สวัสดีเจ้า ป้อแม่ปี้น้องจาวเหนือ วันนี้ Think of Living พามารีวิวไกลถึงเชียงใหม่กับ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ติด The Backyard มหิดล ใกล้สนามบินเชียงใหม่และห้าง Central Airport ในราคาเริ่มต้น 20 – 30 ล้านบาท* ซึ่งต้องบอกว่าทำเลนี้ไม่ค่อยได้เห็นโครงการบ้านขึ้นกันบ่อยๆ นะคะ หากใครกำลังมองหาบ้านเดี่ยวใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางง่าย ก็สามารถเลื่อนชม Highlights ที่เรารวบรวมมาให้ก่อนได้ดังนี้เลย

  • ทำเล : ที่ตั้งของโครงการอยู่บนถนนมหิดล ด้านหน้าติด Community Mall แห่งใหม่ เดินออกมาจับจ่ายใช้สอยได้สบายๆ ใกล้สนามบินและห้าง Central Airport ใช้เวลาเดินทางแค่ 10 – 15 นาทีเท่านั้น
  • ยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว : บ้านเดี่ยวของโครงการมีทั้งหมด 29 ยูนิต จึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง การเข้า – ออกโครงการยังต้องผ่านซุ้มประตูแบบ Double Gate ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านได้ดี
  • ฟังก์ชันรองรับครอบครัวขยาย : แบบบ้านในโครงการเป็นบ้านเดี่ยวหน้ากว้าง ได้พื้นที่ใช้สอย 252 – 383 ตร.ม. ฟังก์ชันเริ่มต้น 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ ได้ห้องแม่บ้านทุกหลัง เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 – 5 คนขึ้นไป หรือในบ้านที่มีผู้สูงอายุ มาพร้อมระบบ Home Automation ครบครัน
  • มาตรฐานอาคารเขียว : โครงการชูจุดเด่นเป็น Urban Green Living ถือเป็นการออกแบบที่ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบอากาศ ระบบน้ำ และการใช้พลังงานในบ้าน โครงการนี้จึงเป็นโครงการแรกในเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว (EDGE) จาก IFC

ข้อมูลโครงการ

รีวิว Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล)  ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569

 ชื่อโครงการ   Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ถนนมหิดล อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
 ที่ดิน 13 – 2 – 82.6 ไร่
 จำนวนยูนิต 29 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • Arden (อาร์เดน) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 87 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท*
  • Vittoria (วิตตอเรีย) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 98.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท*
  • Eterna (อีเทอร์น่า) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 107.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท*

 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ       n/a บาท
 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2568
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2571
 เว็บไซต์โครงการ  คลิกที่นี่
 โทร   053 333 666
 Line   คลิกที่นี่

 

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 18.7697743,98.9856387
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • บ้านเดี่ยวบนถนนมหิดล ใกล้สนามบินเชียงใหม่ และ Central Airport
  • ใกล้ Community Mall ใหม่ในระยะเดินได้ อย่าง The Backyard มหิดล
  • ใกล้โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ถึง 3 แห่ง ตอบโจทย์ผู้ปกครองที่มองหาบ้านใกล้โรงเรียนให้กับลูกๆ

Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ตั้งอยู่ตรงไหน?

โครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ตั้งอยู่บนถนนมหิดล ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนวงแหวนรอบในที่สามารถขับไปเชื่อมต่อกับถนนหลักได้หลายสาย ทั้งถนนสมโภช 700 ปี (วงแหวนรอบ 2) ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ – ลำปาง และถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ใช้เดินทางเข้า – ออกเมืองเชียงใหม่ได้ง่าย ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนฝั่งขาออก ใกล้แยกแอร์พอร์ตและสนามบินเชียงใหม่ประมาณ 5.9 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการ ใช้เวลาขับรถออกจากบ้านแค่ 10 – 15 นาที เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในสนามบิน หรือต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศบ่อยๆ ก็ถือว่าสะดวกมาก

นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้โรงเรียนชื่อดังถึง 3 แห่ง และใกล้ห้าง Central Airport เพียง 4.8 กิโลเมตร ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่ชอบความสะดวกสบาย เดินทางง่าย ใกล้ทั้งห้างและโรงเรียนของลูกๆ โดยจุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้โครงการนี้ถือเป็น Rare Item ในย่านเลยก็คือ เป็นบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ติด Community Mall เดินออกมาซื้อของกิน – ของใช้ได้เลย ไม่ต้องขับรถออกไปข้างนอก

ในแง่ของการเดินทาง ระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร ในทำเลต่างจังหวัดก็ถือว่าใกล้มาก โดยเฉพาะถนนมหิดล ซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวของเชียงใหม่ที่ขับไปเชื่อมต่อได้ทั้งทางยกระดับและอุโมงค์ทางลอด ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในบางเส้นทางได้พอสมควรเลย

บ้านเดี่ยวบนถนนมหิดล ราคาเท่าไหร่?

โดยภาพรวมที่อยู่อาศัยของทำเลนี้ ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นโครงการคอนโดอยู่เยอะ ซึ่งเป็นเพราะทำเลที่อยู่ใกล้ทั้งห้างและสนามบิน จึงทำให้ราคาที่ดินค่อนข้างสูง ซึ่งจุดแข็งของ Developer เจ้าถิ่นเลยคือ จะมีที่ดินทำเลดีๆ ในมือแบบนี้มากกว่าเจ้าใหญ่ๆ จากกรุงเทพฯ ทำให้เมื่อต้นทุนนน้อยกว่า ราคาก็หยิบจับได้ง่ายมากขึ้น โดยโครงการบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ในโซนนี้จะเป็นโครงการเก่าหรืออยู่ในซอย ราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาทขึ้นไป จึงทำให้คู่แข่งที่จะมาเปรียบเทียบกับโครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) นี้มีน้อย หากอยากได้บ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่ราคาหรือฟังก์ชันใกล้เคียงกัน ก็จะขยับไปอยู่ฝั่งแม่ริมหรือฝั่งรวมโชคมากกว่า จึงทำให้โครงการนี้ถือเป็น Rare Item ในย่าน สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว 2 ชั้นโครงการใหม่ ใกล้สนามบิน

 

จุดเด่นของทำเลนี้ที่ทำให้ได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆ ก็คือ Community Mall แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่หน้าโครงการ The Backyard มหิดล ที่มีทั้งร้านอาหาร , ร้านกาแฟ และ Hypermarket ให้ออกมาเลือกจับจ่ายได้ในระยะเดินถึง ใกล้โครงการมีห้างใหญ่อย่าง Central Airport อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.8 กิโลเมตร รอบๆ ยังมีร้านอาหารท้องถิ่น และคาเฟ่เก๋ๆ ที่เลือกแวะได้หลากหลาย หรือใครจะขับเข้าโซนเมืองเชียงใหม่ก็ไม่ยาก ถ้าจะไปโซนนิมมานก็ใช้เวลาแค่  15 นาทีเท่านั้น ทั้งยังใกล้โรงเรียนชื่อดังของจังหวัดถึง 3 แห่ง ทั้ง โรงเรียนวารีเชียงใหม่ , โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ ในระยะแค่ 6 – 7 กิโลเมตร ถ้าเปรียบกับโซนอื่นๆ อาจจะไม่ใช่ย่านที่คึกคักมาก แต่ได้ความสงบ เดินทางสะดวก สมกับเป็นย่านบ้านเดี่ยว Luxury

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

รอบโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารแนวราบ , ที่พักอาศัย และที่ดินเปล่า ถือเป็นทำเลที่ค่อนข้างได้ความสงบ เหมาะกับคนที่เน้นความสะดวกในการเดินทาง สำหรับทำเลนี้จะมีประเด็นที่หลายคนกังวลกันอยู่ 2 อย่าง คือ

  • เสียง ที่ตั้งของโครงการไม่ได้อยู่ในแนวขึ้น – ลงของเครื่องบิน ถึงจะอยู่ใกล้สนามบิน ก็ไม่ได้ยินเสียงรบกวน อีกทั้งกรอบบานประตูหน้าต่างยังใช้แบรนด์คุณภาพสูง จึงช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี
  • น้ำท่วม จากโครงการอยู่ใกล้กับแม่น้ำปิง บางคนอาจจะกังวลเรื่องน้ำท่วม ซึ่งโครงการก็ได้ออกแบบการป้องกันไว้แล้ว ด้วยการถมพื้นที่โครงการสูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด ขึ้นมาอีก 80 เซนติเมตร (หรือสูงกว่าระดับถนนมหิดล 60 เซนติเมตร)

จากข้อมูลที่ได้มาและการลงพื้นที่ของโครงการ เรามองว่าโดยรวมไม่มีปัญหาอะไรที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยในปัจจุบัน ทั้งเรื่องเสียงหรือปัญหาน้ำท่วม แต่อนาคตก็อาจต้องรอดูว่าพื้นที่รอบข้างที่เป็นที่ดินเปล่าจะมีการพัฒนาโครงการไปในแนวทางไหน ก็ต้องรอติดตามกันนะคะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ อาคารสูง 3 ชั้น , อาคารแนวราบ
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารแนวราบ , ที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ ติดกับ The Backyard มหิดล , ถนนมหิดล
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า , อาคารสูง 1 – 4 ชั้น

Image 1/7
บรรยากาศด้านหน้าโครงการ The Backyard มหิดล

บรรยากาศด้านหน้าโครงการ The Backyard มหิดล

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • The Backyard มหิดล ~ 50 เมตร
  • Central Airport เชียงใหม่ ~ 4.8 กิโลเมตร
  • Go Wholesale เชียงใหม่ ~ 4.8 กิโลเมตร
  • Central เชียงใหม่ ~ 11 กิโลเมตร
  • จริงใจมาร์เก็ต ~ 12.6 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ~ 6.1 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) ~ 7 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ ~ 9.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลลานนา ~ 11.2 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ~ 4.4 กิโลเมตร
  • โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม ~ 6.6 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ ~ 7.5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ~ 9.9 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยพายัพ ~ 10.2 กิโลเมตร

การเดินทาง

  • สถานีรถไฟ เชียงใหม่ ~ 5.6 กิโลเมตร
  • สนามบินเชียงใหม่ ~ 5.9 กิโลเมตร
  • สถานีอาเขต เชียงใหม่ ~ 9.3 กิโลเมตร

*วัดระยะทางโดย Google Map จากโครงการไปยังสถานที่ต่างๆ*

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 29 ยูนิต เพื่อนบ้านน้อยเพียง 2 – 4 หลังต่อซอย ได้บรรยากาศแปลงมุมทุกหลัง
  • หน้าบ้านส่วนใหญ่หันขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง จึงทำให้หน้าบ้านไม่ร้อน
  • ระบบสายไฟในโครงการ จะมีสายไฟพาดผ่านเฉพาะถนนหลัก แต่หน้าบ้านจะเอาร้อยท่อลงดินทุกหลัง จึงไม่มีสิ่งบดบังรบกวนสายตา

Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนทำเลติดถนนมหิดลใกล้สนามบินเชียงใหม่ พัฒนาโดยบริษัท อรสิริน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในภาคเหนือที่มีประสบการณ์ยาวนานเกือบ 20 ปีทั้งโครงการแนวราบและคอนโด โดยครั้งนี้เปิดตัวบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 29 ยูนิต บนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวหรูบนทำเลใจกลางเมืองเชียงใหม่ ในราคาเริ่มต้น 20 – 30 ล้านบาท*

 

พามาชม Masterplan ของโครงการ จากถนนมหิดล ขับผ่าน Community Mall เข้ามาประมาณ 100 เมตร (ใช้ถนนภาระจำยอม) ก็จะเจอซุ้มทางเข้า – ออกของโครงการที่อยู่ถัดเข้ามาด้านใน ช่วยลดความพลุกพล่าน เพิ่มความสะดวกในการเข้า – ออกได้ดี ประตูรั้วเป็นแบบ Double Gate มีไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ และรั้วรางเลื่อนไฟฟ้า ควบคุมด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน ลูกบ้านใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โดยการออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านเดี่ยวเพียง 29 ยูนิต รูปแบบบ้านมีให้เลือก 3 แบบ ได้พื้นที่ใช้สอย 252 – 383 ตร.ม. แบ่งเป็นไซส์ S – M – L เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ ไม่พลุกพล่าน รอบบ้านได้ที่ดินใหญ่ เพื่อนบ้านมีน้อยเพียง 2 – 4 หลังต่อซอย ได้บรรยากาศบ้านแปลงมุมทุกหลัง การจัดผังส่วนพักอาศัยหน้าบ้านส่วนใหญ่จะวางขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง ทำให้หน้าบ้านไม่ร้อน ถนนซอยเป็นซอยตัน รถขับวนเชื่อมต่อกันไม่ได้ จึงช่วยคัดกรองคนในการเข้า – ออกได้ดี

พื้นที่ส่วนกลางจะแบ่งเป็น 2 จุด คือ สวนอเนกประสงค์ และ Pet Zone ด้านหน้า ติดกับซุ้มประตูทางเข้า และอาคาร Clubhouse 2 ชั้น ที่อยู่ด้านในสุด ใช้งานได้เป็นส่วนตัว จัดฟังก์ชันมาให้ครบครันตามมาตรฐาน แชร์กับลูกบ้าน 29 ยูนิตได้แบบสบายๆ จากภายในโครงการยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ด้วย

 

บรรยากาศบริเวณซุ้มประตูทางเข้าโครงการ ได้กลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิค ทั้งซุ้มโค้งและขอบบัวปูนปั้น เข้ากับสไตล์การออกแบบที่เน้นความเรียบหรู ด้านหน้าออกแบบเป็นลานอเนกประสงค์ ตกแต่งด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด ช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับทางเข้าของโครงการ

Image 1/9
บรรยากาศบริเวณซุ้ประตูทางเข้าโครงการ

บรรยากาศบริเวณซุ้ประตูทางเข้าโครงการ

ทางเข้า – ออกโครงการแยกเป็นสองฝั่ง ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ Double Gate ชั้นแรกเป็นไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ ชั้นที่ 2 เป็นรั้วรางเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน ควบคุมด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน ด้านข้างยังมีพื้นสวน ทั้ง Pet Zone และสนามเด็กเล่น ให้ลูกบ้านออกมาใช้งานได้ ช่วยลดความพลุกพล่านในส่วนพักอาศัยได้ดี

จากซุ้มประตูทางเข้าโครงการวิ่งเข้ามาจะเจอกับถนนหลักกว้างประมาณ 10 เมตร ยังมองเห็นแนวสายไฟ ส่วนถนนซอยจะใช้แบบร้อยท่อลงดิน จึงให้บริเวณหน้าบ้านโปร่งโล่ง ไม่มีสิ่งรบกวนสายตา โดยถนนซอยได้ความกว้าง 9 เมตร รถขับสวนเข้า – ออกกันง่าย

Clubhouse อยู่ด้านในสุดของโครงการ ออกแบบมาเป็นอาคาร 2 ชั้น ดูสวยงามน่าใช้งาน เข้ากับ Concept ที่มาในสไตล์ Neo Classic ได้กลิ่นอายความโอ่อ่าของอาคารสไตล์ยุโรป ด้านหน้าเป็นวงเวียนน้ำพุ มีสนามเล็กๆ สำหรับพัตต์กอล์ฟ และมีที่จอดรถไว้รองรับแขกและลูกบ้านที่ขับรถมาใช้งานได้

Image 1/5
บรรยากาศภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1

บรรยากาศภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1

ภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1 ประกอบด้วยฟังก์ชันอย่าง Lobby , Lounge , Co – Working Space และ Meeting Room ที่ลูกบ้านสามารถมาใช้นั่งพักผ่อน , ทำงาน หรือใช้เป็นจุดนัดพบปะกับแขกจากภายนอกได้ การออกแบบใช้ช่องแสงซุ้มโค้ง กระเบื้อง Pattern และวัสดุที่เป็นโลหะกับไม้ ช่วยเพิ่มความหรูหรา คลาสสิค ฝ้าเพดานได้เป็น Double Volume ทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่ง

Image 1/8
บรรยากาศโถงทางเดินภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1

บรรยากาศโถงทางเดินภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1

จาก Lobby เดินออกมาจะเจอกับโถงทางเดินแบบ Semi Outdoor เชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำด้านนอก มีบันไดเชื่อมต่อไปยังชั้น 2 และห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย – หญิง ใช้งานสะดวก

Image 1/6
บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำของโครงการ

บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำของโครงการ

สระว่ายน้ำของโครงการระบบเกลือ เป็นสระกลางแจ้งได้มาขนาด 8×18 เมตร ลึก 1.20 เมตร แบ่งเป็นสระเด็กขนาด 3×3.69 เมตร ลึก 0.60 เมตร มี Sunbed และ Pavillion ด้านข้างให้นั่งเล่นพักผ่อนได้ รอบๆ เป็นพื้นที่สวนและรั้วโครงการ ได้บรรยากาศร่มรื่น เป็นส่วนตัวเวลาใช้งาน

Image 1/4
บรรยากาศภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 2

บรรยากาศภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 2

ชั้น 2 จากโถงทางเดินและห้องฟิตเนส เชื่อมต่อกับ Double Volume มองเห็นพื้นที่ชั้น 1 ได้ โดยฟังก์ชันยังมีให้ Living Room , Kid Room และ Fitness ให้เลือกใช้งานได้ อย่างเวลาที่คุณพ่อ คุณแม่มาออกกำลังกาย ก็สามารถพาลูกๆ มาเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน หรือนั่งอ่านหนังสือรอได้สบายๆ

Image 1/3
บรรยากาศ Fitness ภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 2

บรรยากาศ Fitness ภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 2

Fitness ได้บรรยากาศโปร่งโล่งด้วยบานกระจก Fix สูงถึงฝ้า มองเห็นวิวภายในโครงการได้แบบ 180 องศา สำหรับสายออกกำลังกายที่ไม่อยากออกจากบ้าน ก็สามารถเดินมาใช้งานได้ง่าย ในห้องก็มีอุปกรณ์เตรียมไว้ให้ครบทั้ง Weight Trainning และ Cardio เลย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบด้วย
  • Lobby
  • Lounge
  • Co – Working Space
  • Living Room
  • Kid room
  • Fitness
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 8×18 เมตร ลึก 1.20 เมตร
  • แบ่งเป็นสระเด็กขนาด 3×3.69 เมตร ลึก 0.60 เมตร
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวมประมาณ 300 ตร.ม.
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 4 จุด
  • รั้วทึบรอบโครงการสูง 3 เมตรและรั้วเหล็กแหลมต่อเพิ่ม 0.60 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 10 เมตร และถนนภายในกว้าง 9 เมตร
  • Wi – Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์ ชั้น 1
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ Double Gate รั้วกั้นไม้กระดก และ รางเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • การเข้า – ออกโครงการใช้ระบบจดจำป้ายทะเบียน
  • ระบบ Magnetic Sensor เซ็นเซอร์ประตู-หน้าต่าง (ชั้น 1) ทุกหลัง
  • เดินสายไฟร้อยท่อลงดินบริเวณหน้าบ้าน

แบบบ้าน

Highlight

  • บ้านเดี่ยวหน้ากว้าง ฟังก์ชันเยอะ 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ มีห้องแม่บ้านทุกหลัง
  • ระบบ Smart Home จัดเต็ม ได้ระบบรักษาความปลอดภัย , ระบบฟอกอากาศ และ Solar Cell ทุกหลัง ได้ Built – in ครัว , Pantry ครบ ได้มาตรฐานอาคารเขียว (EDGEPreliminary Certificate) จาก IFC

รูปแบบบ้านในโครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เป็นบ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ เริ่มต้น 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ มาพร้อมห้องแม่บ้านทุกหลัง ราคาเริ่มต้น 20 – 30 ล้านบาท* เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มองหาบ้านเดี่ยวใกล้ใจกลางเมืองเชียงใหม่ และสนามบิน การออกแบบมาในสไตล์ “Neo Classic” ได้กลิ่นอายหรูหรา เรียบง่าย เข้ากับคนที่ชอบดีไซน์แบบ Timeless โดยจุดเด่นของบ้านโครงการนี้ นอกจากจำนวนยูนิตที่น้อย ยังมาพร้อมระบบ Smart Home แบบจัดเต็ม ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับลูกบ้าน รวมถึงใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบอากาศ ระบบน้ำ และการใช้พลังงานในบ้าน ทำให้โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกในเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว (EDGE) ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และยกระดับความปลอดภัยในการอยู่อาศัยได้อีกระดับนึงเลย

Image 1/23
บ้านตัวอย่าง แสดงโครงสร้าง วัสดุและระบบที่ใช้ภายในบ้านจาก SCG

บ้านตัวอย่าง แสดงโครงสร้าง วัสดุและระบบที่ใช้ภายในบ้านจาก SCG

นอกจากบ้านมาตรฐานและบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งมาให้ชมเป็นไอเดียแล้ว โครงการยังมีบ้าน Sustainable Experience Home จาก SCG มาให้ชมด้วย ภายในมีโครงสร้าง วัสดุและระบบที่ใช้ในบ้านจริง อาทิ

  • รั้วรางเลื่อนเหล็ก 2 ตอน ติดตั้งมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า เปิด – ปิดได้ด้วยรีโมท
  • โครงหลังคาสำเร็จรูป , กระเบื้องและฉนวนสะท้อนความร้อนที่ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น จาก SCG ,
  • โครงสร้างบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วย SPC หนา 4 มิลลิเมตร ผิวเป็น Anti Slip กันลื่น เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง
  • ตัวอย่างบานอลูมิเนียมจาก TOSTEM โปรไฟล์หนา 72 มิลลิเมตร ติดตั้งมาพร้อมกระจกเขียวตัดแสงหนา 6 มิลลิเมตร ป้องกันการรั่วซึม มีรางระบายน้ำ ป้องกันเสียงและลมได้ดี
  • ระบบสุขาภิบาล แสดงการเดินท่อในบ้าน ซึ่งจัดการระบบบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานการก่อสร้าง ระบบ 1 กรอง 3 เกรอะ พร้อมถังบำบัดน้ำใต้ดินจาก DOS
  • Pantry และเคาน์เตอร์ครัว Built – in ท็อปหินสังเคราะห์ ติดตั้งมาพร้อมอ่างล้างจานจาก TEKA , เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันจาก HAFELE
  • Air Quality Dashboard ชั้น 1 เช็คค่า PM10 , PM2.5 , Co2 และอุณหภูมิในบ้านได้ เทียบกับค่ามาตรฐาน
  • Control Pad ชั้น 2 ควบคุมการเติมอากาศ และแสดงสถานะการใช้งานแบบเรียลไทม์
  • ประตูครัวระบายอากาศ Airflow Door จาก TOSTEM
  • ประตูห้องบาน HMR กรุลายไม้ พร้อมช่องระบายอากาศ door vent
  • โมเดลแสดงระบบการเดินท่อระบายอากาศ Flow&Fine ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นทั้ง PM 10 และ PM 2.5 ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี

ซึ่งนอกจากระบบที่ติดตั้งมาให้ชมเป็นตัวอย่างในบ้านหลังนี้ เรายังมีสรุปวัสดุที่ใช้ภายในบ้านส่วนอื่นๆ ที่จะได้ในบ้านมาตรฐานจริงมาให้ชมกันด้วย โดยรายละเอียดจะมีดังต่อไปนี้ค่ะ

สรุปวัสดุภายในบ้าน

  • โครงสร้างบ้าน : Conventional (อิฐมวลเบา ทุบต่อเติมได้)
  • ที่จอดรถในร่ม ลงเสาเข็มเท่าตัวบ้าน ปูพื้นด้วยกระเบื้อง + ทรายล้าง
  • ลานซักล้างหลังบ้าน ลงเสาเข็มเท่าตัวบ้าน
  • ประตูรั้วหน้าบ้านติดตั้งระบบอัตโนมัติ เปิดผ่านสวิตช์และรีโมท
  • ประตูทางเข้ารอง LIXIL รุ่น GIESTA ผิวอลูมิเนียม สีลายไม้ / มือจับ Digital door lock จาก TOSTEM ใช้งานได้ 5 ระบบ (สแกนลายนิ้วมือ , คีย์การ์ด , กดรหัส , Bluetooth , กุญแจ)
  • ประตูครัวระบายอากาศ Airflow Door จาก TOSTEM
  • ประตูห้องบาน HMR กรุลายไม้ พร้อมช่องระบายอากาศ door vent
  • บานกรอบประตูหน้าต่าง จาก TOSTEM
  • พื้นชั้น 1 ปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×120 เซนติเมตร
  • พื้นห้องนอนชั้น 1 ปูพื้นด้วย Absorption Floor รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ
  • พื้นชั้น 2 ปูพื้นด้วยไม้สำเร็จรูป SPC สี Espresso ลายก้างปลา หนา 4 มิลลิเมตร
  • สุขภัณฑ์และวัสดุในห้องน้ำจาก KOHLER พร้อมฉากกั้นอาบน้ำกระจก / โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ จาก COTTO ในห้อง Master Bedroom / อ่างอาบน้ำ พร้อมเตรียมระบบท่อน้ำร้อน น้ำเย็น ในห้อง Master Bedroom
  • Built – in ชุดครัว Top เคาน์เตอร์ด้วยหินสังเคราะห์ ติดตั้งมาพร้อมตู้แขวน เตาไฟฟ้า , เครื่องดูดควัน จากยี่ห้อ HAFELE และ อ่างล้างจาน จาก TEKA
  • โครงสร้างบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยพื้นไม้ SPC

เทคโนโลยีและระบบรักษาความปลอดภัย

  • ระบบไฟ 3 เฟส (30/100) เตรียม Junction รองรับ EV Charger 1 จุด
  • ระบบ Home Automation ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย , ไฟ , แอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า , ม่าน จากแบรนด์ Aqara ควบคุมผ่าน Application ได้
  • Camera Hub G3 1 จุด : กล้อง CCTV เป็นกล้องหลัก หมุนได้ 360 องศา ติดตั้งบริเวณส่วนนั่งเล่น ชั้น 1 สามารถจดจำใบหน้า และ จดจำคำสั่งด้วยท่าทาง สามารถสั่งงานผ่านกล้อง และSmartphone ได้ และมีไมค์สามารถพูดออกเสียงได้
  • Camera Hub G2H Pro 3 จุด : กล้อง CCTV แบบ FIX มุม ติดตั้งบริเวณที่จอดรถ , โถงชั้น 2 และลานซักล้าง
  • Door and Window Sensor : ที่ประตู – หน้าต่างชั้น 1 ทุกจุด
  • Curtain Driver 2 จุด : ใช้สำหรับเปิด – ปิด ผ้าม่านอัตโนมัติ สามารถเลือกติดตั้งชั้น 1 หรือ ชั้น 2 บริเวณใดก็ได้ที่มีหน้าต่าง
  • Presence Sensor 2 จุด : บริเวณห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่าง และโถงทางเดินชั้น 2 ตรวจจับการมีอยู่ของมนุษย์ และตรวจจับการล้ม
  • Smart Wall Switch 1 จุด : ใช้เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติผ่านมือถือ และสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ ตามเวลาได้
  • Smoke Detector 2 จุด : อุปกรณ์ตรวจจับควันอัจฉริยะ ติดตั้ง บริเวณห้องครัว และ ห้อง Master Bedroom
  • Motion and Light Sensor 1 จุด บริเวณประตูทางเข้าโรงจอดรถ ตรวจจับการเคลื่อนไหวและสถานะของแสงโดยรอบหากมีผู้คนเคลื่อนไหว
  • Smart Door Lock : เปิด – ปิด ประตูอัตโนมัติ ใช้งานได้ 5 ระบบ ได้แก่ สแกนลายนิ้วมือ , คีย์การ์ด , กดรหัส , Bluetooth , กุญแจ
  • ระบบ Flow&Fine ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นทั้ง PM 10 และ PM 2.5 ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี (พัดลมดูดอากาศ 1 จุดที่โถงชั้น 1 พัดลมดูดอากาศออก 3 จุด ที่โถงชั้น 2 , Master Bedroom และห้องนอน 2)
  • Solar Cell ขนาด 3.3 KW. ระบบ On Grid แบบ Micro Inverter

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 


Vittoria (วิตตอเรีย) บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม.

รูปแบบบ้านแรกที่เราจะพามาชมก็คือ Vittoria (วิตตอเรีย) เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินเริ่มต้น 98.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม. ได้ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน ในราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท* เป็นแบบขนาดกลางของโครงการ ที่มีจำนวนยูนิตให้เลือกเยอะที่สุด รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ 4 – 6 คนได้แบบสบายๆ โดยบรรยากาศในบ้านตัวอย่างจะเป็นยังไงบ้าง ไปชมกันค่ะ

 

ชั้น 1 : แปลนบ้านเป็นหน้ากว้าง ทำให้แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในบ้านได้เป็นสัดส่วน ทั้งพื้นที่นั่งเล่นและ Service แต่ยังสามารถเดินเชื่อมต่อใช้งานกันง่าย ด้านหน้าเป็นพื้นที่จอดรถ รองรับได้ 3 คันแบบพอดีๆ ทางเข้าบ้านแยกเป็น 2 จุด คือทางเข้าหลักเชื่อมต่อกับส่วนนั่งเล่น โถงทางเข้าเป็น Double Volume และทางเข้ารองจะอยู่ด้านหลังที่จอดรถ เปิดเข้ามาจะเจอ Pantry เดินไปห้องครัวง่าย สะดวกเวลาที่ซื้อของเข้ามา ก็ยกไปเก็บได้เลย ไม่ต้องผ่านส่วนนั่งเล่น

ตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ เชื่อมต่อส่วน Service และห้องนอนชั้นล่างที่ได้ห้องน้ำในตัว ส่วนห้องน้ำกลางของบ้านจะเป็นแบบ Powder Room มีห้องครัวปิดขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับโซนซักล้าง ห้องแม่บ้านและห้องน้ำแยกใช้งาน จากหน้าบ้านสามารถเดินเข้าฝั่งด้านข้างได้เลย

ชั้น 2 : เดินเชื่อมต่อจากบันไดที่อยู่ติดกับทางเข้า ฟังก์ชันประกอบด้วย Master Bedroom 1 ห้อง ห้องนอนรอง 2 ห้อง ที่สามารถจัด Walk – in Closet ได้ มาพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง ใช้งานได้สะดวก ตรงกลางเป็น Family Area ขนาดค่อนข้างกว้าง ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนอีกจุดของบ้าน หรือจะกั้นห้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเพิ่มเองก็สามารถทำได้

Image 1/6
พื้นที่ใช้งานบริเวณโรงจอดรถ

พื้นที่ใช้งานบริเวณโรงจอดรถ

โรงจอดรถกว้างประมาณ 7.69 เมตร จอดรถได้ 3 คันพอดีๆ โครงสร้างพื้นในร่มลงเข็มมาให้เท่าตัวบ้าน ช่วยป้องกันการทรุดตัวในอนาคต ทั้งยังรองรับการต่อเติมเพิ่มได้ พื้นจอดรถเป็นทรายล้างตกแต่งด้วยกระเบื้อง ดูแข็งแรงสวยงาม ทำความสะอาดได้ง่าย ด้านหลังเป็นประตู Service เปิดเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวบ้าน ด้านข้างเป็นตู้เก็บของ มีบานเลื่อนลายไม้ติดตั้งมาให้ สามารถ Built – in ชั้นเพิ่มด้านใน ทำเป็นตู้เก็บรองเท้าได้

โดยโรงจอดรถยังมี Camera Hub G2H เป็นกล้อง CCTV แบบ Fix มุม ติดตั้งมาให้ 1 จุด สามารถดูผ่านแอพในมือถือได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัย ซึ่งด้านนอกบริเวณรอบบ้านยังมีตรงลานซักล้างมาให้อีกจุดด้วย และสำหรับใครที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ระบบไฟของบ้านเป็น 3 เฟส (30/100) โครงการเตรียม Junction รองรับ EV Charger ให้ 1 จุด ซื้อหัวชาร์จมาติดเพิ่มเองได้

Image 1/7
พื้นที่ใช้งานรอบบ้านตัวอย่าง Vittoria (วิตตอเรีย)

พื้นที่ใช้งานรอบบ้านตัวอย่าง Vittoria (วิตตอเรีย)

รอบบ้านยังเหลือพื้นที่ให้ใช้งาน หรือจัดเป็นสวนให้ออกมานั่งพักผ่อน เพิ่มความร่มรื่นให้กับตัวบ้านได้ ด้านข้างเชื่อมต่อกับโซนซักล้าง ปะกอบด้วย มุมซักล้าง , ห้องแม่บ้าน และห้องน้ำแยกใช้งาน ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัว เหมาะกับครอบครัวใหญ่ ที่ต้องการพื้นที่ให้แม่บ้านสามารถใช้พักผ่อนได้ ส่วนประตูทางเข้าบ้านได้เป็นบานเปิดคู่ กว้างประมาณ 1.80 เมตร จาก TOSTEM

เข้ามาภายในบ้าน จะเจอ Foyer โล่งกว้าง แยกส่วนนั่งเล่นกับรับประทานอาหารได้เป็นสัดส่วน ในบ้านตัวอย่างฝั่งซ้ายเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 เชื่อมต่อกันเป็น Double Volume สูง 5.8 เมตร ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง

Image 1/3
พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นในบ้านตัวอย่าง

พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นในบ้านตัวอย่าง

อีกฝั่งจะเป็นส่วนนั่งเล่น ใช้เป็นมุมพักผ่อนหรือรับรองแขกจากภายนอกได้ พื้นที่ใช้งานได้มากว้างประมาณ 3.78 เมตร วางโซฟา 4 – 5 ที่นั่งได้สบายๆ วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลนขนาด 60×120 เซนติเมตร ฝ้าเพดานปกติสูง 2.80 เมตร ด้านข้างและด้านหลังได้หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ใช้เปิดรับวิวและระบายอากาศได้ดี โดยที่ชั้น 1 ที่ประตู – หน้าต่างทุกจุดจะติดตั้ง Door and Window Sensor มาให้ด้วย ซึ่งสามารถส่งแจ้งเตือนหากมีการเปิด – ปิด หรือมีการบุกรุกได้

Image 1/3
พื้นที่รับประทานอาหารในบ้านตัวอย่าง

พื้นที่รับประทานอาหารในบ้านตัวอย่าง

เข้ามาตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อกับส่วน Service ของบ้าน และห้องนอนชั้นล่าง ในบ้านตัวอย่างวางเป็นโต๊ะยาวพร้อมเก้าอี้ 6 – 8 ที่นั่งได้ ใกล้กันเป็น Pantry และห้องครัว เดินยกอาหารมาเสิร์ฟได้ง่าย

Image 1/3
พื้นที่ใช้งานส่วน Pantry ได้เป็นเคาน์เตอร์ Built - in จากโครงการ

พื้นที่ใช้งานส่วน Pantry ได้เป็นเคาน์เตอร์ Built - in จากโครงการ

เคาน์เตอร์ Pantry ได้เป็น Built – in จากโครงการ หน้าตาเหมือนในบ้าน SCG ที่เราถ่ายมาให้ชม ติดตั้งพร้อมอ่างล้างมือ ใช้งานได้สะดวก ตรงผนังเป็นจุดติดตั้งพัดลมดูดอากาศจากภายนอก (Flow&Fine) มาพร้อมแผ่นกรองฝุ่น ช่วยทำให้อากาศในบ้านสะอาด ถ่ายเทได้ดี ลดฝุ่น ลดอุณหภูมิ

นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV ที่หมุนได้ 360 องศามาให้ สามารถจดจำใบหน้า และคำสั่งด้วยท่าทาง สามารถสั่งงานผ่านกล้อง หรือแอพในมือถือได้ และสามารถใช้ไมค์ในการพูดออกเสียงได้ด้วย

Image 1/4
พื้นที่ใช้งานบริเวณโถงทางเข้าประตู Service ติดกับห้องน้ำชั้น 1

พื้นที่ใช้งานบริเวณโถงทางเข้าประตู Service ติดกับห้องน้ำชั้น 1

ฝั่งตรงข้ามเป็นประตูทางเข้ารอง เชื่อมต่อมาจากโรงจอดรถ ใช้บานประตูกันไฟจาก LIXIL รุ่น GIESTA ผิวอลูมิเนียมลายไม้ มาพร้อมมือจับ Digital door lock จาก TOSTEM ใช้งานได้ 5 ระบบ บนผนังมี Motion and Light Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว เปิด – ปิดไฟได้อัตโนมัติ ด้านข้างมี Air Quality Dashboard แสดงค่าฝุ่นและ Co2 ในบ้านได้

Image 1/4
ห้องน้ำ Powder Room บริเวณชั้น 1

ห้องน้ำ Powder Room บริเวณชั้น 1

ติดกับประตูทางเข้ารองเป็นห้องน้ำ Powder Room คือ ไม่มีส่วนอาบน้ำรองรับมาให้ ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แขก และเจ้าของบ้านยังได้ความเป็นส่วนตัว ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบจาก KOHER ทั้งอ่างล้างมือแบบฝังเคาน์เตอร์ ด้านล่างเป็นตู้ใช้เก็บของได้ ด้านข้างเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ มีสายฉีดชำระและที่เก็บกระดาษทิชชู่มาให้ครบ

ห้องครัวอยู่ด้านในสุด ได้พื้นที่มากว้างขวาง ในบ้านมาตรฐานจะ Built – in เคาน์เตอร์มาให้ครบ เหมาะกับคนที่ชอบบ้านพร้อมอยู่ ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการตกแต่งไปได้เยอะ พื้นที่ใช้งานแบ่งเป็นส่วนเตรียมอาหารและทำอาหารได้ มีอ่างล้างจาน จาก TEKA , เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน จาก HAFELE สัดส่วนจะเหมือนกับในบ้านตัวอย่าง แตกต่างกันแค่วัสดุกรุผิวหน้าบานเท่านั้น

นอกจากหน้าต่างบานเลื่อนที่ใช้เปิดระบายอากาศได้ ประตูครัวที่เชื่อมต่อกับส่วนซักล้างยังเป็นประตูระบายอากาศ จาก TOSTEM มีบานสไลด์ขนาดเล็กที่สามารถเปิด – ปิดได้ ช่วยให้ลมผ่านเข้า – ออกได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเปิดประตูบานใหญ่ และมีมุ้งลวดสแตนเลส ช่วยป้องกันแมลงและฝุ่นละอองไม่ให้เข้าสู่ภายในบ้าน

 

อีกฝั่งเป็นห้องนอนชั้นล่าง อยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ก็สามารถใช้งานได้สะดวก วัสดุพื้นติดตั้งมาให้เป็น Absorption Floor ช่วยถนอมข้อต่อ ลดแรงกระแทกเวลาใช้งานได้ แต่หากในบ้านไม่มีผู้สงอายุ ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานส่วนตัวได้เหมือนในบ้านตัวอย่างเลย

Image 1/7
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำ ภายในห้องนอนชั้นล่าง

พื้นที่ใช้งานห้องน้ำ ภายในห้องนอนชั้นล่าง

พื้นทางเข้าห้องน้ำ ไม่มีการลดระดับ แต่มีการติดตั้งรางระบายน้ำไว้ให้แทน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก้ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานรถเข็น ให้ใช้ได้สะดวก ช่วยป้องกันอุบัติเหตุเวลาเข้า – ออก พื้นที่ใช้งานภายในเป็นหน้ากว้าง เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับอ่างล้างมือ

ตรงกลางเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ติดตั้งมาพร้อมสายฉีดชำระ และที่เก็บกระดาษทิชชู่จาก KOHLER ด้านในเป็นส่วนอาบน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร ฝักบัวได้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower ด้านข้างได้ที่นั่งแบบก่อสำเร็จมาด้วย สำหรับผู้สูงอายุก็นั่งอาบได้สะดวก

หน้าห้องน้ำยังติดตั้ง Presence Sensor มาให้ ตรวจจับการมีอยู่ของมนุษย์ และตรวจจับการล้ม แจ้งเตือนเวลาเกิดอุบัติเหตุได้

Image 1/4
พื้นที่ใช้งานบริเวณโถงบันไดขึ้นชั้น 2

พื้นที่ใช้งานบริเวณโถงบันไดขึ้นชั้น 2

บันไดขึ้นชั้น 2 อยู่ติดกับประตูทางเข้า โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วย SPC ลายไม้ ความหนา 4 มิลลิเมตร ราวกันตกเป็นซี่เหล็กโปร่งดัดลาย มือจับเป็นไม้ ด้านล่างมีห้องเก็บของใต้บันได โดยความกว้างบันไดได้ประมาณ 1 เมตร ลูกนอนกว้าง 25 เซนติเมตร ลูกตั้งสูง 19 เซนติเมตร ใช้งานได้ตามมาตรฐาน

 

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานโถงทางเดินบนชั้น 2

พื้นที่ใช้งานโถงทางเดินบนชั้น 2

ชั้น 2 ขึ้นมาจะเจอกับโถงทางเดินค่อนข้างกว้าง ด้านข้างเป็น Family Area ขนาดใหญ่ กั้นด้วยราวกันตก วัสดุปูพื้นเป็น SPC สี Espresso ลายก้างปลา หนา 4 มิลลิเมตร ดูสวยงาม เรียบหรู เข้ากับสไตล์ของบ้าน

โดยตรงโถงยังมีอุปกรณ์ Smart Home ติดตั้งมาให้ คือ กล้อง CCTV แบบ Fix มุม 1 จุด , Presence Sensor , Control Pad แสดงสถานะการใช้งานแบบเรียลไทม์ของระบบ Flow&Fine และพัดลมดูดอากาศออก ซึ่งชั้นนี้จะติดตั้งมาให้ 3 จุด (ในห้องนอนรองและ Master Bedroom อีก 2 จุด)

 

Family Area จัดเป็นพื้นที่พักผ่อนอีกจุดบนชั้น 2 ความกว้างได้มาประมาณ 2.80×3.49 เมตร หากใครอยากได้ความเป็นสัดส่วนเพิ่ม ก็สามารถกั้นผนัง หรือติดประตูบานเลื่อนกระจกเพิ่มได้ เพราะโครงสร้างของบ้านเป็นก่ออิฐมวลเบา รองรับการทุบต่อเติม

ชั้น 2 ในแบบบ้าน Vittoria (วิตตอเรีย) ประกอบด้วย Master Bedroom และห้องนอนรอง 2 ห้อง ซึ่งเราจะพามาดูห้องที่ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่า แปลนห้องเป็นหน้ากว้าง แบ่งเป็นพื้นที่วางเตียงนอน และ Walk – in Closet ส่วนตัวได้แบบสบายๆ

พื้นที่แต่งตัวอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำ มีหน้าต่างมาให้ 2 จุด ใช้เปิดรับแสงและระบายอากาศได้ดี จากในบ้านตัวอย่าง สามารถ Built – in ตู่เสื้อผ้าได้เป็นรูปตัว L วางตู้พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบ ใช้งานสะดวก

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2

พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2

ห้องน้ำแยกใช้งานในตัว ภายในมีอุปกรณ์ติดตั้งมาให้ครบ ทั้งอ่างอาบน้ำแบบฝังเคาน์เตอร์ , โถสุขภัณฑ์ , สายฉีดชำระ และที่เก็บกระดาษทิชชู่จาก KOHLER ส่วนอาบน้ำเป็นแบบเข้ามุม ได้ขนาด 0.90×0.90 เมตร ติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเองได้ ฝักบัวได้มาทั้ง Hand Shower และ Rain Shower มีท่อรองรับระบบน้ำร้อน – น้ำเย็น

ห้องนอนรองอีกห้องได้ขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังถือว่าได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สามารถวางเตียงนอน 5 – 6 ฟุต จัดมุมด้านข้างเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ ภายในมีห้องน้ำแยกใช้งาน ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัว ไม่ต้องเดินออกไปข้างนอก

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2

พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2

ห้องน้ำได้มาแบบหน้ากว้าง ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบชุด จาก KOHLER ส่วนอาบน้ำขนาด 1.10×1.45 เมตร ฝักบัวได้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เช่นกัน ด้านข้างเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง ใช้เปิดรับแสงและระบายความชื้นได้ดี

Master Bedroom ได้ขนาดใหญ่สุดในบ้าน ส่วนพักผ่อนวางเตียงได้ขนาด 5 – 6 ฟุต ตรงกลางจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวได้ อีกฝั่งเป็น Walk – in Closet อยู่ติดกับห้องน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาแต่งตัวได้เลย

ห้อง Master Bedroom จะได้ระเบียงส่วนตัวมาด้วย ออกมายืนใช้งานได้ ราวกันตกเป็นซี่เหล็กโปร่งดัดลาย ได้กลิ่นอายแบบคลาสสิค พื้นที่ใช้งานได้กว้างประมาณ 1.02×2.76 เมตร ถือว่ากว้างขวางทีเดียวค่ะ

Walk – in Closet เป็นแบบตอนลึก Built – in ตู้แล้ว เหลือพื้นที่ใช้งานกว้างประมาณ 1 เมตร ถ้าใครไม่อยากรู้สึกเกะกะ ก็แนะนำให้ใช้ตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนนะคะ

Image 1/6
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำ ภายใน Master Bedroom

พื้นที่ใช้งานห้องน้ำ ภายใน Master Bedroom

ห้องน้ำได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สมกับเป็นห้องน้ำใน Master Bedroom พื้นไม่ได้มีการลดระดับ รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุในอนาคตได้ โดยประตูจะเปิดเข้าตรงกลาง มีอ่างล้างมือแบบฝังเคาน์เตอร์ ติดตั้งมาพร้อมก็อกน้ำจาก KOHLER

โถสุขภัณฑ์อยู่ด้านข้างเป็นแบบอัตโนมัติ จากยี่ห้อ COTTO อีกฝั่งเป็นส่วนอาบน้ำ แบ่งเป็นโซน Shower และอ่างอาบน้ำ ได้พื้นที่ยืนอาบกว้างประมาณ 1.00×1.87 เมตร มีฝักบัวติดตั้งมาให้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower จุดเด่นคือห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย จาก KOHLER เช่นกัน

 


Eterna (อีเทอร์น่า) บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม.

Eterna (อีเทอร์น่า) เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่สุดของโครงการ ได้ที่ดินเริ่มต้น 107.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม. ฟังก์ชันรองรับได้สูงสุดถึง 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน ในราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท*

 

แปลนของแบบบ้าน Eterna (อีเทอร์น่า) จะจัดวาง Layout คล้ายกับ Vittoria (วิตตอเรีย) แต่ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า ที่จอดรถได้เป็น 4 คัน และห้องนอนจัดได้สูงสุด 5 ห้อง ได้เนื้อที่ดินเยอะ เริ่มต้น 107.2 ตร.วา ชั้น 1 แยกฟังก์ชันเป็นส่วนนั่งเล่น ,  ห้องนอนชั้นล่าง ตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อ Pantry และห้องครัว ชั้น 2 ได้ Master Bedroom ขนาดใหญ่ มีห้องนอนรอง 3 ห้อง จัดเป็นมุม Walk – in Closet พร้อมห้องน้ำในตัวได้

Image 1/12
พื้นที่ใช้งานรอบบ้านตัวอย่าง Eterna (อีเทอร์น่า)

พื้นที่ใช้งานรอบบ้านตัวอย่าง Eterna (อีเทอร์น่า)

รูปแบบบ้านนี้ได้ฟังก์ชันที่จอดรถสูงสุด 4 คัน พื้นที่จอดกว้างประมาณ 10.30 เมตร และมีทางลาดมาให้ด้วย สะดวกกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้งานรถเข็น รอบข้างได้เนื้อที่ค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นบ้านเดี่ยว 100 ตร.วา เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านที่ดินใหญ่ รองรับการขยับขยายต่อเติมได้

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นภายในบ้านตัวอย่าง

พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นภายในบ้านตัวอย่าง

การจัดแปลนของรูปแบบบ้านนี้จะคล้ายกับรูปแบบบ้านไซส์กลาง แต่ได้พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ชั้น 1 เข้ามาจะเจอกับ Foyer ที่เป็น Double Volume มีส่วนนั่งเล่นและโถงบันไดอยู่ด้านข้าง ตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อห้องนอนและส่วน Service ของบ้าน

Image 1/7
พื้นที่ใช้งานส่วนรับประทานอาหารและ Pantry ภายในบ้านตัวอย่าง

พื้นที่ใช้งานส่วนรับประทานอาหารและ Pantry ภายในบ้านตัวอย่าง

พื้นที่รับประทานอาหารจัดเป็น Common Area ขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ๆ ครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันได้ พื้นที่ใช้งานวางโต๊ะยาวได้ 8 – 10 ที่นั่ง มาพร้อมมุม Pantry ด้านข้าง ใช้เป็นโซนเครื่องดื่ม หรือเตรียมอาหารเช้าแบบเบาๆได้

 

ห้องน้ำเป็น Powder Room อยู่ติดกับ Pantry และประตูทางเข้ารอง ทั้งเจ้าของบ้านและแขกเดินมาใช้งานได้ง่าย ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบชุดจาก KOHLER พร้อมมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 1 จุด ใช้เปิดระบายกลิ่นและความชื้นได้ดี

Image 1/3
พื้นที่ใช้งานห้องครัวภายในบ้านตัวอย่าง

พื้นที่ใช้งานห้องครัวภายในบ้านตัวอย่าง

ห้องครัวได้พื้นที่ใช้งานค่อนข้างใหญ่ สามารถ Built – in เป็นเคาน์เตอร์ครัวได้เต็มทั้งสองฝั่ง เหมาะกับบ้านที่เน้นทำอาหารทานเองทุกวัน ก็ใช้งานได้สะดวกเลย

ห้องนอนชั้นล่างจัดเป็นมุมวางเตียง , ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบ อีกฝั่งเชื่อมต่อกับห้องน้ำ เดินเชื่อมต่อใช้งานง่าย ไม่ต้องออกไปด้านนอก วัสดุพื้นเป็น Absorption Floor เหมือนกันทุกแบบบ้าน

Image 1/7
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้นล่าง

พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้นล่าง

ห้องนอนชั้นล่างได้ห้องน้ำในตัวทุกหลัง ใช้งานสะดวก บริเวณพื้นไม่มีการลดระดับ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบชุดจาก KOHLER

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานโถงบันไดขึ้นชั้น 2

พื้นที่ใช้งานโถงบันไดขึ้นชั้น 2

บันไดขึ้นชั้น 2 อยู่ติดกับประตูทางเข้า ความกว้างได้มาประมาณ 1 เมตร ลูกนอนกว้าง 25 เซนติเมตร ลูกตั้งสูง 19 เซนติเมตร โถงทางเดินชั้นบนเชื่อมต่อกับชั้น 1 ด้วย Double Volume ฝ้าเพดานชั้น 1 – 2 ยังได้มาถึง 2.80 เมตร ดูโปร่งโล่ง

Image 1/3
พื้นที่ใช้งาน Family Area บนชั้น 2

พื้นที่ใช้งาน Family Area บนชั้น 2

ชั้น 2 ได้เป็น Family Area อีกจุดของบ้าน วางโซฟา 4 – 5 ที่นั่งได้สบายๆ จะจัดเป็นส่วนนั่งเล่น , ดูทีวี , อ่านหนังสือ หรือกั้นเพิ่มเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้

ห้องนอนรองห้องนี้ได้พื้นที่ใช้สอยมาค่อนข้างใหญ่ โดยเฉพาะ Walk – in Closet เหมาะกับคนที่มีของเยอะ อยากได้มุมแต่งตัวเป็นสัดส่วน

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2

พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2

ห้องน้ำเป็นแบบหน้ากว้าง ตรงกลางเป็นตำแหน่งของอ่างล้างมือ มีเคาน์เตอร์ยาวเชื่อมต่อกับ Low Wall ใช้วางของได้เยอะ ด้านข้างเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำได้ ได้พื้นที่ยืนอาบขนาด 0.90×1.64 เมตร ฝักบัวได้ทั้ง Hans Shower และ Rain Shower จากยี่ห้อ KOHLER

สำหรับครอบครัวที่ไม่ได้มีสมาชิกในบ้านหลายคน ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นได้ อย่างในบ้านตัวอย่าง ก็จัดเป็นห้องทำงานส่วนตัว มีห้องน้ำแยกใช้งาน ไม่ต้องลุกเดินออกไปข้างนอก ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัว

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำชั้น 2

พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำชั้น 2

ห้องน้ำในห้องนอนรองได้ Layout มาคล้ายกัน ส่วนอาบน้ำได้ขนาด 0.94×1.53 เมตร ติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้ครบชุดจาก KOHLER

Image 1/3
พื้นที่ใช้งานภายในห้องนอนรอง

พื้นที่ใช้งานภายในห้องนอนรอง

บรรยากาศภายในห้องนอนรองอีกห้อง แยกพื้นที่พักผ่อนและแต่งตัวเป็นสัดส่วน เดินใช้งานได้สะดวก มีพื้นที่ให้วางเตียงนอนและโต๊ะทำงานด้านข้างได้ ปลายเตียงเหลือพื้นที่ให้เดินกว้างประมาณ 0.90 เมตร

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำชั้น 2

พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำชั้น 2

ห้องน้ำอยู่ติดกับส่วนแต่งตัว ได้สุขภัณฑ์ครบชุดจาก KOHLER เช่นกัน ส่วนอาบน้ำได้พื้นที่ขนาด 0.91×1.50 เมตร

Image 1/6
พื้นที่ใช้งานภายในห้อง Master Bedroom

พื้นที่ใช้งานภายในห้อง Master Bedroom

Master Bedroom เป็นแบบหน้ากว้าง ได้ Layout เหมือนกับแบบบ้านไซส์กลาง แต่ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่า โดยเฉพาะ Walk – in Closet ที่สามารถ Built – in ตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของได้ทั้งสองฝั่ง มีระเบียงในห้อง ออกไปใช้งานได้

Image 1/7
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ Master Bedroom

พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ Master Bedroom

ห้องน้ำ Master Bedroom ได้อ่างล้างมือแบบ His&Her ใช้งานพร้อมกันได้ ด้านข้างเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติจาก COTTO และส่วนอาบน้ำแบบเข้ามุม ขนาด 1.13×1.07 เมตร อีกฝั่งวางอ่างอาบน้ำไซส์ 0.60×1.60 เมตร ใช้นอนแช่ผ่อนคลายได้

 


Arden (อาร์เดน) บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.

 

Arden (อาร์เดน) เป็นแบบบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการ ได้พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 87 ตร.วา ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท* เหมาะกับคนที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ ได้ที่ดินเยอะ ใกล้สนามบินและตัวเมืองเชียงใหม่ ฟังก์ชันของบ้านได้ 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน มีห้องนอนชั้นล่างไว้รองรับผู้สูงอายุได้ มาพร้อมห้องน้ำในตัว

โดยแบบบ้านจะเป็นหน้ากว้าง แยกพื้นที่พักผ่อนและ Service ของบ้านได้เป็นสัดส่วน แต่ยังเดินเชื่อมต่อใช้งานกันง่าย มี Pantry และครัวปิดขนาดใหญ่ เหมาะกับบ้านที่ทำอาหารแบบจริงจัง ด้านข้างเป็นห้องแม่บ้านและโซนซักล้างในร่ม ใช้งานได้สะดวก ชั้น 2 ได้ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง ประกอบด้วย Master Bedroom มีระเบียงส่วนตัว ห้องนอนรอง 2 ห้อง และ Family Area ตรงกลาง ใช้เป็นมุมนั่งเล่นด้านบน หรือจะกั้นห้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเอง ก็สามารถทำได้สบายๆ

Image 1/20
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง Arden (อาร์เดน)

บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง Arden (อาร์เดน)

ราคา

Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • Arden (อาร์เดน) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 87 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 20 ล้านบาท*
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 95,483 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 4,350 บาทต่อเดือน
  • Vittoria (วิตตอเรีย) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 98.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 25 ล้านบาท*
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 119,353 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 4,910 บาทต่อเดือน
  • Eterna (อีเทอร์น่า) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 107.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 30 ล้านบาท*
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 143,224 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 5,360 บาทต่อเดือน
  • จอง 200,000 บาท และทำสัญญา 300,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ 

 

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรูที่เป็น Rare Item บนถนนมหิดล ตั้งอยู่ในย่านที่ดินที่มีราคาสูง เพราะใกล้สนามบินและห้าง Central Airport แบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือบ้านมือสองในซอยลึก การมีโครงการบ้านใหม่ติดถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อได้ทั้งวงแหวนและซูเปอร์ไฮเวย์จึงหาได้ยาก ทำเลนี้เหมาะกับคนที่ชอบความสะดวกในการเดินทาง นอกจากเชื่อมต่อถนนหลักได้หลายสาย เข้า – ออกเมืองเชียงใหม่ง่าย ยังอยู่ใกล้สนามบิน ขับรถจากโครงการใช้เวลาแค่ 10 – 15 นาที ตอบโจทย์คนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือทำงานในสนามบิน

ทั้งยังอยู่ติดกับ Community Mall แบบเดินถึงได้ ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ไม่ต้องขับรถออกไปข้างนอก ใกล้โรงพยาบาล และใกล้โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ถึง 3 แห่ง เหมาะกับผู้ปกครองที่มองหาบ้านใกล้โรงเรียนให้กับลูกๆ หรือครอบครัวใหญ่ที่อยากได้บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอยเยอะ มีที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไปให้เลือก

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :

การเข้า – ออกโครงการต้องผ่านประตู Double Gate มีไม้กั้นกระดกอัตโนมัติและรั้วรางเลื่อนเหล็กไฟฟ้า 2 ตอน ที่ควบคุมด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยในการเข้า – ออกได้ดี พร้อมมีเจ้าหน้าที่และกล้อง CCTV คอยบันทึกภาพ 24 ชั่วโมง รอบๆโครงการเป็นรั้วทึบสูง 3 เมตรและรั้วเหล็กแหลมต่อเพิ่มอีก 0.60 เมตร

ภายในบ้านติดตั้งระบบ Home Automation จาก Aqara มีกล้อง CCTV 4 จุด , Door and Window Sensor ที่ประตูหน้าต่างชั้น 1 ทุกบาน และมี Smart Door Lock ใช้งานได้ 5 ระบบจาก TOSTEM มี Smoke&Heat Detector อุปกรณ์ตรวจจับควันอัจฉริยะ ติดตั้งในครัว และห้อง Master Bedroom และ Presence Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว ป้องกันการหกล้มที่โถงบันได และห้องนอนผู้สูงอายุได้ โดยเราสามารถตรวจเช็คการแจ้งเตือนผ่านแอพในมือถือได้ด้วยนะคะ

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :

การออกแบบโครงการมาในสไตล์ Neo Classic เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์แบบ Timeless เน้นความเรียบหรู โครงการได้ความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 29 ยูนิต แต่ละซอยจึงได้เพื่อนบ้านน้อยเพียง 2 – 4 หลังต่อซอย ได้บรรยากาศแปลงมุมทุกหลัง หน้าบ้านส่วนใหญ่หันขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง ทำให้หน้าบ้านไม่ร้อน ถนนซอยเป็นซอยตัน ช่วยคัดกรองคนในการเข้า – ออกได้ดี พื้นที่ส่วนกลางจะแบ่งเป็น 2 จุด คือ สวนอเนกประสงค์ และ Pet Zone ด้านหน้า ติดกับซุ้มประตูทางเข้า และอาคาร Clubhouse 2 ชั้น จัดฟังก์ชันมาให้ครบครันตามมาตรฐาน

รูปแบบบ้านภายในโครงการมีให้เลือก 3 แบบ ได้พื้นที่ใช้สอย 252 – 383 ตร.ม. ฟังก์ชันเริ่มต้น 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ มาพร้อมห้องแม่บ้านทุกหลัง มีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุได้ มีครัวปิดขนาดใหญ่ และ Pantry ทุกห้องนอนได้ห้องน้ำในตัวทุกห้อง พร้อมมุม Walk – in Closet เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคน หรือชอบบ้านที่ได้ฟังก์ชันเยอะ ในราคา 20 – 30 ล้านบาท ที่ดินรอบบ้านได้มาไซส์ใหญ่ บ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้น ได้ที่ดิน 87 ตร.วา แปลนบ้านได้หน้ากว้างทุกหลัง ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง Type กลางและ Type ใหญ่ได้ Double Volume สูง 5.8 เมตร

วัสดุ :

แนวคิดของโครงการชูจุดเด่น “Urban Green Living” เน้นการสร้างบ้านที่ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ รวมถึงใส่ใจปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบอากาศ ระบบน้ำ และการใช้พลังงานในบ้าน ทำให้โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกในเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว (EDGE) อีกทั้งยังมีการใส่เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น

พื้นที่จอดรถและลานซักล้างลงเข็มมาให้ ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และรองรับการต่อเติมได้ในอนาคต โดยจุดเด่นอยู่ที่ระบบ Smart Home , ระบบกรองอากาศและระบบรักษาความปลอดภัยที่แถมมาให้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในแบรนด์เจ้าถิ่นเท่าไรนะคะ อีกทั้งยังมีจุดรองรับ EV Charger และ Solar Cell ขนาด 3.3 KW. ติดตั้งมาให้ด้วย วัสดุในบ้านจัดมาให้เหมาะสมกับการใช้งาน ชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนขนาด 60×120 เซนติเมตร ห้องนอนชั้นล่างเป็น Absorption Floor ช่วยลดแรงกระแทกและถนอมข้อต่อเวลาใช้งานได้ดี ส่วน Pantry , ครัวไทย และลานซักล้างมีเคาน์เตอร์ Built – in มาให้พร้อมใช้งาน

ชั้น 2 พื้นปูด้วย SPC ก้างปลาลายไม้ ซึ่งจะทนต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดีกว่าลามิเนตทั่วไป ในห้องน้ำบ้านไซส์กลางและใหญ่ ได้อ่างอาบน้ำใน Master Bedroom มีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ 1 ห้อง พร้อมเดินท่อระบบน้ำร้อน – น้ำเย็นมาให้ เหมาะกับคนที่เน้นความสะดวก ไม่อยากเสียเงินและเวลา ซื้อของมาติดตั้งเพิ่ม

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :

พื้นที่สีเขียวภายในโครงการมีให้เลือกใช้งานได้ 2 จุด แบ่งเป็นโซนอเนกประสงค์ด้านหน้าติดกับซุ้มประตูทางเข้า และรอบๆ อาคาร Clubhouse ส่วนตัวเรามองว่าโครงการนี้เป็นโครงการขนาดเล็ก จึงไม่ได้เน้นพื้นที่สวนหย่อมขนาดใหญ่ แต่เป็นการตกแต่งเพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้กับโครงการ จุดเด่นคือระบบสายไฟที่จะมีเสาและสายไฟพาดผ่านเฉพาะถนนหลัก ส่วนหน้าบ้านจะเป็นการร้อยท่อลงดิน ทำให้ไม่มีสิ่งเกะกะ รบกวนสายตา

สาธารณูปโภค :

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วยอาคาร Clubhouse 2 ชั้น และสวนบริเวณด้านหน้าติดกับซุ้มประตูทางเข้า สำหรับฟังก์ชันเรามองว่าจัดมาให้ครบครันเหมาะกับโครงการขนาดเล็กที่มียูนิตน้อย แชร์กับเพื่อนบ้าน 29 หลังได้แบบสบายๆ และค่าส่วนกลางที่ตกเพียงเดือนละ 50 บาท/ตร.วา ก็ถือว่าไม่เยอะ สำหรับโครงการที่ยูนิตนิตน้อยแบบนี้นะคะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 20 – 30 ล้านบาท, 24 มีนาคม 2569

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8.5/10 ติด Community Mall ใกล้สนามบินเชียงใหม่
ความปลอดภัย 8/10 รั้ว Double Gate มี CCTV ในบ้าน Door&Window Sensor
การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 บ้านเดี่ยวยูนิตน้อย ฟังก์ชันเยอะ มีที่ดิน 100 ตร.วา ให้เลือก
วัสดุ 9/10 จัดเต็มระบบ Home Automation ได้ระบบฟอกอากาศและ Solar Cell ทุกหลัง
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.75/10 พื้นที่สีเขียวเนื้อที่ 300 ตร.ม. หน้าบ้านได้สายไฟลงดินทุกหลัง
สาธารณูปโภค 7.75/10  อาคาร Clubhouse 2 ชั้น ฟังก์ชันครบตามมาตรฐาน
รวมคะแนน 8.25 จาก 10 คะแนน

Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ดีไหม?

โครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ ที่ดินเยอะ ทำเลใกล้สนามบิน และโรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่งที่สำคัญคือชอบที่มี Community Mall อยู่ใกล้ในระยะเดินได้ ซึ่งจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของโครงการนี้เลยก็คือ การเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกับการอยู่อาศัย ทั้งอากาศ อุณหภูมิและการใช้พลังงานในบ้าน จัดเต็มระบบ Home Automation มาให้ ถือเป็นมาตรฐานจากเจ้าถิ่นที่โดดเด่นสุดในย่านเลย

ตัวอย่างโครงการ บ้านเดี่ยวในโซนเมืองเชียงใหม่

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่