
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก คำถามที่นักลงทุนและคนหาบ้านมักสงสัยคือ “ตลาดอสังหาฯ ไทย ยังไปต่อได้ไหม?”
คำตอบอาจอยู่ที่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ SC Asset ที่ประกาศจับมือแน่นกับ Tokyo Tatemono บิ๊กอสังหาฯ เก่าแก่และชั้นนำจากญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่การเซ็นสัญญาธรรมดา แต่คือการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนร่วมกันใน 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท
ทำไมดีลนี้ถึงสำคัญ? และมันส่งสัญญาณอะไรถึงคนไทยที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่?
1. สัญญาณความเชื่อมั่น จากมาตรฐาน “ญี่ปุ่น”
เราทราบกันดีว่า นักลงทุนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความละเอียด รอบคอบ และให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” เป็นที่หนึ่ง
การที่ Tokyo Tatemono ตัดสินใจขยายพอร์ตการลงทุนกับ SC Asset อย่างต่อเนื่อง จนมูลค่ารวมทะลุ 34,000 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็น 2 เรื่องใหญ่:
ศักยภาพระยะยาวของกรุงเทพฯ: ต่างชาติยังมองเห็นดีมานด์ในตลาดลักชัวรี่ และโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่ยังเติบโต
Trust in Partner: SC Asset สอบผ่านมาตรฐานสุดหินของญี่ปุ่น ทั้งในแง่คุณภาพการก่อสร้าง วิสัยทัศน์ และความโปร่งใส
คุณฟุมิโอะ ทะจิมะ ผู้บริหารจาก Tokyo Tatemono ย้ำชัดว่า ที่เลือก SC Asset เพราะมองเห็นวิสัยทัศน์ที่ตรงกันคือ “เน้นสร้างคุณค่าระยะยาว มากกว่าแค่เร่งโตเชิงปริมาณ” ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ
2. เปิดหน้าเสื่อ 2 โครงการระดับ Masterpiece
การร่วมทุนครั้งนี้ ไม่ใช่การทำโครงการทั่วไป แต่เป็นการปักธงในทำเล CBD (Central Business District) ที่หาที่ดินได้ยากยิ่ง
STILL Sukhumvit 20 (มูลค่า 6,000 ล้านบาท): โครงการนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี และสร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายพรีเซลทะลุ 60% ไปแล้ว
- จุดเด่นคือทำเล “อโศก-พร้อมพงษ์” ใกล้ M District ซึ่งเป็นทำเลทองที่แทบไม่มีซัพพลายใหม่ ใครที่มองหาคอนโดใจกลางเมืองที่มีกลิ่นอายความเป็นส่วนตัวและดีไซน์ประณีต นี่คือตัวเลือกที่น่าจับตามอง
Ultra Luxury Project (เปิดตัวปลายปี 2569):
ไฮไลต์สำคัญที่ต้องรอติดตาม คือโครงการใหม่มูลค่ามหาศาล บนถนนสายหลักใจกลาง CBD ที่เตรียมเปิดตัวปลายปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็น Flagship ที่ยกระดับมาตรฐานคอนโดมิเนียมไทยไปอีกขั้น
3. Synergy ที่มากกว่าเงินทุน
คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ซีอีโอของ SC Asset มองว่าความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่คือการ “แลกเปลี่ยนองค์ความรู้” (Know-how)
ลองจินตนาการถึงงานดีไซน์และฟังก์ชันที่ใส่ใจรายละเอียดแบบญี่ปุ่น (Tokyo Tatemono) ผสมผสานกับความเข้าใจพฤติกรรมคนไทยอย่างลึกซึ้ง (SC Asset)
ผลลัพธ์ที่ได้ คือที่อยู่อาศัยที่ไม่ได้มีแค่ความหรูหรา แต่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงและยั่งยืน
บทสรุป
การผนึกกำลังครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่า “ของจริง” ในตลาดอสังหาฯ ยังเป็นที่ต้องการเสมอ
สำหรับผู้บริโภค การซื้อคอนโดมิเนียมภายใต้การร่วมทุนนี้ เปรียบเสมือนได้รับการการันตีคุณภาพแบบ Double Validation จากทั้งเบอร์ต้นของไทยและยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น
ในวันที่โลกผันผวน การเลือกสินทรัพย์ที่มี Back up แข็งแกร่ง และอยู่ในทำเล Prime Area ที่มูลค่ามีแต่จะเพิ่มขึ้น อาจเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด… ไม่ว่าจะเพื่อการอยู่อาศัย หรือเพื่อส่งต่อเป็นมรดกในอนาคต
Reference: ข้อมูลการร่วมทุนระหว่าง SC Asset และ Tokyo Tatemono Thailand
