
ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ ไทยยังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง สินเชื่อเข้มงวด และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ เอพี ไทยแลนด์ (AP) กลับเลือกเดินเกมรุกด้วยการประกาศเปิด 12 โครงการใหม่ในไตรมาส 2 มูลค่ารวมกว่า 17,150 ล้านบาท ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ทาวน์โฮมราคาเริ่ม 1.79 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านเดี่ยวระดับ 25 ล้านบาท
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไม AP ถึงเลือกเปิดหนักในช่วงเวลานี้ และมันบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับสภาพตลาดที่แท้จริง?
อ่านเกมจากโครงสร้างของ 12 โครงการ
เมื่อดูรายละเอียดของ 12 โครงการที่จะเปิดใน Q2 จะพบว่า AP ไม่ได้กระจายงบลงทุนแบบสุ่ม แต่มีการจัดลำดับความสำคัญที่ชัดเจน โดยน้ำหนักหลักกว่า 44% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดอยู่ที่ บ้านแฝดและทาวน์โฮม (7,550 ล้านบาท) ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีดีมานด์จริงจากกลุ่มครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้ ตามมาด้วยคอนโดมิเนียม 1 โครงการมูลค่า 4,500 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 3 โครงการมูลค่า 3,500 ล้านบาท
สัดส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่า AP กำลังเดิมพันกับกลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการจริง (Real Demand) มากกว่ากลุ่มนักลงทุนหรือผู้ซื้อเพื่อเก็งกำไร ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสภาพตลาดปัจจุบันที่กลุ่มหลังยังคงระมัดระวัง
ไฮไลท์ที่บอกทิศทางของตลาด
ไฮไลท์แรกที่น่าสนใจคือการเปิดตัว “Nature Architect Series” โมเดลบ้านเดี่ยวในเมืองแบบใหม่ ผ่านแบรนด์ THE CITY และ CENTRO ใน 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ สุขสวัสดิ์-พระราม 3 (เริ่ม 15 ล้านบาท), เสรีไทย-วงแหวน (เริ่ม 14.9 ล้านบาท) และสุขุมวิท-บางนา (เริ่ม 11.9 ล้านบาท) โดยจุดขายหลักคือการออกแบบที่นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ทั้งแสง ลม และพื้นที่สีเขียว ซึ่งสะท้อนเทรนด์ที่ผู้ซื้อบ้านระดับบนให้ความสำคัญกับ Well-being และคุณภาพชีวิตมากขึ้นอย่างชัดเจน
ไฮไลท์ที่สองคือการขยายสู่ ต่างจังหวัด 2 ทำเลใหม่ ด้วยแบรนด์ “อภิทาวน์” ใน หัวหิน และ สระบุรี ราคาเริ่ม 3.79 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากว่า AP มองเห็นดีมานด์ที่แท้จริงในตลาดต่างจังหวัดมากพอที่จะลงทุน โดยเฉพาะหัวหินที่มีทั้งกลุ่มคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการบ้านพักตากอากาศ และกลุ่มที่ต้องการย้ายออกจากเมืองหลวง ส่วนสระบุรีมีฐานเศรษฐกิจจากภาคอุตสาหกรรมและการเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ที่แข็งแกร่ง
การที่ AP เลือกเปิดหนักใน Q2 มีนัยสำคัญหลายประการสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้าน
ในแง่บวก ช่วงเปิดตัวโครงการใหม่มักมาพร้อมกับราคาและโปรโมชันที่ดีที่สุด เพราะผู้พัฒนาต้องการสร้างยอดขายในช่วงแรก และการที่ AP เลือกเปิดหลายโครงการพร้อมกันหมายความว่าผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้นและมีอำนาจต่อรองสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี มีสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเช่นกัน เมื่อหลายค่ายต่างเปิดโครงการใหม่พร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ซัพพลายในตลาดย่อมเพิ่มขึ้น ซึ่งในระยะสั้นอาจทำให้ผู้ซื้อที่รอดูสถานการณ์ได้เห็นข้อเสนอที่ดีกว่าในช่วงปลายปี นอกจากนี้ สำหรับทำเลต่างจังหวัดอย่างหัวหินและสระบุรี ควรศึกษาซัพพลายในพื้นที่ให้ดีก่อน เพราะหลายค่ายกำลังเข้าไปพัฒนาในทำเลเหล่านี้พร้อมกัน
โดยสรุป การเดินเกมรุกของ AP ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอสังหาฯ ไทยยังมีดีมานด์ที่แท้จริงรออยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่จริง แต่สำหรับผู้ซื้อ การมีตัวเลือกมากขึ้นในตลาดคือโอกาสที่ดีในการเปรียบเทียบและต่อรอง มากกว่าการรีบตัดสินใจเพราะกลัวพลาดโอกาส