จากเดิมที่เรามองว่าทำเลรังสิต-ลำลูกกาในจังหวัดปทุมธานีเป็นย่านที่อยู่อาศัยรอบนอกกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการขยายตัวจากในเมือง จนเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับสีผังเมืองล่าสุด ซึ่งเป็นโซนที่ดินผืนใหญ่กว่า 761 ไร่ ของ CPN ทำให้ทาง CPN สามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้แล้วหลังรอคอยมานานหลายปี รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้า SRT สายสีแดงส่วนต่อขยาย, มอเตอร์เวย์ M5 และ Mega Project อย่าง MEGA และ IKAE รังสิตที่กำลังจะตามมา ทำให้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของรังสิต–ลำลูกกา และอนาคตปทุมธานีเลยค่ะ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ห้างใหม่ หรือ Mixed-Use ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น แต่การปรับสีผังเมืองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับทั้งทำเล เพราะพอมีห้างใหม่มาเปิด เป็น Node ความอุดมสมบูรณ์ใหม่ของทำเล ก็ดึงดูดความเจริญต่างๆเข้ามา มีคุณภาพชีวิตที่ดี อีกทั้งยังดันราคาที่ดินขยับสูงขึ้นและสามารถพัฒนารูปแบบที่อยู่อาศัยได้หลากหลายนั่นเอง
โดยบทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ผังเมืองมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทำเลยังไง ส่งผลอะไรบ้าง รวมถึงอนาคตของทำเลปทุมธานีในอีก 5–10 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนไปแบบไหน งั้นอ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ
CPN มีที่ดินย่านรังสิตมานาน แต่ “ทำไม่ได้”
เพราะติดปัญหาเรื่องสีผังเมือง?
รู้กันมั้ยคะว่าจริงๆแล้ว ทาง CPN มีที่ดินขนาดใหญ่ถึง 761 ไร่ อยู่บนทำเลรังสิตด้วยนะ ซึ่งเป็นที่ดินมีหน้ากว้างอยู่ติดถนนพหลโยธิน 1 กิโลเมตรเลย ปัจจุบันที่ดินส่วนนึงเป็นที่ตั้งของไทวัสดุ รังสิต โดยที่ดินนี้จะอยู่บริเวณใกล้ๆกับ ESC PARK RANGSIT และกองกษาปณ์นั่นเอง เอาจริงๆทาง CPN ได้ทยอยซื้อเก็บที่ดินมานานและเพิ่มมาเรื่อยๆจนมีที่ดินขนาดใหญ่ถึง 761 ไร่เลยค่ะ ถือว่าใหญ่กว่า Future City รังสิต ที่มีขนาด 600 ไร่อีกนะ
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นะ เป็นวิธีที่เหล่า Developer ใช้กันเป็นประจำ เพราะจะได้ต้นทุนที่ดินโครงการที่ไม่สูง อีกทั้งยังมีที่ดินเปล่าให้เลือกเยอะ จึงซื้อและรวบรวมเป็นผืนที่ดินขนาดใหญ่ เพื่อรอการปรับเปลี่ยนสีของผังเมืองรวมในอนาคตและรอจังหวะเพื่อพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ได้ อย่างทาง CPN ที่เคยมีแผนพัฒนาที่ดินผืนนี้เป็น Mixed-Use ขนาดใหญ่ มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Central M หรือ Central รังสิต นั่นเอง
ทุกคนก็คงมีคำถามต่อมาว่า “ผังเมืองรวมคืออะไร? ทำไม Central ต้องรอ”
“ผังเมืองรวม” เป็นการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อควบคุมการพัฒนาที่ดินให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ไม่กระทบหรือส่งผลเสียต่อบริเวณโดยรอบ ซึ่งจะใช้สีในการแบ่งโซนเพื่อบ่งบอกการใช้ประโยชน์ที่ดิน
อย่างโซนบ้านสำหรับพักผ่อนอยู่อาศัยกับโซนโรงงานที่มีเสียงดังหรือสารเคมีต่างๆ ก็ไม่ควรอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพราะจะเกิดผลกระทบในการอยู่อาศัยทั้งเสียงและกลิ่น รวมไปถึงเกิดอันตรายอย่างการระเบิดหรือเพลิงไหม้ได้อย่างเหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้วในปี 2564 นี่แหละคือเหตุผลที่การมี “ผังเมืองรวม” จะช่วยควบคุมการพัฒนาที่ดินให้ไม่เกิดผลกระทบต่อกันและกันนั่นเอง
แต่สีผังเมืองรวมที่บ่งบอกการใช้ประโยชน์ที่ดินก็สามารถปรับเปลี่ยนได้นะ เพราะทางเทศบาลจะมีการจัดทำ-ปรับปรุงผังเมืองรวมใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและรองรับการขยายตัวจากในตัวเมืองด้วย แต่ขั้นตอนในการศึกษาและเปลี่ยนผังสีนี่แหละที่อาจใช้เวลานานเป็น 10 ปีได้
ดังนั้นต่อให้มีความพร้อมทั้งเงินลงทุนและมีที่ดินรอพัฒนา แต่ถ้าสีผังเมืองไม่รองรับ โครงการขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไม Central ต้องรอ แต่เมื่อสีผังเมืองเปลี่ยนและสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับโครงการที่เหล่า Developer วางแผนไว้ ก็สามารถเริ่มเดินหน้าโครงการได้ทันทีนั่นเอง
ในที่สุด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ได้มีการประกาศบังคับใช้ “ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลงคลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2568” โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงบังคับผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง-คลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2552
มีการแก้ไขการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเปลี่ยน พื้นที่สีม่วงบางส่วน (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) กลายเป็น พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) ซึ่งเป็นบริเวณผืนที่ดิน 761 ไร่ของทาง CPN นั่นเอง ทำให้ทาง CPN ก็เริ่มเดินหน้าพัฒนาโครงการได้แล้วค่ะ แต่เราก็คงต้องลุ้นกันว่าจะออกแบบมาเป็นยังไง จะเป็นโครงการ Mixed-Use ที่มีทั้งห้าง คอนโด บ้านแนวราบ และโรงแรมด้วยหรือเปล่า
งั้นเรามาดูผังเมืองรวมเมืองท่าโขลงคลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี กันว่ามีความน่าสนใจยังไงบ้าง
ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง-คลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2552
“ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง-คลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2552” เป็นผังเมืองรวมที่ยังบังคับใช้ในปัจจุบัน ภาพรวมส่วนใหญ่จะเป็น พื้นที่สีเหลือง (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) แต่ก็มี พื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) และ พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) อยู่เหมือนกัน โดยจะเป็นโซนที่อยู่ใกล้ๆกับเส้นพหลโยธินหรือที่เราเรียกกันว่าถนนสายเหนือ ที่เป็นถนนเส้นยาวเชื่อมจากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จ.กรุงเทพฯ มุ่งสู่ภาคเหนือและอีสาน สิ้นสุดอยู่ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถือเป็นถนนที่สำคัญเส้นนึงของไทยเลยค่ะ
รวมถึงโซนนี้มี พื้นที่สีเขียวมะกอก (ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา) ได้แก่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศูนย์รังสิต, ม.กรุงเทพ และ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นอกจากนั้นยังมี พื้นที่สีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) ที่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ บริเวณนิคมอุตสาหกรรมนวนครอยู่ทางด้านบนตอนเหนือของ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ด้วย
ทำเลรังสิต-คลองหลวงนี้ถือเป็นย่านที่มีจำนวนคนใช้ชีวิตอยู่อาศัยในย่านนี้เยอะ จึงไม่แปลกเลยที่มีโซนบ้านอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น อีกทั้งเดินทางได้สะดวกสบาย ทำให้เราจะเห็นโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านแนวราบต่างๆ รวมไปถึงโครงการคอนโดมิเนียมด้วยค่ะ โดยเฉพาะบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยก็จะมี Campus Condo ให้เลือกเยอะมากๆ
ถึงแม้ “ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง-คลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี” จะบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2552 และไม่มีผังเมืองรวมฉบับใหม่ออกมา แต่มีการแก้ไขพื้นที่บางส่วนในปี 2565 ด้วยค่ะ โดยเป็นการปรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน บริเวณทิศเหนือ โซนด้านบนของ ม.ธรรมศาสตร์ “เปลี่ยนจากการใช้ประโยชน์ พื้นที่สีม่วงบางส่วน (ประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) กลายเป็น พื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง)“ ทำให้จากเดิมเป็นพื้นที่ของโรงงานและคลังสินค้า ก็เกิดโอกาสในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม รวมถึงมีคอนโดมิเนียมขนาดกลาง-ใหญ่ตามทำเลติดถนนใหญ่ ใกล้ชุมชนนั่นเอง
ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมล่าสุดจากกฎกระทรวงบังคับผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง-คลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2552 ก็คือ “ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลงคลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2568” เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เป็นการแก้ไขการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน “เปลี่ยนจากการใช้ประโยชน์ พื้นที่สีม่วงบางส่วน (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) กลายเป็น พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก)“ ซึ่ง Highlight ของการปรับเปลี่ยนผังเมืองรวมล่าสุดนี้ก็คือ ที่ดิน 761 ไร่ของทาง CPN ที่รอคอยมานานนั่นเอง อีกทั้งมีจุดขึ้นทางด่วนอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ส่วนด้านหลังโครงการจะเป็นสถานีรถไฟฟ้า SRT สายสีแดงที่จะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 นี้ด้วยค่ะ พอเกิดการปรับเปลี่ยนสีผังเมืองรวมนี้แล้ว ก็ทำให้เราคาดว่าน่าจะเห็นโครงการ Central M หรือ Central รังสิต ในเร็วๆนี้นั่นเอง
ผังเมืองเปลี่ยน = ชีวิตชาวรังสิตเปลี่ยน
เมื่อเกิดการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณที่ดินของ CPN บนทำเลรังสิตนี้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงบนทำเลเลยค่ะ เพราะจากเดิมย่านรังสิตถูกมองเป็นเพียงย่านที่อยู่อาศัยรอบนอกเมืองหรือพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานต่างๆเท่านั้น แต่หากมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เป็น Node ความอุดมสมบูรณ์ใหม่ของทำเล ก็จะส่งผลต่อราคาที่ดินที่สูงขึ้นและรูปแบบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ทำเลรังสิตเป็นอีกย่านน่าอยู่อาศัยเลยนั่นเอง งั้นเรามาดูกันว่าแค่การเปลี่ยนสีของผังเมืองตรงที่ดิน CPN นี้ จะส่งผลต่อชีวิตชาวรังสิตและชาวปทุมธานีต่อจากนี้ยังไงบ้าง?
- Node ใหม่ของชาวรังสิต-ลำลูกกา
เอาจริงๆ Node หลักที่คนย่านนี้มาช้อปปิ้ง-เดินเล่นกันประจำ ไม่ว่าจะอยู่ไกลขนาดไหน ก็ต้องขับมาที่บริเวณ Future City รังสิต ตรงทางแยกต่างระดับรังสิต ซึ่งปักหลักมานานกว่า 30 ปีแล้ว
เพราะด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจากหลากหลายภาคส่วนจึงมีบริการต่างๆมาให้ใช้งานได้ครบ ไม่ว่าจะเป็น รีเทลและเอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Future Park Rangsit, Central, Major Cineplex, HomePro, Index Living Mall), โรงแรมและเรสซิเดนซ์ (Novotel , Hop Inn,Rangsit Residence), ศูนย์บริการรถยนต์ (BMW , Honda , Toyota , Auto 1), บริการด้านสุขภาพ (โรงพยาบาลเปาโล รังสิต , โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ) และอาคารสำนักงาน (Rangsit Business Park) บนที่ดินขนาดใหญ่ถึง 600 ไร่ และเพิ่งมีการรีโนเวทปรับโฉมครั้งใหญ่ไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา มีร้านชื่อดังและร้านใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ทำให้บรรยากาศดูทันสมัย น่าเดินเล่นและมาใช้งานได้ครบจบในที่เดียวนั่นเอง
ซึ่งการมาถึงของห้างใหม่ขนาดใหญ่บนทำเลเดียวกันอย่าง Central M หรือ Central รังสิต ก็ยิ่งช่วยเสริมความคึกคักให้พื้นที่นี้มากขึ้น เพิ่มตัวเลือกในการใช้ชีวิต และดึงดูดผู้คนจากย่านใกล้เคียงเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง
- ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น
หลังมีการแก้ไขผังเมืองรวมเมืองท่าโขลงคลองหลวง-รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2568 บริเวณที่ดินของทาง CPN นี้ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คุณวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ก็ได้บอกว่าราคาที่ดินของย่านรังสิตอาจขยับสูงขึ้น จากปัจจุบันมีราคาที่ดินอยู่ที่ 100,000 บาทต่อตารางวา อาจเพิ่มขึ้นเป็น 200,000-300,000 บาทต่อตารางวาได้ เพราะว่ามีเคยมีกรณีก่อนหน้านี้อย่างการมาถึงของรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยาย หมอชิต-คูคต ก็ทำให้ราคาที่ดินโซนนี้ปัจจุบันขยับมาถึง 200,000-300,000 บาทต่อตารางวาแล้ว และกลายเป็นทำเลคึกคักที่มีทั้งโครงการบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมตามมาอีกเยอะเลย
- รูปแบบอสังหาฯเปลี่ยน มีให้เลือกตั้งแต่ระดับ Economy – Luxury Class
ปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ Economy – Main Class ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท เพราะต้องยอมรับว่าเป็นทำเลยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่หลายอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Future City รังสิต ที่เป็น Node หลัก แหล่งความอุดมสมบูรณ์ของชาวรังสิตมานาน 30 ปี เพราะไม่มีตัวเลือกห้างอื่นๆบนทำเล หรือในเรื่องการเดินทางที่เน้นรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ไม่มีรถไฟฟ้าตัดผ่านให้ใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้นั่นเอง
แต่หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกบนทำเลเพิ่มมากขึ้นอย่างการมาถึงของ Central M หรือ Central รังสิต ก็ทำให้มีตัวเลือกการใช้ชีวิตที่หลากหลาย สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ง่าย รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ส่วนต่อขยายและทางด่วน M5 ก็ช่วยผลักดันราคาที่ดินขยับสูงด้วยตัวทำเลที่อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้สบายมากขึ้นค่ะ
ทำให้หลังจากนี้เราจะเห็นโอกาสพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับ High-Luxury Class ราคา 10-30 ล้านบาทได้เลย เพราะอย่าลืมนะคะว่าจังหวัดปทุมธานีก็เป็นจังหวัดที่มีโรงงานเยอะไม่ต่างจากสมุทรปราการเหมือนกัน ทำให้มีกลุ่มกำลังซื้อสูงอย่างเจ้าของกิจการ เจ้าของโรงงานหรือระดับผู้บริหารระดับสูงอยู่เยอะด้วยเหมือนกัน
ทำเลรังสิตนี้ จึงกลายเป็นย่านที่น่าจับตามองทั้งคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน เพราะยังมีโอกาสเลือกซื้อโครงการที่อยู่อาศัยก่อนที่โครงการจาก CPN จะสร้างเสร็จและดันราคาปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงคนที่กำลังวางแผนหาซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตบนทำเลนี้ เพราะเวลามีห้างหรือ Community Mall เปิดใหม่ที่ไหน ก็จะดึงดูดโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมมาเกาะกลุ่มอยู่โดยรอบ ทำให้มีโครงการให้เลือกได้หลากหลายรูปแบบและระดับราคา เพื่อรองรับความเจริญและการขยายตัวของทำเลนี้ด้วยค่ะ
ไม่ได้มีแค่ Central รังสิต
MEGA & IKEA รังสิต 1,000 ไร่ กำลังตามมา!!
ทาง CPN ไม่ใช่ Developer เจ้าเดียวนะที่แอบไล่ซื้อที่ดินในย่านรังสิตนี้ เพราะทาง สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) ร่วมกับบริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด ที่เป็น Developer ของ MEGA และ IKEA ก็เป็นอีกรายที่มีที่ดินขนาดใหญ่ถึง 1,000 ไร่ บนทำเลรังสิตนี้ด้วย โดยอยู่ติดถนนกาญจนาภิเษกและถนนรังสิต-นครนายก บริเวณทางแยกต่างระดับธัญบุรีค่ะ
โดยมีแผนจะพัฒนาเป็น MEGA รังสิต และ IKEA รังสิต เหมือนตรงย่านบางนาเลยนั่นเอง ซึ่งนอกจากจะมีตัวเลือกห้างที่เพิ่มขึ้นอีกจุดแล้ว ในภาพรวมก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลที่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะเส้นพหลโยธินเท่านั้น แต่จะช่วยกระจายความเจริญไปยังโซนธัญบุรีและลำลูกกาด้วยค่ะ
แต่ที่ดินของ MEGA รังสิต และ IKEA รังสิต ยังคงรอการปรับสีผังเมืองในอนาคต โดยปัจจุบันมีการร่างผังเมืองรวมใหม่ เป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565 ด้วยและมีการประชุมไปเมื่อเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมาค่ะ จากเดิมเป็น พื้นที่สีเขียว (ที่ดินชนบทและเกษตรกรรม) เปลี่ยนเป็น พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) ตามภาพด้านบน ทำให้สามารถพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ได้
จากที่เราลองหาข้อมูลของ MEGA บางนาและ IKEA บางนามาจะมีระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553 และเปิดให้บริการในปี 2554-2555 รวมระยะเวลาประมาณ 3 ปีค่ะ ดังนั้นหากมีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมฉบับใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว เราก็ประเมินคร่าวๆว่ามีขั้นตอนออกแบบพัฒนาโครงการ รวมถึงการก่อสร้างโครงการประมาณ 5 ปี จึงพร้อมเปิดให้บริการกันค่ะ
โดยส่วนตัวเราคิดว่าหลังจากทางเทศบาลปทุมธานีได้แก้ไขการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณที่ดินของ CPN แล้ว ทาง SF เองก็น่าจะเร่งติดตามการปรับสีผังเมืองรวมตรงที่ดินตัวเองด้วยเหมือนกัน ซึ่งจริงๆแล้วไม่ต้องรอประกาศผังเมืองรวมที่แก้ไขใหม่ทั้งฉบับก็ได้นะคะ เพราะทางเทศบาลสามารถประกาศแก้ไขการใช้ที่ดินบางส่วนที่เป็นบริเวณของ MEGA รังสิต และ IKEA รังสิต เหมือนอย่างกรณีของที่ดินทาง CPN ได้เหมือนกันค่ะ ดังนั้นเราคาดว่าก็น่าจะรอกันอีกไม่นานนะคะ
สำหรับที่ดินของ MEGA รังสิต และ IKEA รังสิต จะใช้การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินจาก “ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา-บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2555” นะคะ งั้นเรามาดูกันต่อเลยค่ะ
ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา-บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2555
ปัจจุบันยังคงใช้ “ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา-บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2555” มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น พื้นที่สีเขียว (ที่ดินชนบทและเกษตรกรรม) ที่มีข้อจำกัดในการสร้างโครงการที่อยู่อาศัย หากจะสร้างเป็นบ้านเดี่ยวก็ต้องมีขนาดที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไปเท่านั้น ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยยังคงกระจุกตัวอยู่บริเวณคูคตและลำลูกกาคลอง 1-4 นั่นเอง ซึ่งเราจะเห็นเป็น พื้นที่สีเหลือง (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย)
แต่ทางเทศบาลก็มี “การร่างผังเมืองรวมใหม่ เป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565” ด้วย โดย “เปลี่ยนการใช้ประโยชน์จาก พื้นที่สีเขียว (ที่ดินชนบทและเกษตรกรรม) ในหลายๆโซนและเพิ่มเป็น พื้นที่สีเหลือง (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย),พื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) และ พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก)” ซึ่งบ่งบอกถึงความหนาแน่นของพื้นที่อยู่อาศัยที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
สำหรับการปรับปรุงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ก็ทำให้เราสามารถพัฒนาหรือสร้างอาคารประเภทอื่นๆได้ ช่วยดึงดูดความเจริญต่างๆตามมาไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมที่หลากหลายและห้างใหม่ๆ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ
รวมถึงจะมีโครงการที่อยู่อาศัยที่หลากหลายมากขึ้น จากปัจจุบันโซนบ้านจะกระจุกตัวอยู่ที่ลำลูกกา คลอง 1-4 ก็ทำให้สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมาถึงบริเวณลำลูกกา คลอง 7 ที่กลายเป็นพื้นที่สีเหลือง (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ได้แล้ว โดยไม่ติดข้อกำหนดอย่างบ้านเดี่ยวต้องมีที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไป จึงทำให้ราคาบ้านในโซนนี้มีราคาที่ถูกลง เพราะสามารถสร้างโครงการบ้านเดี่ยว ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา ตามที่เราเคยเจอกันทั่วไปได้ ซึ่งพอมีที่ดินบ้านน้อยลงแล้วก็ส่งผลต่อราคาขายที่ถูกลงด้วยนั่นเอง รวมถึงอาจจะเห็นบ้านแฝดและทาวน์โฮมที่มีราคาไม่สูงด้วยที่ดินและพื้นที่ใช้สอยที่เล็กกว่าบ้านเดี่ยวมาเปิดขายในโซนนี้มากขึ้นทำให้ภาพรวมของโครงการที่อยู่อาศัยในโซนนี้มี Product บ้านที่หลากหลายและมีราคาที่จับต้องได้ง่ายด้วยนั่นเอง
แต่ความคืบหน้าล่าสุดของผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา-บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565) ยังคงเป็นฉบับร่างและอยู่ในระหว่างการปรับปรุง เราจึงอาจต้องรอกันต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยค่ะ
ปทุมธานี ยังมีพื้นที่พัฒนาได้อีกเยอะ
พอเราบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนสีผังเมืองตรงที่ดิน CPN แถมที่ดินของ MEGA และ IKEA ก็กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาปรับเปลี่ยนสีผังเมือง แค่นี้ก็ทำให้ทำเลรังสิตน่าจับตามองมากๆแล้วนะ เพราะจะดึงดูดความเจริญและโครงการที่อยู่อาศัยมาพัฒนาอยู่โดยรอบอีกเยอะเลย แต่จริงๆแล้วจังหวัดปทุมธานียังมีโอกาสเติบโตในอนาคตและพัฒนาไปไกลกว่านี้ได้อีกเยอะเลยค่ะ เพราะว่ายังมีพื้นที่หลายโซนที่ยังไม่ได้ถูกพัฒนาเต็มศักยภาพ ซึ่งดูได้จาก “ผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2558” ด้านล่างนี้เลย
ภาพรวมของ “ผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2558” ส่วนใหญ่จะเป็น พื้นที่สีชมพู (ที่ดินประเภทชุมชน) และ พื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม) แต่ก็มี พื้นที่สีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม) ให้เห็นอยู่บ้าง อย่างโซนนิคมอุตสาหกรรมนวนครและนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี โดยข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินมีดังนี้
- พื้นที่สีชมพู (ที่ดินประเภทชุมชน) : ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใดๆได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับโรงงาน (โรงงานบางประเภทก็สามารถทำได้ ยึดตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงของผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2558), คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
- พื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม) : ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรม และมีข้อจำกัดในการสร้างโครงการที่อยู่อาศัย หากจะสร้างเป็นบ้านเดี่ยวก็ต้องมีขนาดที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไปเท่านั้น
- พื้นที่สีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) : ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรม เก็บสินค้าและคลังสินค้า
ส่วนผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง-คลองหลวง-รังสิต และ ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา-บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี จะเป็นผังเมืองรวมที่ยังคงบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงมีการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามข้อบังคับของผังเมืองทั้ง 2 ผังนี้
แต่จะมีผังเมืองรวมในบางพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่เคยจัดทำและปัจจุบันสิ้นสุดการบังคับใช้อย่างเช่น ผังเมืองรวมเมืองปทุมธานี และ ผังเมืองรวมเมืองหนองเสือ-คลองหลวง-ธัญบุรี ก็ทำให้พื้นที่นั้นๆที่ไม่มีผังเมืองรวมในการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงยึดตามข้อกำหนดผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2558 แทนนั่นเอง
จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งบริเวณ อ.ลาดหลุมแก้วและ อ.สามโคก จะอยู่ทางฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สีเขียว ส่วน อ.หนองเสือ จะอยู่ทางด้านขวาบนเป็นพื้นที่สีชมพู ซึ่งหากเราดูจากภาพถ่ายดาวเทียมของทั้ง 3 อำเภอนี้ก็จะเห็นที่ดินเปล่าและทุ่งนาสีเขียวอยู่เยอะมาก ซึ่งหมายถึงศักยภาพของทำเลที่ยังคงพัฒนาและเติบโตต่อไปในอนาคตได้อีกเยอะเลยนั่นเอง ทำให้หากมีการปรับแก้สีผังเมืองให้สอดคล้องกับการขยายความเจริญจากตัวเมืองและมีการพัฒนาเต็มศักยภาพของพื้นที่ทั้งจังหวัดแล้ว ก็จะทำให้จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่น่าจับตามองไม่ต่างจากเมืองปริมณฑลอื่นๆ อย่างนนทบุรีหรือสมุทรปราการเลยนั่นเอง
แต่ “ผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี” ฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2558 อีกทั้งมีการประชุมหารือเรื่องการพิจารณาร่างฉบับใหม่เมื่อปี 2563-2564 แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเท่าไหร่ ทำให้เรายังคงยึดการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม “ผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2558” ค่ะ
ปัจจัยส่งเสริม เร่งศักยภาพจังหวัดปทุมธานี
รถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
เราได้ข่าวเรื่องแผนพัฒนาก่อสร้างรถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มาสักพักแล้วนะ โดยมีความคืบหน้าเป็นระยะ จนล่าสุดนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการรถไฟฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้างโครงการ ร่วมกับส่วนต่อขยาย ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน – ศาลายา ด้วยโดยบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยคาดก่อสร้างภายในปี 2569 นี้และมีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดเปิดให้บริการได้ในปี 2572 นั่นเอง ถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นแล้วนะคะ ทำให้หากสร้างเสร็จและเปิดบริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางบนทำเลที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งเดินทางวิ่งเข้าเมืองได้ง่ายด้วย
รายละเอียดของรถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะมีระยะทาง 8.84 กม. วงเงิน 6,064.96 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 สถานี ต่อจากสถานีรังสิต ดังนี้
- สถานีคลองหนึ่ง : บริเวณป้ายหยุดรถไฟ ใกล้หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์
- สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ : ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของสนามกีฬาของ ม.กรุงเทพ
- สถานีเชียงราก : ใกล้ๆบริเวณสถานีเชียงรากของรถไฟทางไกลและศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
- สถานี ม.ธรรมศาสตร์ : ตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ–โคราช–หนองคาย
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถือเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทย โดยมีเส้นทางการวิ่งตั้งแต่ กรุงเทพฯ–โคราช–หนองคาย รวมประมาณ 606.17 กิโลเมตร ช่วยในเรื่องการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาคและระหว่างประเทศไปลาวและจีนได้สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยนั่นเอง
- ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา : ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร มีทั้งหมด 6 สถานี มีจุดเริ่มต้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ผ่านสถานีดอนเมือง, สถานีอยุธยา, สถานีสระบุรี, สถานีปากช่อง และสิ้นสุดที่สถานีนครราชสีมา ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง คาดเปิดบริการในปี 2570
- ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย : ระยะทางประมาณ 357 กิโลเมตร จำนวน 5 สถานี โดยเริ่มจากสถานีนครราชสีมา ผ่านสถานีบัวใหญ่, สถานีบ้านไผ่, สถานีขอนแก่น, สถานีอุดรธานี และสิ้นสุดที่สถานีหนองคาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติดำเนินโครงการ คาดเสร็จปี 2572
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่วนต่อขยาย
ทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5)
ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่วนต่อขยาย ทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) เป็นโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีเส้นทางครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางปะอิน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางยกระดับอุตราภิมุขที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต และมีจุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร มีจุดขึ้น-ลงและจุดเชื่อมต่อ จำนวน 7 แห่ง (บริเวณด่านฯ รังสิต 1, ด่านฯ รังสิต 2, ด่านฯ คลองหลวง, ด่านฯ ม.ธรรมศาสตร์, ด่านฯ นวนคร, ด่านฯ วไลยอลงกรณ์, ด่านฯ ประตูน้ำพระอินทร์)
สำหรับความคืบหน้าในปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเตรียมประมูลในช่วง Q1 ปี 2569 และเริ่มก่อสร้างในปีเดียวกัน โดยคาดเปิดบริการในปี 2574 ค่ะ
3 โซนที่อยู่อาศัยน่าสนใจในอนาคต
หลังจากที่เราพาอ่านทั้งเรื่องผังเมืองรวมที่เป็นการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน, Node ความอุดมสมบูรณ์แห่งใหม่ ประกอบกับระบบคมนาคมในอนาคต ก็ทำให้จังหวัดปทุมธานีนี้มีความน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ในระดับราคาที่ยังไม่สูงมากนัก งั้นเรามาดูกันว่ามีพื้นที่โซนไหนในจังหวัดปทุมธานีน่าสนใจบ้าง
- โซนรถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
หลังจากมีประกาศเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายนี้แล้ว ก็ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางเข้า-ออกเมือง นอกจากนั้นยังเชื่อมโยงรถไฟฟ้าหลายสาย ก็ดึงดูดโครงการที่อยู่อาศัยมาพัฒนาตามแนวรถไฟฟ้าเส้นนี้มากขึ้น
เพราะปัจจุบันมีโครงการบ้านแนวราบอยู่ตามแนวถนนทางหลวง 346 ที่มีราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาทไปจนถึง 10 ล้านบาทขึ้นไปก็มีนะ รวมถึงคอนโดมิเนียมที่จะเป็นคอนโด Low Rise ตามแนวเส้นเลียบคลองเปรมประชากรและใกล้มหาวิทยาลัย ระดับราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านไปจนถึง 2 ล้านบาทค่ะ ทำให้เมื่อสร้างรถไฟฟ้าสายนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถพัฒนาโครงการด้วยการขายทำเลบ้านหรือคอนโดใกล้รถไฟฟ้าได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้โครงการและดันราคาขายให้สูงขึ้นนั่นเอง
- โซนโดยรอบที่ดิน CPN ใกล้ถนนพหลโยธิน
ด้วยทำเลใกล้ถนนพหลโยธินที่เดินทางได้ง่าย ทำให้ปัจจุบันมีโครงการบ้านแนวราบหลากหลายระดับราคาทั้งตามแนวถนนหลักและถนนลำลูกกาคลอง 1-2 มีทั้งทาวน์โฮมประมาณ 2 ล้านบาทไปจนถึงบ้านเดี่ยว 20 ล้านบาทเลยค่ะ แต่พอมีห้างใหม่ อย่างที่ดิน 761 ไร่ของ CPN ที่หากพัฒนาโครงการเสร็จเรียบร้อยในอนาคต ก็จะกลายเป็น Node ความอุดมสมบูรณ์แห่งใหม่ของทำเล อีกทั้งมีมอเตอร์เวย์ M5 ตรงเส้นพหลโยธินนี้ด้วย ก็ทำให้เป็นทำเลที่ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายและเดินทางได้สบาย เราคาดว่าน่าจะเห็นโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นอีกหลายแห่งตรงโซนนี้ รวมถึงยังพัฒนาเป็นโครงการหรูระดับ Luxury ได้ด้วย
- โซนลำลูกกาคลอง 4-7 + ที่ดิน MEGA และ IKEA
ทำเลลำลูกกาเป็นอีกย่านที่มีโครงการบ้านแนวราบอยู่เยอะมากๆ อีกทั้งมีหลากหลายระดับราคาให้เลือกด้วย แต่หากมีการปรับสีผังเมืองช่วงลำลูกกาคลอง 4-7 ในอนาคตตามร่างผังเมืองรวมล่าสุด ก็จะไม่ติดข้อกำหนดอย่างบ้านเดี่ยวต้องมีที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไปและส่งผลต่อราคาขายที่สูง ทำให้หลังจากปรับเปลี่ยนสีผังเมืองรวมก็สามารถพัฒนาโครงการทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยวที่มีขนาดที่ดิน-พื้นที่ใช้สอยเล็กลงและได้ราคาที่ถูกลงด้วยนั่นเอง เราจะมีตัวเลือกบ้านแนวราบบนทำเลนี้ให้เลือกอีกเยอะเลยค่ะ
รวมถึงมีที่ดิน MEGA และ IKEA รวม 1,000 ไร่ กำลังรอการพัฒนาโครงการ ตั้งอยู่บริเวณทางแยกต่างระดับธัญบุรี ใกล้ๆกับลำลูกกาคลอง 7 ก็เป็นอีก 1 ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมบ้านแนวราบโซนลำลูกกาคลอง 4-7 เป็นทำเลคึกคักและน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น เพราะก็จะกลายเป็นอีก Node สำคัญของทำเลนี้ ให้เรามาจับจ่ายใช้สอยและใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย โดยไม่ต้องเดินทางไปห้างตรงเส้นพหลโยธินก็ได้
จบไปแล้วนะคะสำหรับบทความนี้ จะเห็นได้ว่าผังเมืองอาจเป็นเรื่องไกลตัวในสายตาหลายคน แต่จริงๆแล้วคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของทำเล รวมไปถึงราคาที่ดิน รูปแบบที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของเราด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ได้เห็นสัญญาณสำคัญของการพัฒนาในจังหวัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน CPN 761 ไร่ ที่สามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้แล้วและรถไฟฟ้า SRT สายสีแดง ที่เริ่มก่อสร้างปีนี้ รวมถึงในอนาคตก็ยังมี MEGA & IKEA 1,000 ไร่และมอเตอร์เวย์ M5 ที่กำลังจะมาอีก ทำให้ในอีก 5–10 ปีข้างหน้านี้อาจจะเปลี่ยนไปจนเราจำภาพปัจจุบันนี้ไม่ได้เลยก็เป็นได้นะคะ ไว้ครั้งหน้าทาง Think of Living จะมีบทความน่าสนใจอะไรอีกบ้าง ติดตามกันต่อได้เลย 😊
Source of Information :
- ปรับผังเมือง รังสิต-คลองหลวง >> คลิกที่นี่
- ผังเมืองรวมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ.2558 >> คลิกที่นี่
- ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา – บึงยโถ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ.2555 >> คลิกที่นี่
- ประชุม ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา-บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2555 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565) >> คลิกที่นี่
- ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง – คลองหลวง – รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ.2552 >> คลิกที่นี่
- ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง – คลองหลวง – รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ.2565 >> คลิกที่นี่
- ประชาสัมพันธ์ การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง – คลองหลวง – รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2568 >> คลิกที่นี่
- รถไฟฟ้าสายสีแดง >> คลิกที่นี่
- โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่วนต่อขยาย ทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) >> คลิกที่นี่
