติดตั้งประตูอัตโนมัติมาให้ด้วย
  • พื้นชั้น 1
    – Terrace บริเวณทางเข้า-ออกบ้าน : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    – Common Area (Foyer, พื้นที่นั่งเล่น, พื้นที่รับประทานอาหาร, พื้นที่ครัว) : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    – ห้องอเนกประสงค์ (เฉพาะแบบบ้าน BELA) : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    – ห้องนอนชั้นล่าง (เฉพาะแบบบ้าน CLEO) : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    – ห้องน้ำชั้นล่าง : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    – ห้องเก็บของใต้บันได : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
  • พื้นชั้น 2
    – ห้องนอน : SPC ลายไม้
    – Family Area (เฉพาะแบบบ้าน CLEO) : SPC ลายไม้
    – Master Bathroom และห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน : ชั้น 1 – 2.80 เมตร / ชั้น 2 – 3.00 เมตร / Double Volume 6.60 เมตร (เฉพาะแบบบ้าน BELA และ CLEO)
  • ผนังภายในฉาบเรียบทาสีขาว
  • วัสดุกรอบบานหน้าต่าง-ประตู : HAFELE
  • ปลั๊ก-สวิตช์ไฟฟ้า จาก SCHNEIDER
  • เครื่องปรับอากาศ จาก DAIKIN
    – แบบ Cassette Type บริเวณ Common Area
    – แบบ Wall Type ในห้องนอนทุกห้อง
  • สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ จาก American Standard (เฉพาะ Master Bathroom ทุกยูนิตและห้องน้ำชั้นล่างของแบบบ้าน CLEO จะได้ตู้เก็บของใต้อ่างล้างมือ / เฉพาะ Master Bathroom ของแบบบ้าน CLEO จะได้ฝักบัวแบบ Rain Shower)
  • เดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำทุกห้อง
  • บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ประสาน ด้านข้างมีราวกันตกเหล็กและมือจับ ทำสี
    เหมือนตัวบันได
  • ไฟ LED แบบดาวน์ไลท์
  • จัดสวนรอบบ้านตามมาตรฐานโครงการ ได้แก่ สนามหญ้า, ไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น

นวัตกรรมและเทคโนโลยีภายในบ้าน

  • Digital Door Lock จาก HAFELE
  • กล้อง CCTV จำนวน 1 ตัว บริเวณพื้นที่จอดรถ
  • ระบบ Magnetic Sensor บริเวณชั้น 1
  • ระบบ Motion Sensor บริเวณโถงบันได
  • ระบบ Shock Sensor

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

เราได้เก็บภาพบรรยากาศของทั้ง 3 แบบบ้านมาให้ชมกันครบเลยนะคะ แต่จะขอเจาะลึกที่ 2 แบบบ้านหลังใหญ่ทั้งบ้านแฝด BELA และบ้านเดี่ยว CLEO กันค่ะ


BELA

บ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราจะพามาดู ได้แก่ BELA เป็นบ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งนอกจากจะมีทั้งขนาดที่ดินและพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นจากแบบบ้านเริ่มต้น ALDEN แล้ว ยังได้ห้องน้ำในห้องนอนทุกห้อง มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมาและที่สำคัญคือได้ Double Volume สูง 6.60 เมตร เพิ่มบรรยากาศโปร่งสบายภายในบ้านได้ดีเลยนั่นเอง

นอกจากนั้นด้วยความเป็นบ้านแฝดที่มีผนังฝั่งนึงของบ้านที่แชร์ร่วมกับเพื่อนบ้านด้านข้าง ก็ทำให้ทางโครงการออกแบบผนังส่วนนี้มีความหนา 2 ชั้น เพื่อลดเสียงดังรบกวน อีกทั้งยังออกแบบเป็นโถงทางเดิน, ห้องน้ำชั้นล่างและห้องน้ำของห้องนอน ซึ่งไม่ใช่ฟังก์ชันหลักในการอยู่อาศัย จึงไม่เกิดเสียงดังหรือได้ยินเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านนั่นเอง ก็ทำให้เราอยู่อาศัยได้อย่างเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นนะคะ งั้นเราไปดูภาพบรรยากาศภายในบ้านกันต่อเลย

ชั้น 1

  • พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน
  • ประตูทางเข้าบ้านอยู่ตรงด้านหลังพื้นที่จอดรถ
  • Common Area เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมประตูเปิดออกไปพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน
  • พื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Volume จึงได้บรรยากาศโปร่งสบายภายในบ้าน
  • ห้องอเนกประสงค์ สามารถปรับเปลี่ยนตามการใช้งานได้ทั้งห้องนั่งเล่นรองรับแขก, ห้องทำงาน, ห้องอ่านหนังสือหรือห้องออกกำลังกาย มีประตูเปิดออกไปยังด้านหน้าบ้าน จึงสามารถใช้เป็นประตูเข้าบ้านอีกจุดได้
  • พื้นที่ครัว สามารถกั้นเป็นครัวไทยได้ ด้านข้างเป็นประตูเปิดไปยังลานซักล้าง
  • ลานซักล้าง เป็นพื้นที่สำหรับตั้งเครื่องซักผ้าและตากผ้า
  • ห้องน้ำชั้นล่าง รองรับการใช้งานบริเวณชั้น 1 มีพื้นที่อาบน้ำด้วย
  • ห้องเก็บของใต้บันได ช่วยให้เก็บของได้เป็นระเบียบ

ชั้น 2

  • ออกแบบแยก Master Bedroom และห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องอยู่คนละฝั่ง
  • ห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว
  • Master Bedroom กั้นแบ่งพื้นที่ Walk – in Closet ได้
  • ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง มีทั้งขนาดและการออกแบบเหมือนกัน เหมาะวางเตียง 5 ฟุต มีพื้นที่ด้านข้างตั้งตู้เสื้อผ้า โต๊ะนั่งอ่านหนังสือและชั้นวางทีวี

Image 1/2
ประตูรั้วหน้าบ้าน

ประตูรั้วหน้าบ้าน

งั้นเรามาดูตรง ประตูรั้วหน้าบ้าน กันเลย โดยทุกยูนิตจะออกแบบประตูรั้วหน้าบ้านเป็นประตูเหล็กรางเลื่อนทำสีดำ จึงเลื่อนเปิด-ปิดได้ง่าย อีกทั้งยังเตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับติดตั้งประตูอัตโนมัติมาให้ด้วยนะ ก็ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนั้นยังออกแบบถังขยะที่เปิดทิ้งได้จากด้านใน จึงช่วยพรางตาให้บริเวณด้านหน้าบ้านดูเรียบร้อย สะอาดตาดี

Image 1/5
พื้นที่จอดรถ

พื้นที่จอดรถ

พื้นที่จอดรถ มีขนาดประมาณ 5.30×5.70 เมตร จึงสามารถจอดรถได้ 2 คัน โดยมีโครงสร้างเป็น Slab on Ground ที่มีการเว้นระยะจากตัวบ้าน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยร้าวตรงตัวบ้านจากพื้นทรุดตัวค่ะ ส่วนวัสดุพื้นตามบ้านมาตรฐานจะเป็นคอนกรีตฉาบเรียบนะคะ ส่วนบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งปูกระเบื้องใหม่ก็ดูสวยงามมากขึ้น เราจึงใช้เป็นไอเดียในการตกแต่งได้เลยค่ะ นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 1 ตัว บริเวณด้านหลังพื้นที่จอดรถ เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยรอบบ้านด้วยนั่นเอง

ต่อมาเราจะมาดู ประตูเข้าบ้าน กัน จริงแล้วจะมีทางเข้า-ออกอยู่ 2 ทางค่ะ ทั้งประตูตรงบริเวณพื้นที่จอดรถและประตูกระจกที่เปิดเข้าไปยังห้องอเนกประสงค์ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นห้องนอนได้อีกห้องเลย ดังนั้นทางโครงการจึงมองว่าห้ทางเข้า-ออกหลักจะเป็นบานประตูตรงบริเวณพื้นที่จอดรถนั่นเอง

Image 1/2
ประตูทางเข้าบ้าน

ประตูทางเข้าบ้าน

ประตูทางเข้าบ้าน จะอยู่บริเวณด้านหลังพื้นที่จอดรถเลย โดยจะมีก่อเป็นขั้นบันไดขึ้นมา และเลือกใช้เป็นบานประตูสีดำที่ติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE ทำให้เราเข้า-ออกบ้านได้ง่ายดี รวมถึงเวลาจอดรถเรียบร้อยก็เข้าบ้านจากทางนี้ได้เลย ไม่ต้องเดินอ้อมไปเข้าจากทางด้านหน้าบ้านนั่นเอง

Image 1/3
พื้นที่สวนรอบบ้าน

พื้นที่สวนรอบบ้าน

สำหรับ พื้นที่สวนรอบบ้าน จะเป็นไปตามมาตรฐานของโครงการไม่ว่าจะเป็นปูสนามหญ้า ปลูกไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่ 1 ต้นมาให้เรียบร้อย อย่างภาพด้านบนก็เป็นพื้นที่สวนของบ้านตัวอย่างที่ลงต้นไม้เพิ่มเติมก็ยิ่งทำให้ได้บรรยากาศร่มรื่นและน่าอยู่อาศัย

Image 1/5
Common Area

Common Area

พื้นที่ชั้น 1 ของบ้านนี้จะออกแบบ Common Area เป็น Open Plan ขนาดใหญ่ 4.00×11.80 เมตร เชื่อมพื้นที่ตั้งแต่ด้านหน้าบ้านไปถึงด้านหลังบ้าน ทำให้พื้นที่นั่งเล่น, พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ครัวอยู่บริเวณเดียวกันทั้งหมด ซึ่งข้อดีของการออกแบบนี้ก็คือได้พื้นที่ขนาดใหญ่, ใช้งานได้ต่อเนื่อง, บรรยากาศโปร่งโล่งและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งานนั่นเอง

ส่วนวัสดุปูพื้นชั้น 1 จะเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.80 เมตร พร้อมติดตั้งไฟแบบดาวน์ไลท์และผนังภายในบ้านจะฉาบเรียบทาสีขาว รวมถึงมีติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Cassette Type จาก DAIKIN ตรงบริเวณ Common Area มาให้เรียบร้อย อีกทั้งมีระบบความปลอดภัยภายในบ้านมาให้ครบทั้งระบบ Magnetic Sensor บริเวณชั้น 1, ระบบ Motion Sensor บริเวณโถงบันไดและระบบ Shock Sensor

สำหรับโครงสร้างบ้านจะเป็นแบบ Conventional จึงรองรับการทุบ-ต่อเติมเพื่อขยับขยายพื้นที่ภายในอนาคตได้ โดยเลือกก่อเป็นอิฐ TAN-BRICK มีคุณสมบัติทนต่อความชื้นและกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญหรืออิฐมวลเบาค่ะ นอกจากนั้นทางโครงการมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี* มาให้ด้วยนะ โดยจะมีทั้งหมด 4 หมวด ได้แก่ ความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร, การรั่วซึมของอาคารจากน้ำฝน, การใช้งานของประตู-หน้าต่าง และ การชำรุดของท่อน้ำและสายไฟ ทำให้เราอยู่อาศัยในโครงการนี้ไปได้นานๆแบบหายห่วงเรื่องการซ่อมแซมบ้านเลย

แต่อย่าลืมนะคะว่าหากเรามีการทุบหรือดัดแปลงโครงสร้างภายในบ้านในส่วนไหนก็จะหมดการรับประกันในส่วนนั้นๆเหมือนกัน ดังนั้นหากต้องการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการอยู่อาศัยภายในบ้าน เราก็แนะนำให้ปรับเปลี่ยนหลังจากอยู่อาศัยจนครบการรับประกัน 10 ปี* ค่ะ

Image 1/2
พื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume

พื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume

เราจะพามาดูพื้นที่นั่งเล่นที่มี พื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume 6.60 เมตร เป็น Highlight ของบ้านนี้นะคะ เพราะบ้านแฝดของโครงการเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงกัน ไม่มีโครงการไหนได้ฝ้าเพดานสูงแบบนี้นะ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านหลังนี้จึงโปร่งสบายมากขึ้น รวมถึงมีช่องกระจกทั้งด้านล่างและด้านบนที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะ สามารถมองเห็นวิวสีเขียวตรงพื้นที่สวนด้านข้างด้วย จึงได้ความน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

Image 1/3
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น มีขนาดประมาณ 3.90×4.00 เมตร สามารถตกแต่งเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย ไม่ว่าจะเป็นวางโซฟายาวเป็นรูปตัว L พร้อมโต๊ะกลางเล็กๆ และมีพื้นที่ตั้งชั้นวางทีวีหรือชั้นวางของได้แบบเต็มผนัง ส่วนด้านข้างจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เปิดออกไปยังพื้นที่สวนด้านข้างบ้านด้วย ทำให้เวลานั่งเล่นอยู่บริเวณนี้ก็ยังเปิดรับวิวสวนสีเขียว เพื่อใช้เป็นมุมพักสายตาได้ด้วยค่ะ

พื้นที่รับประทานอาหาร จะอยู่ตรงกลางบ้านเลย โดยอยู่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่ครัวนั่นเอง โดยสามารถจัดโต๊ะยาวและวางเก้าอี้ 6 ที่นั่งได้สบายๆ ส่วนด้านข้างก็มีช่องกระจกเปิดรับแสงและวิวสวนด้านหลังบ้าน

Image 1/2
พื้นที่ครัวแบบเปิด

พื้นที่ครัวแบบเปิด

ส่วนอีกฝั่งของบ้านจะเป็น พื้นที่ครัวแบบเปิด ที่จะเป็นพื้นที่โล่งๆเลยนะ ขนาดประมาณ 2.55×3.20 เมตร โดยเราสามารถ Built-in เคาน์เตอร์ครัวและ Island เป็นพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารเหมือนบ้านตัวอย่างได้ค่ะ

แต่พอไม่ได้มีการกั้นห้องเป็นครัวปิด จึงอาจมีกลิ่น-ควันจากการทำอาหารลอยไปติดเฟอร์นิเจอร์อื่นๆภายในบ้านได้ ดังนั้นหากใครใช้เป็นครัวไทย ทำอาหารจริงจัง ก็แนะนำให้กั้นเป็นครัวปิดนะคะ ส่วนด้านข้างจะประตูเปิดเชื่อมออกไปยังลานซักล้างด้านหลังบ้าน จึงใช้เปิดเพื่อระบายอากาศออกไปด้านนอกได้ด้วยนั่นเอง

Image 1/3
ลานซักล้าง

ลานซักล้าง

ลานซักล้าง อยู่บริเวณด้านหลังบ้านมีขนาดประมาณ 2.20×3.40 เมตร สำหรับเป็นพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้าและตากผ้าได้สบายๆค่ะ โดยจะเป็นพื้นคอนกรีตผิวขัดหยาบ แต่เราสามารถปูพื้นกระเบื้องให้ดูสวยงามเหมือนบ้านตัวอย่าง จะได้รักษาทำความสะอาดได้ง่ายด้วยค่ะ

ถัดจากพื้นที่ครัวจะเป็น ห้องน้ำชั้นล่าง รวมถึงบริเวณด้านหน้าห้องน้ำจะมีพื้นที่ Built-in ทำชั้นวางของเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย

ด้วยความเป็นบ้านแฝดจึงมีพื้นที่โซนนี้ที่อยู่ติดกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเรามองว่าทางโครงการก็ออกแบบมาได้ดีเลย เพราะออกแบบเป็นโถงทางเดินและห้องน้ำที่ไม่ใช่ฟังก์ชันหลักในการอยู่อาศัย รวมถึงออกแบบเป็นผนังหนา 2 ชั้น จึงช่วยลดเสียงดังรบกวนไปได้เยอะเลยนั่นเอง

Image 1/4
ห้องน้ำชั้นล่าง

ห้องน้ำชั้นล่าง

ห้องน้ำชั้นล่าง มีขนาด 1.50×2.40 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร โดยมีการออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกเป็นสัดส่วน ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดเลือกใช้จาก American Standard ค่ะ เราชอบที่มีการออกแบบ Low Wall บริเวณด้านหลังอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ จึงวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำและของตกแต่งได้เยอะดี รวมถึงยังเลือกใช้เป็นบานกระจกขนาดใหญ่ ทำให้เราส่องกระจกได้ชัดเจนด้วย

สำหรับพื้นที่อาบน้ำจะมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องผนังด้านข้างเพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำและมีการเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อยเลย แต่ทางโครงการไม่ได้ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้นะคะ เราจึงหาซื้อติดตั้งเพิ่มเองได้ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นค่ะ

ต่อมาเราพากลับมาดูบริเวณด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่นกัน จะมี ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งทางโครงการก็ได้ทุบผนังห้องอเนกประสงค์ออกและเปลี่ยนเป็นผนังกระจกแทน เผื่อเป็นไอเดียให้เราไปตกแต่งตามกันได้ เพราะด้วยโครงสร้างบ้านที่เป็น Conventional จึงทุบ-ต่อเติมได้สบายๆ ก็ทำให้เราได้บรรยากาศภายในบ้านที่โปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ แต่ก็อย่าลืมนะคะว่าหากมีการทุบผนังไปแล้วก็จะทำให้ผนังบริเวณนี้หมดประกันจากโครงการแล้วนั่นเอง

Image 1/4
ห้องอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์ มีขนาด 2.90×4.00 เมตร ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันตามการใช้งานได้เลย ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือหรือห้องออกกำลังกาย แต่ด้วยตำแหน่งของห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ด้านหน้าบ้าน เราจึงมองว่าเหมาะใช้เป็นห้องนั่งเล่นสำหรับรองรับแขกโดยเฉพาะค่ะ เพราะมีประตูเปิดออกไปยังพื้นที่เฉลียงด้านหน้าบ้านขนาดประมาณ 1.05×6.00 เมตร จึงใช้เป็นทางเข้า-ออกหลักของบ้านได้นั่นเอง อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ Common Area มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย

ก่อนที่เราจะขึ้นไปชั้น 2 กัน ทางโครงการได้ออกแบบมี ห้องเก็บของใต้บันได มาด้วยนะคะ

ห้องเก็บของใต้บันได มีขนาดประมาณ 0.90×2.70 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเราสามารถใช้เก็บของชิ้นใหญ่ๆได้สบายเลยค่ะ นอกจากนั้นยังเป็นห้องงานระบบด้วยนะ ทำให้เวลาเราเก็บของต่างๆอาจจะต้องเว้นพื้นที่บางส่วนให้ช่างเข้ามายืนเพื่อซ่อมแซมและดูแลรักษางานระบบต่างๆได้ง่าย

Image 1/2
บันได

บันได

บันได จะมีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้เวลาเดินขึ้น-ลงก็จะไม่เกิดเสียงดัง มีวัสดุปิดผิวเป็นไม้ประสาน ส่วนด้านข้างมีราวกันตกเหล็กและมือจับ ทำสีเหมือนตัวบันได โดยความกว้างบันไดประมาณ 1.05 เมตร มีลูกตั้งขนาด 18 ซม. และลูกนอนกว้าง 27 ซม. จึงเดินได้สบาย ส่วนบริเวณโถงบันไดก็มีหน้าต่างเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้ได้บรรยากาศที่ไม่ดูมืดทึบนั่นเอง

Image 1/3
โถงชั้น 2

โถงชั้น 2

เมื่อขึ้นมาชั้น 2 จะเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็น SPC ลายไม้ จึงทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี อีกทั้งสร้างบรรยากาศอบอุ่น เหมาะแก่การพักผ่อน ส่วนความสูงของพื้นชั้น 2 ถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 3.00 เมตร จึงได้บรรยากาศที่โปร่งสบายมากขึ้นค่ะ

โถงชั้น 2 จะมีขนาด 1.10×2.60 เมตร เป็นเพียงพื้นที่ด้านหน้าห้องนอนทั้ง 3 ห้อง โดยออกแบบแยก Master Bedroom อยู่ฝั่งนึงของบ้านเพียงห้องเดียว จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ต้องแชร์ผนังร่วมกับห้องอื่นๆเลย ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องจะอยู่อีกฝั่ง ซึ่งทางโครงการก็ออกแบบโซนที่แชร์ผนังร่วมกับเพื่อนบ้านข้างๆเป็นห้องน้ำของห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง จึงไม่กระทบในเรื่องความเป็นส่วนตัวมากนัก เพราะไม่ใช่ฟังก์ชันหลักในการอยู่อาศัยนั่นเอง

Image 1/7
Master Bedroom

Master Bedroom

เราพามาดู Master Bedroom ที่ออกแบบแยกฝั่งอยู่ห้องเดียวกันก่อนเลย โดยจะมีขนาด 4.75×6.40 เมตร ซึ่งจะมีช่องแสงมาจากด้านหน้าบ้าน ด้านข้างบ้านและ Double Volume ด้วยนั่นเอง หากใครอยากได้บรรยากาศภายในห้องที่โปร่งสบายมากขึ้นก็สามารถทุบผนังและทำเป็นผนังกระจกแทนได้ค่ะ แต่ก็อย่าลืมว่าการรับประกันจากโครงการก็จะหมดไปเหมือนกันนะ

ซึ่งเราสามารถตกแต่งภายในห้องเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย ไม่ว่าจะเป็นวางเตียง 6 ฟุตพร้อมโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนบริเวณปลายเตียงก็มีพื้นที่ตั้งชั้นวางทีวีได้สบายๆ มีพื้นที่เดินรอบเตียงกว้างๆ

นอกจากนั้นมีพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet ขนาดประมาณ 1.85×2.80 เมตร จึงทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L พร้อมโต๊ะแต่งหน้าได้สบายๆเลยค่ะ ส่วนด้านข้างก็จะเป็น Master Bathroom จึงใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี ทางโครงการยังติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก DAIKIN มาให้ทุกห้องนอนด้วยนะคะ

Image 1/5
Master Bathroom

Master Bathroom

Master Bathroom มีขนาด 1.35×2.70 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ภายในห้องน้ำมีการออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้ชัดเจน โดยเลือกใช้สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดจาก American Standard นอกจากนั้นเฉพาะ Master Bathroom จะได้เคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่มีตู้เก็บของด้านล่างให้ใช้เก็บอุปกรณ์ภายในห้องน้ำด้วย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร มีเจาะช่องผนังด้านข้างให้หยิบอุปกรณ์อาบน้ำได้ง่าย พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้แล้ว แต่เราแนะนำให้ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำเพิ่มนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นค่ะ

Image 1/3
ห้องนอนรอง 1

ห้องนอนรอง 1

ห้องนอนรอง 1 จะเปิดรับแสงและวิวทางฝั่งด้านหน้าบ้าน โดยจะมีขนาดประมาณ 3.25×3.90 เมตร สามารถวางเตียง 5-6 ฟุตและวางโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งได้สบายๆ มีพื้นที่ด้านข้างวางตู้เสื้อผ้า ส่วนบริเวณปลายเตียงก็มีพื้นที่ตั้งโต๊ะอ่านหนังสือและตู้เก็บของเหมือนที่บ้านตัวอย่างได้ตกแต่งมาให้ดูเป็นไอเดียได้เลยค่ะ

Image 1/4
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1 จะมีขนาดอยู่ที่ 1.45×2.55 เมตร มีการออกแบบเหมือนห้องน้ำอื่นๆเลย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งโซนแห้ง-เปียกภายในห้องน้ำเป็นสัดส่วน ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร เลือกใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจาก American Standard พร้อมบานกระจกขนาดใหญ่ให้ส่องได้ชัดเจนดี อีกทั้งมี Low Wall บริเวณด้านหลังอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ สำหรับวางของตกแต่งหรืออุปกรณ์ในห้องน้ำได้เยอะค่ะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องผนังด้านข้าง จึงหยิบและวางอุปกรณ์อาบน้ำได้สะดวก รวมถึงได้เดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้แล้ว ส่วนฉากกั้นกระจกอาบน้ำก็สามารถหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มเองได้ เพราะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นนั่นเอง

Image 1/3
ห้องนอนรอง 2

ห้องนอนรอง 2

สำหรับห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องจะมีการออกแบบทั้งขนาดและการจัดฟังก์ชันภายในห้องเหมือนกันเลยนะคะ มีความแตกต่างกันแค่ตำแหน่งห้องนั่นเอง เพราะ ห้องนอนรอง 2 จะอยู่ฝั่งด้านหลังบ้าน จึงเปิดรับแสงและวิวจากทางด้านหลัง เหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว

พื้นที่ภายในห้องจะมีขนาดเท่ากับห้องนอนรอง 1 อยู่ที่ 3.25×3.90 เมตร จึงวางเตียง 5-6 ฟุต, โต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง, ตู้เสื้อผ้าด้านข้างเตียงและชั้นทีวีตรงปลายเตียงได้เลย ทำให้เราสามารถดูหนังหรือซีรีส์ก่อนนอนได้ค่ะ ส่วนพื้นที่รอบเตียงก็กว้าง เดินผ่านได้สบายๆ

Image 1/4
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2 ก็มีขนาดและการออกแบบเหมือนห้องน้ำในห้องนอนรอง 1 โดยมีขนาด 1.45×2.55 เมตร พร้อมแบ่งโซนแห้ง-เปียกชัดเจน ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเลือกใช้จาก American Standard ทั้งหมด รวมถึงยังคงได้บานกระจกไว้ส่องขนาดใหญ่และ Low Wall บริเวณด้านหน้าอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ สำหรับวางของต่างๆในห้องน้ำได้เยอะ

สำหรับพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร บริเวณด้านข้างฝักบัวมีการเจาะช่องผนังเพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำและหยิบใช้งานได้ง่ายนั่นเอง รวมถึงยังเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย เราจึงซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งได้เลย และเราแนะนำให้ซื้อฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มด้วยนะคะ เวลาอาบน้ำก็จะได้ไม่มีน้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นค่ะ


CLEO

ต่อมาเราพามาดูบ้านตัวอย่าง CLEO ที่เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 228 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 Family Area ซึ่งเป็นแบบบ้านเดี่ยวเพียงแบบเดียวของโครงการและมีขนาดใหญ่ที่สุดนะคะ

จุดเด่นของบ้านเดี่ยวนี้ก็คือมีฟังก์ชันเพิ่มขึ้นมาอย่างจอดรถได้ 3 คัน, Family Area ตรงชั้น 2 และมีห้องนอนถึง 4 ห้อง ทำให้ได้ห้องนอนชั้นล่าง รองรับผู้สูงอายุได้ค่ะ หรือจะปรับเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆก็ได้เหมือนกัน นอกจากนั้นยังคงได้ Double Volume สูง 6.60 เมตรบริเวณพื้นที่นั่งเล่นด้วยค่ะ

สำหรับลูกบ้านของแบบบ้านนี้สามารถเลือกซื้อระบบ Home Automation ต่างๆเพิ่มเติมจาก TrueX ได้นะคะ เพราะ Developer ของโครงการนี้อยู่ในเครือเดียวกับ True Corporation นั่นเอง โดยเราสามารถสอบถามข้อมูลและราคากับทางโครงการได้โดยตรงค่ะ  งั้นเราไปดูบรรยากาศภายในบ้านกันต่อเลยค่ะ

ชั้น 1

  • ที่จอดรถ 3 คัน ด้านหลังที่จอดรถมีห้องเก็บของ สำหรับเก็บอุปกรณ์รถยนต์หรือทำสวน
  • โถงทางเข้าด้านหน้าบ้านมีชายคากันแดดและฝน พร้อมพื้นที่เฉลียงขนาดใหญ่ ตั้งชั้นวางรองเท้าและที่เก็บร่มได้สะดวก
  • Foyer พื้นที่ต้อนรับ วางตู้เก็บรองเท้าและชั้นวางของได้
  • Common Area เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมประตูเปิดออกไปพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน
  • พื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Volume เพิ่มบรรยากาศโปร่งสบายภายในบ้าน
  • พื้นที่ครัว สามารถกั้นเป็นครัวไทยได้
  • ลานซักล้าง สำหรับตั้งเครื่องซักผ้าและตากผ้าได้สะดวก
  • ห้องนอนชั้นล่าง ปรับเปลี่ยนตามการใช้งานได้ ทั้งห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือหรือห้องออกกำลังกาย
  • ห้องน้ำชั้นล่าง รองรับการใช้งานบริเวณชั้น 1 และห้องนอนชั้นล่าง
  • ห้องเก็บของใต้บันได ใช้เก็บพวกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ได้สบายๆ

ชั้น 2

  • Family Area พื้นที่นั่งเล่นสำหรับครอบครัว สามารถปรับเป็นพื้นที่นั่งทำงานหรืออ่านหนังสือได้
  • ออกแบบแยกฝั่ง Master Bedroom ฝั่งด้านหน้าบ้านห้องเดียว ส่วนห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องอยู่ฝั่งหลังบ้าน
  • ห้องนอนทุกห้อง กั้นแบ่งพื้นที่ Walk – in Closet ได้และมีห้องน้ำในตัว
  • ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง มีทั้งขนาดและการออกแบบเหมือนกัน เหมาะวางเตียง 3.5-5 ฟุต

Image 1/6
พื้นที่จอดรถ

พื้นที่จอดรถ

อย่างที่เราได้บอกไปนะคะว่าบริเวณด้านหน้าบ้าน จะมีประตูรั้วหน้าบ้านเป็นประตูเหล็กรางเลื่อนทำสีดำ อีกทั้งมีออกแบบถังขยะที่เปิดทิ้งได้จากด้านใน จึงช่วยพรางตาให้บริเวณด้านหน้าบ้านดูเรียบร้อย

ส่วน พื้นที่จอดรถ จะมีขนาดประมาณ 5.70×7.85 เมตร แต่ออกแบบมีเสาคั่นตรงกลาง ทำให้แบ่งพื้นที่จอดเป็น 2.35+5.20 เมตร โครงสร้างเป็น Slab on Ground และมีการเว้นระยะจากตัวบ้าน จึงไม่สร้างรอยร้าวตรงตัวบ้าน เวลาพื้นทรุดตัวค่ะ ส่วนวัสดุพื้นที่จอดรถของบ้านมาตรฐานจะเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ แต่บ้านตัวอย่างได้ตกแต่งใหม่ให้เราดูเป็นไอเดียนำไปปรับใช้กันได้

นอกจากนั้นบริเวณด้านหลังพื้นที่จอดรถจะมีติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 1 ตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ตัวบ้าน อีกทั้งมีห้องเก็บของไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์หรือทำสวน ก็ทำให้เราสามารถหยิบใช้งานได้สะดวกดี ไม่ต้องเดินอ้อมเข้าไปภายในบ้านเพื่อหยิบอุปกรณ์ต่างๆ

Image 1/3
พื้นที่สวนรอบบ้าน

พื้นที่สวนรอบบ้าน

ทางโครงการได้จัด พื้นที่สวนรอบบ้าน มาให้ตามมาตรฐานนะคะ ทั้งปูสนามหญ้า, ไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น แต่ทางบ้านตัวอย่างก็ได้ปลูกต้นไม้เพิ่มเติม จึงสร้างบรรยากาศร่มรื่นและสดชื่นได้ดี รวมถึงเราสามารถตั้งชุดโต๊ะ-เก้าอี้กลางแจ้งเพื่อทำเป็นมุมนั่งเล่นในสวนได้เหมือนกัน

Image 1/3
ทางเข้าบ้าน

ทางเข้าบ้าน

โถงทางเข้าบ้าน ออกแบบมีชายคากันแดด-ฝนและมีพื้นเฉลียงด้านหน้าบ้านขนาดประมาณ 1.85×1.95 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร  สามารถใช้เป็นพื้นที่ตั้งตู้รองเท้า-ที่เก็บร่มได้ด้วย

ส่วนประตูทางเข้าบ้านจะเป็นบานประตูสีดำ เปิด-ปิดได้กว้าง พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE จึงใช้งานได้ง่าย แต่ทางบ้านตัวอย่างได้ใช้เป็น Digital Door Lock จาก TrueX แทน เพราะลูกบ้านของแบบบ้านนี้สามารถเลือกซื้อรายการ Home Automation ต่างๆจาก TrueX ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกับ Developer ของโครงการนี้ได้นั่นเอง

Image 1/3
Foyer

Foyer

เมื่อเข้ามาภายในบ้านจะเจอกับ Foyer เป็นพื้นที่ต้อนรับขนาด 1.80×2.20 เมตร โดยเราสามารถตกแต่งเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย ทั้ง Built-in ตู้รองเท้าและมีชั้นวางของตกแต่ง สร้างความประทับใจแรกได้ดี รวมถึงมีกระจกเงาให้ส่องเช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านด้วยนะ

แต่จริงๆเราก็สามารถ Built-in เป็นตู้รองเท้าและตู้เก็บของแบบเต็มผนังทั้ง 2 ฝั่งได้นะคะ รวมถึงอาจจะเว้นพื้นที่บางส่วนทำเป็นที่นั่งใส่รองเท้าก็ดีเหมือนกันและมีติดตั้งเป็นราวแขวนสำหรับแขวนเสื้อคลุมหรือหมวกที่หยิบใช้งานบ่อยๆได้ด้วยค่ะ ก็ทำให้เราใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ดี

Image 1/5
Common Area

Common Area

Common Area มีขนาด 6.20×8.70 เมตร ที่ยังคงออกแบบเป็น Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ครัวอยู่บริเวณเดียวกัน จึงทำให้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ต่อเนื่อง รวมถึงเราสามารถตกแต่งและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามการใช้งาน

ส่วนสำหรับวัสดุปูพื้นชั้น 1 จะเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.80 เมตร พร้อมติดตั้งไฟแบบดาวน์ไลท์และผนังภายในบ้านจะฉาบเรียบทาสีขาว มีติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Cassette Type จาก DAIKIN มาให้เรียบร้อย รวมถึงติดตั้งระบบความปลอดภัยภายในบ้านมาให้ครบอย่างระบบ Magnetic Sensor บริเวณชั้น 1, ระบบ Motion Sensor บริเวณโถงบันไดและระบบ Shock Sensor

ส่วนโครงสร้างบ้านเป็นแบบ Conventional จึงทุบ-ต่อเติมบ้านได้ง่าย อีกทั้งก่อเป็นอิฐ TAN-BRICK มีคุณสมบัติที่ทนต่อความชื้นและกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญหรืออิฐมวลเบานั่นเอง รวมถึงทางโครงการมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี* แต่อย่างที่เราได้บอกไปนะคะว่าหากมีการทุบหรือดัดแปลงโครงสร้างภายในบ้านก็จะหมดประกันทันที จึงแนะนำให้อยู่อาศัยจนหมดการรับประกันก่อนจึงค่อยทุบปรับเปลี่ยนตามการใช้งานทีหลังได้เลย

นอกจากนั้น Developer ของโครงการนี้ที่เป็นเครือเดียวกับ True Corporation ทำให้ลูกบ้านของแบบบ้าน CLEO สามารถติดตั้งระบบ Home Automation ต่างๆจาก TrueX เหมือนบ้านตัวอย่างหลังนี้ได้เลย

จากภาพด้านบนเป็นรายการ Home Automation เพียงบางส่วนที่เราได้ถ่ายมาให้ชมกัน แต่จริงๆแล้วมีรายการอื่นๆให้เลือกอีกเยอะเลย โดยทุกคนสามารถติดต่อสอบถามเพื่อขอข้อมูลและราคากับทางโครงการได้โดยตรงค่ะ

งั้นเรามาเริ่มกันที่พื้นที่นั่งเล่นที่ออกแบบเป็น พื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume 6.60 เมตร กัน ซึ่งเป็นการออกแบบที่สร้างบรรยากาศโปร่งสบายภายในบ้านได้ดีมากๆ ประกอบกับช่องกระจกทั้งด้านล่างและด้านบน ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านได้เยอะและเปิดรับวิวสวนสีเขียวด้านหน้าบ้าน จึงได้บรรยากาศที่น่าอยู่อาศัยมากขึ้นค่ะ

Image 1/3
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น มีขนาดประมาณ 3.80×3.80 เมตร โดยเราสามารถวางโซฟาเป็นตัว L พร้อมโซฟาด้านข้างและโต๊ะกลาง รวมถึงมีพื้นที่ชั้นวางทีวี จึงมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.50 เมตร วางทีวี 60 นิ้วขึ้นไปได้ นอกจากนั้นเรายังสามารถทำ Built-in เป็นชั้นวางทีวีและชั้นวางของแบบเต็มผนังได้เลยนะ ก็ช่วยให้เราเก็บของได้เยอะมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เปิดออกไปยังพื้นที่สวนด้านหน้าบ้านด้วยค่ะ

Image 1/5
พื้นที่ครัว และ พื้นที่นั่งรับประทานอาหาร

พื้นที่ครัว และ พื้นที่นั่งรับประทานอาหาร

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็น พื้นที่ครัวและพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร โดย พื้นที่ครัว จะมีขนาดประมาณ 2.70×3.95 เมตร ที่จะเป็นพื้นที่โล่งๆเลยนะ เราจึงสามารถ Built-in ชุดเคาน์เตอร์ครัวและ Island สำหรับเตรียมอาหารเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย แต่หากใครที่ชอบทำอาหารบ่อยๆหรือไม่ชอบให้มีกลิ่นและควันจากการทำอาหารไปติดเฟอร์นิเจอร์ในบ้านก็สามารถกั้นเป็นห้องครัวแบบปิดได้ค่ะ รวมถึงมีประตูเปิดเพื่อระบายอากาศไปทางลานซักล้างด้านหลังบ้านด้วย

ส่วน พื้นที่รับประทานอาหาร จะมีขนาดประมาณ 3.50×3.95 เมตร อยู่ติดกับพื้นที่ครัวเลย จึงทำให้สามารถจัดเสิร์ฟอาหารได้ง่าย เราสามารถตั้งโต๊ะ 6-8 ที่นั่งได้สบายๆ มีพื้นที่เดินรอบโต๊ะกว้าง อีกทั้งมีช่องหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติด้วย ส่วนด้านข้างก็มีประตูเปิดเชื่อมออกไปยังสวนด้านข้างบ้านค่ะ

Image 1/3
ประตูเปิดไปยังสวนด้านข้างบ้าน

ประตูเปิดไปยังสวนด้านข้างบ้าน

ทางโครงการออกแบบมี ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนจากพื้นที่รับประทานอาหารเปิดออกมายังพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน ด้วยค่ะ ก็สามารถปูพื้นเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย เพื่อใช้เป็นมุมนั่งเล่นในสวน ได้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ

Image 1/3
ลานซักล้าง

ลานซักล้าง

จากพื้นที่ครัวจะมีประตูเปิดออกมายัง ลานซักล้าง ที่อยู่บริเวณด้านหลังบ้าน มีขนาดประมาณ 1.40×4.00 เมตร มีพื้นเป็นคอนกรีตผิวขัดหยาบ แต่เราสามารถปูเป็นพื้นกระเบื้องเหมือนบ้านตัวอย่างได้นะคะ ก็ทำให้ดูสวยงามและทำความสะอาดได้ง่ายดี โดยเราใช้เป็นพื้นที่ตั้งราวตากผ้าได้สบายๆ รวมถึงมีเว้นพื้นที่ขนาด 1.15×2.00 เมตร สำหรับตั้งเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะเลย

เราพามาดูอีกฝั่งของบ้านกัน โดยจะเป็นโถงทางเดินกว้างประมาณ 1.20 เมตร เชื่อมจาก Common Area มายังโซนนี้ที่ประกอบไปด้วยห้องนอนชั้นล่าง, ห้องน้ำชั้นล่างและบันไดขึ้นชั้น 2 พร้อมห้องเก็บของใต้บันได โดยเราจะพาไปดูห้องนอนชั้นล่างกันก่อนนะคะ

Image 1/3
ห้องนอนชั้นล่าง

ห้องนอนชั้นล่าง

ห้องนอนชั้นล่าง มีขนาด 2.85×4.00 เมตร ซึ่งเราสามารถวางเตียง 5 ฟุต มีพื้นที่ด้านข้างตั้งตู้เสื้อผ้าและแขวนทีวีตรงปลายเตียงได้นะคะ อีกทั้งมีช่องหน้าต่างทั้งจากด้านข้างบ้านและด้านหลังบ้านจึงทำให้ภายในห้องดูสว่างดีค่ะ

แต่ด้วยวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ที่ไม่ได้เป็นพื้นยางหรือ Absorption Floor ที่มีความนิ่มและไม่ลื่น เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและลดแรงกระแทกเวลาหกล้ม รวมถึงประตูห้องที่ไม่ใช่ประตูบานเลื่อนที่เปิด-ปิดได้ง่าย และไม่มีห้องน้ำในตัว ก็ทำให้เรามองว่าห้องนี้เหมาะใช้เป็นห้องอเนกประสงค์รองรับกิจกรรมอื่นๆมากกว่า อย่างบ้านตัวอย่างก็ได้ทำเป็นห้องนั่งเล่นฟังเพลงมาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งเราจะปรับเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือหรือห้องออกกำลังกายก็ได้เหมือนกัน

Image 1/5
ห้องน้ำชั้นล่าง

ห้องน้ำชั้นล่าง

ห้องน้ำชั้นล่าง จะอยู่ติดกับห้องนอนชั้นล่างเลย จึงมาใช้งานได้ง่ายดี โดยจะมีขนาดห้องอยู่ที่ 1.40×2.70 เมตร มีการออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้เป็นสัดส่วน ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร  พร้อมสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ จาก American Standard และมีการออกแบบ Low Wall สำหรับวางของใช้ในห้องน้ำ รวมถึงกระจกส่องบานใหญ่ นอกจากนั้นห้องน้ำชั้นล่างของแบบบ้านนี้จะได้ตู้เก็บของใต้อ่างล้างมือด้วย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้าง 0.90 เมตร พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาเรียบร้อย เราแนะนำให้ซื้อฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นค่ะ

ทางโครงการมีออกแบบ ห้องเก็บของใต้บันได มาให้ด้วย ขนาดประมาณ 0.95×3.95 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นพื้นที่เก็บพวกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆแล้ว ยังเป็นห้องของงานระบบต่างๆด้วยค่ะ

Image 1/2
บันได

บันได

บันได มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงไม่เกิดเสียงดังเวลาเดินขึ้น-ลงค่ะ มีความกว้างบันไดประมาณ 1.05 เมตร มีลูกตั้งขนาด 18 ซม. และลูกนอนกว้าง 30 ซม. ส่วนวัสดุปิดผิวจะเป็นไม้ประสาน มีราวกันตกเหล็กและมือจับ ทำสีเหมือนตัวบันไดอยู่ด้านข้าง นอกจากนั้นได้ออกแบบช่องหน้าต่าง เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในโถงบันไดไม่ให้ดูมืดทึบ

เมื่อขึ้นมาชั้น 2 จะเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็น SPC ลายไม้ มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี อีกทั้งยังได้บรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อนมากยิ่งขึ้น ส่วนความสูงของพื้นชั้น 2 ถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 3.00 เมตร จึงได้บรรยากาศที่โปร่งสบายมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับโถงชั้น 2 นี้ จะเป็นโถงทางเดินกว้างประมาณ 1.20 เมตร ตรงเข้าไปยัง Family Area ส่วนด้านข้างของโถงทางเดินจะเป็นห้องนอนทั้ง 3 ห้อง โดย Master Bedroom จะออกแบบแยกอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้านเพียงห้องเดียว จึงไม่มีการแชร์ผนังร่วมกับห้องอื่นๆ ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ส่วนห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องที่ถึงแม้จะอยู่ติดกัน แต่พื้นที่ภายในห้องที่อยู่ติดกันจะเป็นห้องน้ำและพื้นที่แต่งตัว จึงไม่รบกวนการพักผ่อนภายในห้องนอนค่ะ

Image 1/5
Family Area

Family Area

เราขอพามาดู Family Area กันก่อนเลย โดยมีขนาด 2.90×3.80 เมตร เหมาะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นของครอบครัวแบบเป็นกันเองมากขึ้น เราสามารถตกแต่งเหมือนบ้านตัวอย่างได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นโซฟารูปตัว L พร้อมโต๊ะกลาง รวมถึงตั้งชั้นวางของด้านข้าง นอกจากนั้นจาก Family Area นี้จะมองลงไปเห็นพื้นที่นั่งเล่นตรงชั้น 1 อีกทั้งมีราวกันตกบริเวณ Family Area เป็นกระจกเหมือนภาพด้านบน ทำให้ได้บรรยากาศโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น

Image 1/5
Master Bedroom

Master Bedroom

Master Bedroom จะอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้านเพียงห้องเดียวและไม่มีการแชร์ผนังร่วมกับห้องนอนอื่นๆ จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีขนาดห้องอยู่ที่ 3.90×7.40 เมตร ออกแบบมีช่องหน้าต่าง 2 ฝั่งจากทั้งด้านหน้าบ้านและ Double Volume จึงเปิดรับแสงได้เยอะดี

สำหรับพื้นที่นอนจะมีขนาดประมาณ 3.80×3.90 เมตร จึงวางเตียง 6 ฟุต พร้อมโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งได้ ส่วนบริเวณปลายเตียงก็มีพื้นที่ตั้งชั้นวางทีวีและโซฟาปลายเตียงได้ด้วย ส่วนด้านข้างจะเป็นพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet ขนาดประมาณ 1.90×3.65 เมตร สามารถทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแต่งหน้าเหมือนบ้านตัวอย่างได้เลย ซึ่งห้องนอนทุกห้องจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก DAIKIN มาให้เรียบร้อยนะคะ

Image 1/6
Master Bathroom

Master Bathroom

Master Bathroom มีขนาด 1.60×3.50 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร  มีการออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกเป็นสัดส่วน รวมถึงก่อ Low Wall สำหรับวางของ พร้อมติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจาก American Standard ทั้งหมด นอกจากนั้นยังออกแบบเคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่มีพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้างๆ จึงวางอุปกรณ์ของใช้ได้เยอะดี และมีตู้เก็บของด้านล่างอ่างล้างมือให้ใช้งานด้วย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 1.00 เมตร ติดตั้งฝักบัวแบบ Hand-Rain Shower มาให้ครบ พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นและเจาะช่องผนังด้านข้าง จึงหยิบอุปกรณ์อาบน้ำได้ง่าย ส่วนฉากกั้นกระจกอาบน้ำก็สามารถหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นนั่นเอง

ต่อมาเราพามาดู ห้องนอนรอง 1 กัน โดยจะอยู่ติดกับ Family Area เลย ทำให้เจ้าของห้องนี้มาใช้งานหรือนั่งเล่นตรง Family Area ได้สะดวกดีค่ะ

Image 1/5
ห้องนอนรอง 1

ห้องนอนรอง 1

ห้องนอนรอง 1 มีขนาด 2.85×5.90 เมตร พร้อมช่องหน้าต่างจากทั้งด้านข้างและด้านหน้าบ้าน ช่วยดึงแสงเข้ามาภายในห้องได้เยอะดี ส่วนภายในห้องก็สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ แต่หากใครอยากได้พื้นที่กว้างๆก็เลือกใช้เป็นเตียง 3.5 ฟุตได้เหมือนกัน ก็จะทำให้มีพื้นที่ตั้งชั้นวางทีวี โต๊ะนั่งอ่านหนังสือหรือตู้เก็บของได้ด้วย

สำหรับพื้นที่แต่งตัวภายในห้องนอนรอง 1 จะมีขนาดประมาณ 1.20×2.20 เมตร ซึ่งเราสามารถทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย มีพื้นที่ยืนเลือกเสื้อผ้ากว้าง ส่วนด้านข้างจะเป็นห้องน้ำในตัวจึงใช้งานได้ต่อเนื่อง

Image 1/4
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1 มีขนาดอยู่ที่ 1.50×2.55 เมตร โดยออกแบบเหมือนห้องน้ำอื่นๆทั้งการแบ่งโซนแห้ง-เปียกแยกกันชัดเจน ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจาก American Standard รวมถึงมี Low Wall สำหรับวางอุปกรณ์ภายในห้องน้ำได้เยอะและเลือกใช้บานกระจกขนาดใหญ่

ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 0.90 เมตร และมีการเจาะช่องผนังด้านข้าง เพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำและหยิบใช้งานได้สะดวก พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย หากเวลาอาบน้ำแล้วไม่อยากให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นก็สามารถหาซื้อฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มเองได้นะคะ

Image 1/5
ห้องนอนรอง 2

ห้องนอนรอง 2

ห้องนอนรอง 2 ของแบบบ้านนี้ก็มีการออกแบบเหมือนห้องนอนรอง 1 เหมือนกัน ทั้งขนาดห้องอยู่ที่ 2.85×5.90 เมตร พร้อมช่องหน้าต่างจากทั้ง 2 ฝั่ง ภายในห้องก็มีพื้นที่กว้างๆจึงวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ด้านข้างวางชั้นวางของได้ด้วย ส่วนพื้นที่แต่งตัวก็มีขนาดประมาณ 1.20×2.20 เมตร ทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าเต็มผนังและมีพื้นที่ติดตั้งกระจกเงาไว้ส่องได้เต็มตัว

Image 1/4
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2

ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2 ก็ออกแบบเหมือนห้องน้ำของห้องนอนรอง 1 โดยจะมีขนาด 1.50×2.55 เมตร พร้อมแบ่งโซนแห้ง-เปียกแยกเป็นสัดส่วนและปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดเลือกใช้จาก American Standard อีกทั้งมีการก่อ Low Wall เพื่อวางอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องน้ำและบานกระจกขนาดใหญ่ไว้ให้ส่องได้ชัดเจน

ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องผนังด้านข้างสำหรับวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำและเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ แต่ไม่ได้ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำ เราจึงสามารถหาซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นและฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มเองได้


ALDEN

เราได้เก็บภาพบรรยากาศของบ้านตัวอย่าง ALDEN ที่เป็นบ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 36 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ ซึ่งเป็นแบบบ้านเริ่มต้นและมีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการด้วยนะคะ โดยมีจุดเด่น คือ พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้ใช้งานเต็มที่ แตกต่างจากแบบบ้าน BELA และ CLEO ที่มี Double Volume จึงเสียพื้นที่ใช้สอยบางส่วน เพื่อให้ได้บรรยากาศโปร่งโล่งภายในบ้านมาแทนนั่นเอง ทำให้แบบบ้านนี้จึงเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก ชอบพื้นที่ใช้สอยเยอะๆภายในบ้านค่ะ

ชั้น 1

  • พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน
  • มีประตูทางเข้าหลักและประตูทางเข้ารองตรงพื้นที่จอดรถ
  • Common Area เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมประตูเปิดออกไปพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน
  • พื้นที่ครัวแบบเปิด สามารถกั้นเป็นครัวปิดเพื่อใช้ทำอาหารจริงจังได้ ส่วนด้านข้างเป็นประตูเปิดไปยังลานซักล้าง
  • ลานซักล้าง ออกแบบสำหรับตั้งเครื่องซักผ้าและตากผ้า
  • ห้องน้ำชั้นล่าง มีพื้นที่อาบน้ำรองรับการใช้งานพร้อมกันได้
  • ห้องเก็บของใต้บันได เก็บของได้เยอะดี

ชั้น 2

  • Master Bedroom ขนาดใหญ่ กั้นแบ่งพื้นที่ Walk – in Closet ได้ พร้อมห้องน้ำในตัว ใช้งานง่าย
  • ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง มีทั้งขนาดและการออกแบบเหมือนกัน วางเตียง 5 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่ด้านข้างตั้งตู้เสื้อผ้าและชั้นวางทีวีได้
  • ห้องน้ำชั้น 2 แชร์การใช้งานร่วมกันระหว่างห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง

Image 1/17
พื้นที่จอดรถ 2 คัน

พื้นที่จอดรถ 2 คัน

ภาพบรรยากาศบ้านตัวอย่าง ALDEN บริเวณชั้น 1

Image 1/14
Master Bedroom

Master Bedroom

ภาพบรรยากาศบ้านตัวอย่าง ALDEN บริเวณชั้น 2

ราคา

SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 23 มกราคม 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • ALDEN บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 36 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 6.29 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 30,029 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,088 บาทต่อเดือน
  • BELA บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์
    – ราคาเริ่มต้น 6.79 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 32,416 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,436 บาทต่อเดือน
  • CLEO บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 228 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 Family Area
    – ราคาเริ่มต้น 8.59 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 41,009 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,132 บาทต่อเดือน
  • ค่าจอง 5,000 บาท
  • ค่าทำสัญญา 35,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 100,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 58 บาท/ตร.วา/เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยเจริญพัฒนาบนทำเลรามอินทรา-บางชันที่ถือเป็นย่านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่เยอะ ภาพรวมทำเลค่อนข้างสงบ ส่วนในเรื่องการเดินทางก็สามารถเชื่อมต่อถนนหลักได้หลายสาย เราจึงมีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลายและหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติดได้ด้วยนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีทางด่วนกาญจนาภิเษกที่ห่าง 9.1 กิโลเมตร และรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ 4 กิโลเมตร เพื่อใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ก็ค่อนข้างคึกคักเลย อย่างใกล้ๆจะมีร้านสะดวกซื้อทั้ง 7-11 และ CJ MORE ให้มาซื้อของกันได้ง่ายๆ แต่บนถนนหทัยราษฎร์จะมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่เยอะ ส่วนห้างใหญ่ๆ Fashion Island และ The Promenade ก็อยู่ไม่ไกล ห่างประมาณ 6.4 กิโลเมตร จึงไปเดินเล่น จับจ่ายใช้สอยกันได้ นอกจากนั้นยังมีโรงพยาบาลและสถานศึกษาอยู่ในระยะ 5 กิโลเมตร

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :

ประตูทางเข้า-ออกโครงการแบบรั้วเหล็กรางเลื่อน ควบคู่กับรั้วไม้กระดก พร้อมระบบเข้า-ออกโครงการด้วยการจดจำป้ายทะเบียนรถ รวมถึงติดตั้งกล้อง CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ รวม 28 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ VMS, รั้วทึบรอบโครงการสูง 3 เมตร เฉพาะรั้วด้านหน้าโครงการมีรั้วโปร่งสูง 3 เมตร

สำหรับตัวบ้านจะมี Digital Door Lock ตรงประตูทางเข้า, กล้อง CCTV จำนวน 1 ตัว บริเวณพื้นที่จอดรถ รวมถึงสัญญาณกันขโมยต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบ Magnetic Sensor บริเวณชั้น 1, ระบบ Motion Sensor บริเวณโถงบันได และระบบ Shock Sensor นอกจากนั้นแบบบ้านหลังใหญ่สุดยังสามารถเลือกซื้อ Home Automation จาก TrueX ที่อยู่ในเครือเดียวกับ Developer นี้ได้ด้วยนะคะ โดยสามารถสอบถามกับทางโครงการโดยตรงได้เลย

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :

โครงการนี้เป็นโครงการแรกในกรุงเทพฯ ที่อยู่ภายใต้ SŌLVANI แบรนด์บ้านแนวราบใหม่ล่าสุดจาก CP LAND ที่ออกแบบเป็นบ้านระดับพรีเมียมในสไตล์ Modern โดยโครงการนี้มีแนวคิดในการออกแบบเป็น Raw Elegance & Redefined ทำให้เลือกออกแบบในสไตล์ Modern Brutalist ที่เน้นความเรียบง่าย ไม่มีการประดับตกแต่งเยอะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ด้านหน้าโครงการมีหน้าที่เป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็น Buffer Zone ป้องกันเสียงและควันจากถนนด้านหน้าและโซนบ้านด้านในก็จะได้ความเงียบสงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัยมากขึ้น มีการออกแบบโซนบ้านเป็นถนนวน Loop ทำให้สามารถเข้า-ออกได้หลายทางและทุกแบบบ้านมีตำแหน่งแปลงมุมให้เลือก ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนั้นตัวบ้านจะหันหน้าทางทิศเหนือ-ใต้ ไม่โดนแดดโดยตรง+ได้ลมดี และบ้านฝั่งนึงในซอยจะไม่มีสายไฟฟ้าพาดผ่านหน้าบ้าน จึงได้ทัศนียภาพด้านหน้าบ้านที่สวยงามค่ะ

ส่วนตัวบ้านจะเป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน มีจุดเด่นเมื่อเทียบกับโครงการเพื่อนบ้านบนทำเลเดียวกัน ก็คือ ราคาคุ้มค่ากับพื้นที่ใช้สอย เพราะเป็นบ้านแฝดที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ส่วนบ้านเดี่ยวก็ได้พื้นที่จอดรถถึง 3 คัน อีกทั้งมี Double Volume ที่โครงการอื่นไม่มี นอกจากนั้นยังออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวสูงและพักผ่อนภายในบ้านเป็นหลัก เพราะมีช่องเปิดไม่เยอะและไม่มีระเบียง รวมถึงได้ความโปร่งสบายภายในบ้านสูง ด้วยการออกแบบ Opan Plan ตรงชั้น 1 ทั้งชั้นและมี Double Volune สูง 6.60 เมตรนั่นเอง

วัสดุ :

วัสดุส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐาน โครงสร้างบ้านแบบ Conventional ด้วยการก่ออิฐ TAN-BRICK ทนความชื้นและกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญหรืออิฐมวลเบา มีพื้นที่จอดรถเป็น Slab on Ground วัสดุพื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ ส่วนโครงสร้างลานซักล้าง เป็นพื้นคอนกรีตผิวขัดหยาบ สำหรับพื้นชั้น 1 เป็นกระเบื้องพอร์ซเลนและชั้น 2 ปูพื้นเป็น SPC ลายไม้ เลือกใช้สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดจาก American Standard แต่ทางโครงการไม่ได้ก่อเคาน์เตอร์ครัวมาให้ ทำให้ต้องเผื่องบในส่วนนี้ด้วยค่ะ

นอกจากนั้นน่าสนใจที่มีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี* ทั้งหมด 4 หมวด ได้แก่ ความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร, การรั่วซึมของอาคารจากน้ำฝน, การใช้งานของประตู-หน้าต่าง และ การชำรุดของท่อน้ำและสายไฟ แต่หากมีการทุบหรือดัดแปลงโครงสร้างบ้านก็จะทำให้หมดประกันนะคะ ดังนั้นเราแนะนำให้ต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนบ้านหลังจากครบประกันแล้วค่ะ เพื่อจะได้รักษาสิทธิ์การรับประกันนี้เต็มๆ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :

พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ รวมประมาณ 1 ไร่ โดยมีการออกแบบและจัดสวนสีเขียวตั้งแต่บริเวณป้ายชื่อโครงการที่อยู่บริเวณด้านหน้าเข้ามายังซุ้มประตูและถนนหลักของโครงการ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สวนส่วนกลางอยู่บริเวณด้านหน้า ใกล้ๆกับซุ้มประตูโครงการก็สร้างบรรยากาศสดชื่น น่าอยู่อาศัยภายในโครงการได้ดี อีกทั้งยังเป็นมุมต้อนรับที่สวยงามเวลาขับรถเข้า-ออกโครงการค่ะ โดยภายในสวนก็จะเลือกใช้ต้นไม้เล็ก-ใหญ่และดอกไม้เพิ่มสีสันสดใสนั่นเอง

สาธารณูปโภค :

พื้นที่ส่วนกลางอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ แยกจากโซนบ้านพักอาศัย เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อน โดยจัดฟังก์ชันส่วนกลางมาให้ใช้งานครบครัน มี Clubhouse เป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม ประกอบด้วย Sol Living พื้นที่ต้อนรับ-นั่งพักคอย, Sol Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อน, Sol Fitness ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำ พร้อมสระเด็ก รวมถึงมี Sol Park พื้นที่สวนสีเขียวที่ภายในสวนจะมี Kid’s Haven สนามเด็กเล่น, Sandbox พื้นที่ให้เด็กๆเล่นทรายและ The Retreat พื้นที่ปีนป่ายของเด็กๆ รวมถึงพื้นที่นั่งเล่นท่ามกลางสวนสีเขียวด้วยนั่นเอง

แต่จุดที่เราชอบก็คือมีการจัดตำแหน่งของ Sol Fitness ไม่ให้รบกวน Sol Living และ Sol Lounge ที่อยู่ชั้นล่างๆ จึงทำให้ลูกบ้านมาใช้งานส่วนกลางได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงจะดังรบกวนลูกบ้านที่ใช้พื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 6.29-8.59 ล้านบาท, 23 มกราคม 2569

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 เชื่อมต่อถนนใหญ่ได้หลายสาย ความอุดมสมบูรณ์ครบ ไม่ไกลจากทางด่วนและ MRT สายสีชมพู
ความปลอดภัย 7.75/10 รั้วเหล็กรางเลื่อน+รั้วไม้กระดก / จดจำป้ายทะเบียนรถ / ระบบ VMS / CCTV 28 จุด / รปภ. / Digital Door Lock / CCTV ตรงที่จอดรถ / Magnetic Sensor / Motion Senso / Shock Sensor
การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและพักผ่อนในบ้านเป็นหลัก มี Double Volume ราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอย
วัสดุ 8/10 มาตรฐานของระดับนี้
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 พื้นที่สวนรวม 1 ไร่ พร้อมจัดสวนตั้งแต่ด้านหน้ามายังถนนภายในโครงการ ได้บรรยากาศร่มรื่น น่าอยู่อาศัย
สาธารณูปโภค 8/10   ออกแบบสวยและน่าใช้งาน จัดฟังก์ชันมาให้ครบครัน
รวมคะแนน 8.00 จาก 10 คะแนน

SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) ดีไหม?

โครงการ SŌLVANI Ramintra (โซลวานี รามอินทรา) เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก-กลางที่มองหาบ้านรามอินทราราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท เดินทางเชื่อมต่อถนนได้หลากหลายเส้นทาง ส่วนทางด่วนและรถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกล ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบค่อนข้างคึกคัก รวมถึงได้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่มีขนาดและราคาใกล้เคียงกัน เพราะมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ 162-228 ตร.ม. ฟังก์ชันลงตัว 3-4 ห้องนอน 2-3 ที่จอดรถ เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและพื้นที่พักผ่อนในบ้านเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี* มีงบประมาณของบ้านเริ่มต้นที่ 6.29-8.59 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 30,029-41,009 บาท

ตัวอย่างโครงการบ้านรามอินทรา

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่