
เอาจริงๆ ปัญหาที่เห็นประจำของคนซื้อบ้านราคาสูงหลายสิบล้านขึ้นไป อย่างแรกคือ ซื้อบ้านพร้อมอยู่ในโครงการแต่ต้องมา “ทุบทิ้ง” เพื่อต่อเติม เพราะบ้านสำเร็จรูปไม่รองรับฟังก์ชันตามที่ต้องการได้จริงๆ แบบ 100% ซึ่งการจ่ายเงินจำนวนมากแบบนั้นก็ควรจะตอบโจทย์ได้ แต่ในความเป็นจริงแต่ละครอบครัวมีจำนวนสมาชิกไม่เท่ากัน มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน มีงานอดิเรกต่างกัน บ้านรูปแบบเดียวกันในโครงการจึงไม่อาจถูกใจทุกคนได้

อย่างบางครอบครัวต้องการที่จอดรถ 4-5 คัน ต้องการสระว่ายน้ำ, ห้องครัวขนาดใหญ่, ห้องออกกำลังกาย, ห้องน้ำใหญ่พิเศษมีอ่างให้นอนแช่ได้, หรือห้องแบบฝ้าเพดานสูงเชื่อม 2 ชั้นเข้าหากัน แต่บ้านสำเร็จรูปในโครงการไม่ได้มีให้
ปัญหาถัดมาของคนมีงบประมาณสูงๆ คือ อยากสร้างบ้านเองแต่ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะบ้านที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ นอกโครงการไม่มีนิติบุคคล, รปภ. 24 ชั่วโมงหรือกล้องวงจรปิดส่วนกลาง ทำให้เจ้าของบ้านต้องดูแลความปลอดภัยเองทั้งหมด
อีกปัญหาของการก่อสร้างบ้านเองคือ งบบาน ค่าใช้จ่ายบานปลาย ที่ใครหลายคนชอบแซวกันเล่นๆ ว่า “บ้าน = บาน” นั่นแหละค่ะ เพราะการก่อสร้างบ้านเองมีความเสี่ยงที่งบจะบานปลายได้สูงกว่าการซื้อบ้านสำเร็จรูป ทั้งการแก้แบบกลางทาง การลืมคำนวณงบแฝง การขยับเกรดวัสดุ และส่วนใหญ่ระยะเวลาในการก่อสร้างมักจะยืดออกไปไม่เสร็จทันตามกำหนด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ้านในโซนพระราม 3 ที่ราคาบ้านสูงมาก อย่างทาวน์โฮมก็มีราคา 40 ล้านขึ้นไป จนถึงบ้านเดี่ยว 100 ล้านเลยค่ะ แล้วทำไมเราซื้อบ้านราคานี้แล้วยังต้องมาทุบ รื้อ ให้เสียเงินหลายต่ออีกล่ะ? คำถามนี้เป็นที่มาของ “บ้าน Bespoke” ในโครงการ Belvedere Rama 3 ที่ได้นำเสนอบ้านแบบ “Bare Shell” มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ
Q&A
- บ้าน Bespoke ของ Belvedere Rama 3 เป็นอย่างไร?
- แปลนบ้านเป็นอย่างไร? จัดฟังก์ชันอย่างไรได้บ้าง?
- Belvedere Rama 3 ตั้งอยู่ตรงไหน ทำเลมีศักยภาพอย่างไร?
- บ้านโซนพระราม 3 หายากขนาดไหน? มีโครงการไหนขายแบบ Bare Shell บ้าง?
- ราคาบ้าน Bare Shell ของ Belvedere Rama 3 กับบ้านสำเร็จรูปในโครงการรอบๆ แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
บ้าน Bespoke ของ Belvedere Rama 3 เป็นอย่างไร?
พูดง่ายๆ ก็คือ “บ้านเปล่า” หรือ “บ้าน Bare Shell” ที่ก่อสร้างโครงสร้างภายนอกเสร็จสมบูรณ์ แต่ภายในปล่อยโล่ง ไม่มีการตกแต่ง ไม่มีพื้น ผนังไม่ฉาบเรียบ ไม่มีฝ้า ไม่มีห้องน้ำ และไม่มีการเดินระบบไฟ/น้ำสำเร็จรูป เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านออกแบบ กั้นห้อง และตกแต่งภายในได้อย่างอิสระตามสไตล์ที่ชอบ โดยไม่ต้องรื้อถอน ซึ่งโครงสร้างที่ใช้ก็เป็นแบบ Conventional ที่ยืดหยุ่นให้ต่อเดิมได้ง่าย
รูปแบบ Bare Shell จึงช่วยทั้งประหยัดระยะเวลาก่อสร้าง (ส่วนใหญ่ก็จะล่าช้าในงานโครงสร้างอาคารนี่แหละค่ะ) รวมถึงยังปรับฟังก์ชันและเลือกวัสดุที่ชอบได้ ซึ่งทางโครงการเรียกการขายรูปแบบนี้ว่า “Bespoke” หมายถึงการสั่งทำ, การสั่งตัด หรือสินค้า/บริการที่ออกแบบและผลิตขึ้นโดยเฉพาะเพื่อลูกค้าคนเดียว ตามความต้องการและขนาดเฉพาะบุคคล มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “Custom-made” แต่ให้ความรู้สึกถึงความประณีต หรูหรา และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่า
ภายในตัวบ้านจะได้บ้านเปล่าประมาณในรูป (แต่ผนังจริงที่ส่งมอบจะไม่ได้ฉาบปูนมาให้นะ) ที่โครงการจะมีสถาปนิก, วิศวกรและอินทีเรียคอยให้คำปรึกษา และประเมินความเป็นไปได้หน้างาน ว่าฟังก์ชันที่ลูกค้าต้องการจะ Fit In กับโครงสร้างแบบ Bare Shell ได้มั้ย เพื่อให้ตอบโจทย์เจ้าของบ้านได้จริง
หลังจากส่งมอบบ้าน Bare Shell แล้วทางเจ้าของก็สามารถนำทีมออกแบบ ก่อสร้างที่ตนเองชอบเข้ามาทำงานต่อได้
ถ้าให้เทียบบ้าน Bare Shell ของ Belvedere Rama 3 Bespoke กับโครงการบ้านทั่วไป หรือการก่อสร้างบ้านเอง ก็จะเห็นว่าบ้าน Bespoke รวมเอาข้อดีของบ้านในโครงการจัดสรร อย่างเรื่องสภาพแวดล้อมที่ดี มีระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการและมีนิติฯ ช่วยดูแลความเรียบร้อย มารวมกับข้อดีของการสร้างบ้านเองที่สามารถออกแบบฟังก์ชัน เลือกวัสดุเองได้ตามใจ และโครงสร้างยังรองรับการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัยของผู้อยู่อาศัยได้ด้วย
อีกข้อดีหนึ่งของบ้าน Bespoke คือจะมี After-sales Service รับประกันโครงสร้างอาคารเป็นเวลา 5 ปี และรับประกันความชำรุดบกพร่องที่มีสาเหตุมาจากการใช้งานตามปกติ ภายในระยะเวลา 1 ปี แถมงานก่อสร้างก็สามารถกำหนดงบประมาณ และระยะเวลาที่ก่อสร้างเสร็จค่อนข้างชัดเจน
โดยมีบ้านให้เลือก 3 Options ดังนี้
- Belvedere บ้านเดี่ยว 6 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 648 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 55 ล้านบาท - Braintree บ้านแฝด 6 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 38.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 553 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 41 ล้านบาท - Bespoke บ้านแฝด 2 หลังเชื่อมกัน (Combine Braintree) ที่ดินเริ่มต้น 76.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 1,106 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 79 ล้านบาท
ภายนอกอาคารจะมาในสไตล์ Modern Classic ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านโซนยุโรป ให้บรรยากาศที่ดูหรูหราและเรียบโก้ในทุกยุคทุกสมัย ดูไม่เชยเมื่อเวลาผ่านไป
ขออธิบายผ่าน Master Plan ให้เข้าใจง่ายขึ้น คือตอนนี้ทางโครงการยังมีแปลงให้เลือกทั้งบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด หรือถ้าจะ Combine บ้านแฝด (บ้าน Bespoke) ก็มีให้เลือกนะ ทั้งนี้ตำแหน่งแปลงที่ว่างจะไม่ตรงกับที่เราวงกลมไว้ เราแค่ยกตัวอย่างเท่านั้นค่ะ ถ้าอยากทราบว่าแปลงไหนว่างให้จับจองได้บ้างต้องสอบถามกับทางโครงการอีกโดยตรงนะคะ แอบกระซิบว่ามีเหลือไม่กี่แปลงแล้ว ถ้าสนใจรีบเข้าไปคุยเลยค่ะ
แปลนบ้านเป็นอย่างไร? จัดฟังก์ชันอย่างไรได้บ้าง?
Belvedere Rama 3 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยให้เลือกตั้งแต่ 553 ตร.ม. ไปจนถึง 1,000+ ตร.ม. ได้เลย ตัวบ้านมีความสูง 6 ชั้น ซึ่งแตกต่างจากโครงการอื่นในโซนนี้ที่มักจะสร้างสูง 3-4 ชั้นเท่านั้น ทำให้แต่ละชั้นสามารถจัดเป็นชั้นส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนได้ พร้อมพื้นที่รองรับการติดตั้งลิฟท์และสามารจัดเป็นที่จอดรถได้สูงถึง 6 คัน อีกทั้งยังรองรับการติดตั้ง EV Charger และ Solar Cell ด้วย
แต่การสร้างบ้าน 6 ชั้นนั้นมีข้อจำกัดทางกฎหมายควบคุมอาคารและการใช้งานที่มากกว่าบ้านทั่วไป เพราะบ้านที่สูงเกิน 3-4 ชั้นจะต้องมีบันไดหนีไฟเป็นกิจจะลักษณะ ใช้เป็นบันไดลิงไม่ได้ บ้านของโครงการนี้จึงต้องแบ่งพื้นที่พักอาศัยส่วนหนึ่งไปทำเป็นบันไดหนีไฟให้ถูกต้องตามขนาดที่กฎหมายกำหนด ลักษณะเหมือนทางหนีไฟในอาคารสูง ทำให้โครงการส่วนใหญ่ไม่อยากทำบ้านที่สูงเกิน 3-4 ชั้นที่ต้องเพิ่มต้นทุนในส่วนนี้ เราจึงไม่ค่อยได้เห็นบ้าน 6 ชั้นให้ซื้อหากันมากนัก แต่ในแง่ของการอยู่อาศัย เราว่าดีนะ เพราะทางหนีไฟเดินลงง่ายดีค่ะ
ในส่วนงานระบบก็เตรียมไว้ให้เหมาะกับบ้าน 6 ชั้น ทางโครงการจึงออกแบบโครงสร้างให้รองรับการเดินระบบท่อน้ำออกนอกอาคารเพื่อให้ง่ายต่อการบำรุงรักษา, มีช่องชาร์ของระบบไฟทุกชั้นเพื่อให้ Maintenance ง่ายค่ะ …ทีนี้มาดูไอเดียการจัดฟังก์ชันในแต่ละแบบบ้านกันค่ะ
บ้านตัวอย่าง : บ้าน Bespoke
บ้าน Bespoke เป็นบ้านเดี่ยวที่มีความสูงถึง 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอยภายในกว้างมากกว่า 1,000 ตร.ม. เลยค่ะ เพราะเกิดจากการ Combine บ้านแฝด 2 หลังเข้าหากัน
1st Floor Plan
*แปลนบ้านคร่าวๆ เพื่อประกอบการรีวิวไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้
จากทรงบ้านเดิมที่ได้เป็นบ้านหน้ากว้างอยู่แล้ว พอมา Combine เชื่อมกันทำให้เราสามารถปรับทรงบันไดและขยับตำแหน่งลิฟต์ไปชิดฝั่งด้านหลังบ้านได้ ทำให้สามารถกั้นห้องได้ตามใจเลยค่ะ จะกั้นห้องเป็น 2-3 ฟังก์ชันในหนึ่งชั้นก็ได้เลย จากตัวบ้านที่ไม่ได้ลึกมากทำให้พื้นที่ทั้งหมดในบ้านมีแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้เต็มที่ บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่งไม่อึดอัด
แปลนที่ทางโครงการจัดไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จัดให้มีที่จอดรถ 3 คัน วางตำแหน่ง Living & Dining Area อยู่บนชั้น 1 พร้อมครัวไทยขนาดใหญ่และห้องแม่บ้านที่มีห้องน้ำในตัว ชั้น 2 จัดเป็นห้องทานอาหารขนาดใหญ่ วางโต๊ะพูล รองรับการจัดปาร์ตี้ และสามารถเปิดพื้นที่เชื่อมต่อกันทั้งชั้น หรือจะปิดประตูกั้นเฉพาะห้อง ให้มีความเป็นสัดส่วนขึ้นก็ได้
ขึ้นไปที่ชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งเล่น, ทำงานอดิเรกอีกจุดหนึ่ง หากชั้นล่างมีแขกสมาชิกคนอื่นก็ยังสามารถพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวได้ที่มุมนี้ และยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดเป็นห้องนอนรองของลูกๆ ได้ 1 ห้อง
ขึ้น 4 จัดเป็นห้องนอนรอง 2 ห้อง ซึ่งได้ห้องขนาดใหญ่ทั้งคู่ ส่วน Master Bedroom จัดเต็มบนชั้น 5 เลยทั้งชั้น ส่วนชั้น 6 จัดเป็น Gym ในบ้านให้ออกกำลังกายได้แบบเป็นส่วนตัว
บ้านตัวอย่าง : บ้านแฝด แบบ Brain Tree
บ้าน Briantree เป็นบ้านแฝดสูง 6 ชั้น ถึงแม้จะเป็นบ้านแฝดแต่ทางโครงการก็ก่อผนัง 2 ชั้นบริเวณผนังระหว่างบ้านแฝด เพื่อลดเสียงรบกวนของเพื่อนบ้าน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนี้บริเวณหน้าบ้านที่รับแสงก็จะก่อผนัง 2 ชั้นเช่นกัน เพื่อช่วยลดความร้อนเข้ามาในตัวบ้าน
1st Floor Plan
*แปลนบ้านคร่าวๆ เพื่อประกอบการรีวิวไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้
บ้านแฝดก็เป็นบ้านหน้ากว้างเช่นกัน และเนื่องจากเป็นบ้านแฝดทำให้มีพื้นที่รอบบ้านเพียง 3 ฝั่ง และมีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ได้นิดหน่อยทั้งฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน
พื้นที่ภายในบ้านจัดฟังก์ชันไว้ให้จอดรถได้ 3 คัน จัด Living & Dining Area อยู่บนชั้น 1 ติดกันเป็น Pantry ครัวเปิดแบบฝรั่งให้เตรียมน้ำเตรียมอาหารได้นิดหน่อย พร้อม 1 ห้องแม่บ้าน
ส่วนชั้น 2 จัดเป็น Living Area เต็มชั้น และขึ้นไปบนชั้น 3-4 จัดเป็นห้องนอนรอง ชั้นละ 1 ห้อง ส่วน Master Bedroom จัดเต็มไปเลย 2 ชั้นอยู่บนชั้น 5-6 ค่ะ เราเก็บภาพบ้านตัวอย่างมาฝากกันนะคะ
บ้านตัวอย่างแบบ Brain Tree
บ้านตัวอย่าง : บ้านเดี่ยว แบบ Belvedere
แบบบ้าน Belvedere เป็นบ้านเดี่ยวสูงถึง 6 ชั้น ออกแบบให้เป็นบ้านหน้ากว้าง ตัวบ้านไม่ลึกมากเปิดรับแสงธรรมชาติและลมให้พัดผ่านตัวบ้านได้ดี
1st Floor Plan
*แปลนบ้านคร่าวๆ เพื่อประกอบการรีวิวไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้
บ้านเดี่ยวของโครงการออกแบบให้เป็นบ้านหน้ากว้าง ตัวบ้านไม่ลึกมากเปิดรับแสงธรรมชาติและลมให้พัดผ่านตัวบ้านได้ดี โครงการวางบ้านชิดฝั่งซ้ายของแปลงที่ดินเพื่อแบ่งพื้นที่ด้านข้างเป็นพื้นที่จอดรถ จัดเป็นที่จอดรถแบบซ้อนกันได้ 4 คัน และมีสระว่ายน้ำอยู่บริเวณหน้าบ้าน
ภายในบ้านชั้น 1 จัดฟังก์ชันหลักไว้เป็น Living Area ที่เหมาะกับการรับแขก และมี Living+Dining Area อีกจุดหนึ่งอยู่บนชั้น 2 เป็นพื้นที่พักผ่อนที่ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้น เหมาะสำหรับสมาชิกในครอบครัว
ชั้น 3-4 เป็น Master Bedroom เชื่อมกัน และทำ Walk-in Closet เป็นฝ้าเพดานสูง มีบันไดเชื่อม 2 ชั้นในห้องด้วย ในส่วนของชั้น 5 และ 6 จัดเป็นห้องนอนรองแบบเต็มชั้น ชั้นละ 1 ห้องไปเลยค่ะ ไปดูภาพบ้านตัวอย่างกันค่ะ
บ้านตัวอย่างแบบ Belvedere
Panoramic View 360 องศา
วิวจากโครงการมองไปทางสะพานพระราม 9
จาก Rooftop ของตัวบ้านเราสามารถมองออกไปเห็นสะพานข้ามแม่น้ำทั้ง 2 สะพานเลยนะคะ ทั้งสะพานภูมิพล 1 และสะพานพระราม 9 และยังมองเข้าเมืองไปเห็นตึกมหานครด้วยค่ะ
Belvedere Rama 3 ตั้งอยู่ตรงไหน ทำเลมีศักยภาพอย่างไร?
โครงการ Belvedere Rama 3 (เบลวีเดียร์ พระราม 3) ตั้งอยู่ในซอยสาธุประดิษฐ์ 34 แยก 11 ห่างจากถนนรัชดาภิเษกและถนนพระราม 3 ประมาณ 1.1 กม. เป็นซอยที่เชื่อมต่อได้ทั้งถนนสาธุประดิษฐ์, ถนนพระราม 3 ถนนรัชดาภิเษกและถนนยานนาวา จึงทำให้เราสามารถใช้เข้า-ออกได้หลากหลาย
จุดเด่นของโครงการนี้เลยก็คือ การเดินทางที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กๆ เรียนอยู่ที่ King’s College จะอยู่ใกล้โครงการเพียง 1-2 กม. ผู้ปกครองสามารถมารับ – ส่งน้องๆได้ ใช้เวลาแค่ 5 – 10 นาทีเท่านั้น โดยใช้ทางลัดภายในซอย ไม่ต้องขับออกถนนใหญ่เลยค่ะ
หรือจะไปเรียนที่ Shrewsbury International School, Raintree International School Sathorn ก็อยู่ในระยะไม่เกิน 5 กม. เท่านั้น
สำหรับการเดินทางถือว่าเหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยถนนที่ใช้เข้า – ออกโครงการคือถนนรัชดาภิเษก, ถนนสาธุประดิษฐ์และถนนนราธิวาสฯ วิ่งเชื่อมต่อเข้าโซน CBD อย่างสีลม – สาทรได้ง่ายในระยะประมาณ 5 – 6 กม. เท่านั้น
นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้ทางด่วนถึง 2 สายคือ ทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ทำให้สามารถวิ่งเข้า – ออกเมืองไปยังโซนอื่นๆได้อย่างสะดวกค่ะ
ในแง่ความอุดมสมบูรณ์ โครงการ Belvedere Rama 3 (เบลวีเดียร์ พระราม 3) จัดว่าอยู่ในย่านชุมชนเดิมที่มีความคึกคักอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเลย ขับรถออกมาบนถนนเส้นหลักก็จะเจอกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Central พระราม 3 และ Terminal 21 หรือขยับไปทางเจริญกรุงก็จะมีแหล่งช้อปปิ้งชิคๆคูลๆที่อยู่ติดริมแม่น้ำให้ได้เปลี่ยนบรรยากาศกันด้วย
ส่วนรอบโครงการเองก็มีทั้ง Community Mall , Hyper Market และตลาดสดขนาดใหญ่อย่างตลาดรุ่งเจริญ รองรับบรรดาแม่บ้านที่ออกมาจับจ่ายซื้อของกันในชีวิตประจำวันด้วย ทั้งยังอยู่ใกล้โรงเรียนชื่อดังในย่านและโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง จัดว่าเป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใช้ชีวิตได้ครบจบในที่เดียวเลย
บ้านโซนพระราม 3 หายากขนาดไหน? มีโครงการไหนขายแบบ Bare Shell บ้าง?
บ้านแนวราบในโซนพระราม 3 ในแต่ละปีมีโครงการเปิดใหม่ไม่เยอะเลยค่ะ โครงการมือหนึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดไปถึง 94% ส่วนทาวน์โฮมมีประมาณ 5% บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในโซนพระราม 3 จะมีแค่ 1% เท่านั้นเอง (นับดูคร่าวๆ ก็ประมาณ 4 โครงการ)
อาจเป็นเพราะบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในโซนพระราม 3 มีเพียง 1 % ทำให้ราคาบ้านในโซนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะคะ บ้านแฝดมีราคาอยู่ในช่วง 50-60 ล้านบาท ส่วนบ้านเดี่ยวนั้นมีราคาตั้งแต่ 60-130 ล้านเลยค่ะ
ที่น่าสนใจคือโครงการ Belvedere Rama3 เป็นเพียงโครงการเดียวที่มีบ้านแบบ Bare Shell ให้เลือก ซึ่งทำให้ราคาลดลงไปอีกหลังละประมาณ 4 ล้านบาท บ้านแฝดเริ่มต้นที่ 41 ล้านบาทและบ้านเดี่ยวเริ่มต้นที่ 55 ล้านบาท นอกจากราคาที่จับต้องง่ายกว่าโครงการอื่นแล้ว ยังทำให้เราไม่ต้องไปรื้อ-ทุบ เพื่อปรับฟังก์ชันหรือเปลี่ยนวัสดุใหม่ด้วยนะคะ เหมาะกับมองหาบ้านที่ปรับให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้จริงๆ วัสดุถูกใจจริงๆ แบบนี้ค่ะ
ราคาบ้าน Bare Shell ของ Belvedere Rama 3 กับบ้านสำเร็จรูปในโครงการรอบๆ แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
แน่นอนว่าถ้าเทียบราคาของบ้าน Bare Shell กับบ้านสำเร็จรูปที่มีงาน Finishing ภายในมาให้ครบถ้วน ตัวบ้าน Bare Shell จะมีราคาที่จับต้องง่ายกว่า อย่าง Belvedere Rama 3 เองก็บอกเลยว่าราคาจะลดลงมาประมาณ 4 ล้านบาท ทำให้เจ้าของบ้านเอางบส่วนนี้ไปเลือกวัสดุ ไปกั้นห้อง ตามแบบที่ชอบเองได้
แต่ถ้าจะเทียบกับโครงการรอบๆ ว่าราคานี้คุ้มค่ากว่ามั้ยก็ต้องเทียบกับราคาที่เป็นบ้านสำเร็จรูปด้วยกัน เราเลยคำนวณแบบรวมราคา Finishing ต่างๆมาให้ (รวมค่าสุขภัณฑ์, งานฝ้า, พื้น, ผนัง, ระบบน้ำไฟ) อ้างอิงราคา Finishing ของบ้านตัวอย่าง ใช้วัสดุคุณภาพเหมาะสมกับราคาโครงการ เริ่มต้นประมาณ 10,000 บาท/ตร.ม.
เมื่อนำราคา Total มาเทียบกับเพื่อนบ้านในโซนพระราม 3 ดูแล้ว ก็ยังถือว่าราคาของโครงการ Belvedere ดีกว่าเพื่อนนะ เพราะบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดรอบๆ ที่มีพื้นที่ใช้สอยพอๆ กันจะมีราคาที่สูงกว่านี้ ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในเรื่องความคุ้มค่าค่ะ
นัดชมโครงการ
โทร : 094-635-4745
Line : @wynn.estate
