รีวิววันนี้พามาชม Via 61 (เวีย 61) คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ใจกลางทองหล่อ – เอกมัย ในราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท* ทำเลใกล้ BTS ในระยะเดินได้ เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดใจกลางเมืองแต่ยังอยากได้ความสงบ เพราะโครงการนี้มีห้องพักอาศัยเพียง 57 ยูนิต ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งในปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อยแล้ว หากใครสนใจก็สามารถเลื่อนชม Highlights ที่เรานำมาฝากกันก่อนได้ที่ด้านล่างนี้เลย

  • ทำเลใจกลางทองหล่อ – เอกมัย : ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ห่างจาก BTS เอกมัยประมาณ 450 เมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับซอยสุขุมวิท 63 หรือซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ก็ถือเป็นซอยที่มีความสงบมากกว่า เหมาะแก่การพักผ่อนอยู่อาศัย แต่ยังได้สิ่งอำนวยความสะดวกใจกลางเมืองครบครัน ใกล้ห้าง , ทางด่วน , ออฟฟิศขนาดใหญ่ และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง
  • ยูนิตน้อย เป็นส่วนตัวสูง : จำนวนห้องพักอาศัยในโครงการมีเพียง 57 ยูนิต จึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก การวางผังโครงการยังแยกอาคารเป็นสองฝั่ง ทำให้จำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียงชั้นละ 11 ยูนิต ตรงกลางเป็น Court ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง แตกต่างกับคอนโด Low Rise ทั่วไป
  • รูปแบบห้องเยอะ : มีให้เลือกถึง 6 แบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse ได้พื้นที่ใช้สอย 50.00 – 188.75 ตร.ม. ได้ห้องหน้ากว้างทุกแบบ จะซื้อเพื่ออยู่อาศัยคนเดียว หรือจะอยู่กันเป็นครอบครัว 4 – 5 คนก็ได้สบายๆเลย
  • Luxury คอนโด เลี้ยงสัตว์ได้ : โครงการเป็น Pet Allowed เลี้ยงสัตว์ได้ทุกยูนิต เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น สำหรับคนที่แยกมาอยู่ไกลบ้าน ก็สามารถพาน้องหมา น้องแมวมาอยู่ด้วยกันได้ ซึ่งย่านทองหล่อ – เอกมัยก็มีคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ให้เลือกอยู่บ้าง แต่ในซอยสุขุมวิท 61 จะมีโครงการนี้ให้เลือกโครงการเดียวนะคะ

ข้อมูลโครงการ

Via 61 (เวีย 61) ณ วันที่ 27 เมษายน 2569

 ชื่อโครงการ  Via 61 (เวีย 61)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS  HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่  ซอยสุขุมวิท 61 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
 ที่ดิน  ประมาณ 1 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น 1 ชั้นใต้ดิน
 จำนวนยูนิต  57 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   11 ยูนิต
 ที่จอดรถ  66 คัน คิดเป็น 115% แบ่งเป็นที่จอด Automatic Parking 29 คัน และที่จอดปกติ 37 คัน
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2567
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  สร้างเสร็จพร้อมอยู่
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 50.00 – 55.50 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอยภายใน 54.75 – 66.00 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 92.75 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอยภายใน 98.25 – 126 ตร.ม.
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 124.25 – 156.50 ตร.ม.
  • Penthouse พื้นที่ใช้สอยภายใน 186.50 – 188.75 ตร.ม.

 ฝ้าเพดานสูง  2.65 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  12.9 – 55 ล้านบาท*
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 219,000 บาท/ตร.ม.
 ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด)  n/a
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center  1685

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.723120 , 100.583120
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

Highlight

  • ทำเลใจกลางเมือง ใกล้ BTS ทองหล่อ – เอกมัยในระยะเดินได้
  • คอนโดตรงข้าม Community Mall ใช้ขับทะลุผ่านไปออกซอยสุขุมวิท 63 ได้

Via 61 (เวีย 61) ตั้งอยู่ตรงไหน?

แผนที่จากทางโครงการ แสดงตำแหน่งที่ตั้งของ Via 61 (เวีย 61) ซึ่งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 61 ห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 200 เมตร และอยู่ระหว่าง BTS สถานีทองหล่อ – เอกมัย 500 – 700 เมตร โดยจุดเด่นของทำเลนี้อยู่ที่ “บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว” เหมาะกับคนที่อยากอยู่คอนโดใจกลางเมือง แต่ไม่ชอบความพลุกพล่าน โดยลักษณะซอยจะเป็นซอยตัน จัดเป็นย่านพักอาศัยดั้งเดิม มีคอนโด และบ้านพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ในซอยไม่ได้คึกคักเท่าซอยหลักอย่างทองหล่อ – เอกมัย แต่ก็สามารถเดินออกมาจับจ่ายใช้สอย หาของกิน ของใช้ได้ง่าย ตรงข้ามโครงการเป็น Community Mall อย่าง Park Lane ที่มีร้านค้า , ร้านอาหาร และ Supermarket ที่เปิด 24 ชั่วโมงอย่าง MaxValu อยู่ด้วย ซึ่งจากโครงการก็สามารถเดินหรือขับรถทะลุไปออกซอยสุขุมวิท 63 ได้เลย ไม่ต้องอ้อมออกไปถนนใหญ่ค่ะ

คอนโดโซนทองหล่อ – เอกมัยราคาเท่าไร?

โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ระหว่างโซนทองหล่อ – เอกมัย ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นทำเลใจกลางเมืองที่มีคอนโดให้เลือกหลายโครงการ โดยส่วนมากจะเป็นคอนโด High Rise อยู่ใกล้ถนนใหญ่ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าง่าย ราคามือหนึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ 200,000 – 300,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นไป จัดอยู่ใน Segment HIGH – ULTIMATE CLASS สำหรับโครงการ Via 61 (เวีย 61) เป็นคอนโด Low Rise ที่ขยับเข้ามาอยู่ในซอยหน่อย แต่ทำราคาได้เข้าถึงง่าย (219,000 บาท/ตร.ม.) ห้องเริ่มต้นไซส์ใหญ่ 50 ตร.ม. ยูนิตน้อย ได้ความเป็นส่วนตัวสูง แต่ก็แลกมากับค่าส่วนกลางที่จ่ายเยอะกว่าเพื่อนบ้านที่เป็นคอนโด High Rise ยูนิตเยอะในโซนเดียวกัน

 

พูดถึงในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ นอกจาก Park Lane ที่อยู่ภายในซอย เดินออกมาบริเวณปากซอยก็จะเจอ Major Cineplex เอกมัย หรือใครที่เพิ่งออกจาก BTS ก็เดินเข้า Gateway เอกมัยได้เลย ซึ่งภายในก็มีร้านให้เลือกช็อปปิ้งได้หลากหลาย ส่วนห้างใหญ่ๆใกล้กันก็มีห้างตระกูล Em อย่าง The Emporium , Emquartier และ Emsphere ที่อยู่ห่างออกไปแค่ 2 – 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นห้างที่ถือเป็น Iconic ของเมือง สำหรับสายชิลล์หรือ Hangout ทองหล่อ – เอกมัย จัดเป็นย่านไลฟ์สไตล์ที่มีความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมีทั้งร้านอาหารระดับ Hi – end , คาเฟ่ชิคๆ และบาร์ลับให้เลือกอยู่เพียบ

นอกจากเป็นแหล่ง Lifestyle คนเมือง ทำเลของโครงการยังจัดอยู่ในย่าน CBD รอบๆมีทั้งออฟฟิศขนาดใหญ่  , โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส , โรงเรียนนานาชาติเอกมัย , โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ เหมาะกับทั้งคนที่กำลังมองหาคอนโดใกล้ที่ทำงาน หรือครอบครัวที่อยากได้ที่อยู่อาศัยใกล้โรงเรียนให้ลูกๆ ซึ่งก็จะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางได้อีกเยอะเลยนะคะ

Image 1/3
ทางพิเศษฉลองรัช ห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กิโลเมตร

ทางพิเศษฉลองรัช ห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กิโลเมตร

การเดินทางเข้า – ออกโครงการจะใช้ถนนสุขุมวิทเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นถนนเส้นสำคัญที่ใช้ตัดผ่านเข้า – ออกใจกลางเมือง สำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัวในการเดินทาง จะใช้ถนนสุขุมวิทวิ่งยาวไปอ่อนนุช – บางนาก็ง่าย หรือใครทำงานอยู่ฝั่งอโศก – สีลมก็สามารถกลับรถวิ่งไปแค่ 3 กิโลเมตรก็ถึงแยกอโศกเลย โดยโครงการยังอยู่ใกล้ทางด่วนถึง 3 สาย เส้นที่ใกล้ที่สุดคือ ทางพิเศษฉลองรัช ขับเลยแยกพระโขนงมาหน่อยก็ถึงแล้ว ใช้วิ่งเข้า – ออกเมืองไปลงรามอินทรา – วัชรพล หรือพระราม 2 ได้เลย

ทางพิเศษเฉลิมมหานคร อยู่บนถนนพระราม 4 เราสามารถใช้ซอยสุขุมวิท 40 ซึ่งเป็นถนน oneway เพื่อลัดมาออกเส้นนี้ได้ ส่วนขากลับก็ใช้ซอยสุขุมวิท 42 ที่เป็นถนน oneway เช่นเดียวกันกลับเข้าโครงการ สุดท้ายคือ ทางพิเศษศรีรัช บนถนนกำแพงเพชรใช้วิ่งตรงไปลงแจ้งวัฒนะได้ แต่ต้องผ่านซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) เพื่อไปจุดขึ้น – ลง ซึ่งซอยนี้ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าการจราจรค่อนข้างติดขัด จึงทำให้ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางสักนิดนึงนะคะ หรือใครจะใช้ทางพิเศษฉลองรัชที่อยู่ใกล้สุดก็ได้ แค่ต้องจ่ายค่าผ่านทางเพิ่มเพื่อซื้อเวลาเท่านั้นเอง

Image 1/9
การเดินทางวันนี้เราใช้ BTS เอกมัย ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 450 เมตร

การเดินทางวันนี้เราใช้ BTS เอกมัย ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 450 เมตร

บรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการติดกับถนนซอยสุขุมวิท 61 ฝั่งตรงข้ามเป็น Community Mall

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

ที่ตั้งของโครงการ Via 61 (เวีย 61) จัดว่าอยู่ช่วงต้นซอยห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 200 เมตร จาก BTS เรามองว่ายังสามารถเดินได้นะคะ เมื่อเข้ามาในซอยทั้ง 2 ฝั่งจะมีฟุตบาทให้พอเดินสวนกันได้ ตรงกลางเป็นถนน 2 เลน การจราจรไม่แออัดเท่าซอยสุขุมวิท 63 เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความพลุกพล่าน รอบโครงการส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัย มีทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโด มีตึกสูงอยู่ซอยข้างๆ แต่ก็ไม่ได้ใกล้ในระยะประชิด ทำให้ไม่ได้เสียความเป็นส่วนตัว

  • ทิศเหนือ ติดกับ อาคารพักอาศัยสูง 3 – 7 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ อาคารแนวราบ , อาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยสุขุมวิท 61 , Park Lane
  • ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารแนวราบ , อาคารพักอาศัยสูง 36 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Park Lane เอกมัย ~ 10 เมตร
  • Major Cineplex สุขุมวิท ~ 160 เมตร
  • Gateway เอกมัย ~ 650 เมตร
  • Marché ทองหล่อ ~ 1.3 กิโลเมตร
  • เวิ้งโบราณ (Ekamai Shopping Mall) ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Eight ทองหล่อ ~ 1.7 กิโลเมตร
  • Seenspace ทองหล่อ ~ 2 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสสุขุมวิท ~ 750 เมตร
  • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ~ 2.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลคามิลเลียน ~ 2.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ~ 4 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • St. Andrews International School ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Trinity International School ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Ekamai International School ~ 2.3 กิโลเมตร
  • Adventist Ekamai School ~ 2.4 กิโลเมตร
  • Bangkok Prep International School ~ 3.5 กิโลเมตร

การเดินทาง

  • รถไฟฟ้า BTS เอกมัย ~ 450 เมตร
  • รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ ~ 750 เมตร
  • ทางด่วนพิเศษฉลองรัช ~ 2.8 กิโลเมตร
  • ทางด่วนพิเศษศรีรัชฯ ~ 5.7 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • โครงการเป็น Pet Allowed เลี้ยงสัตว์ได้แห่งเดียวในซอยสุขุมวิท 61
  •  ได้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยห้องพักอาศัยเพียง 57 ยูนิต
  • ที่จอดรถได้มากสุดถึง 115% หรือประมาณ 66 คัน (ที่จอดรถปกติ + Automatic Parking)

*มีการปรับแต่งภาพและบรรยากาศ (ลบสายไฟ , เสาไฟ) เพื่อใช้ประกอบการรีวิว*

Via 61 (เวีย 61) เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 61 จำนวนห้องพักอาศัยน้อยเพียง 57 ยูนิต ถือเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน จึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ประกอบกับบรรยากาศภายในซอยของโครงการที่มีความเงียบสงบแม้จะอยู่ใจกลางเมือง จัดเป็นทำเลที่หาได้ยาก จึงทำให้กลายเป็น Hidden gems แห่งหนึ่งของกรุงเทพเลยก็ว่าได้

ซึ่งโครงการก็ได้นำจุดเด่นในเรื่องนี้มาใช้ในการออกแบบด้วย ทำรูปทรงภายนอกที่แบ่งอาคารออกเป็นสองฝั่ง จากภายนอกดูปิดล้อมเป็นส่วนตัว แต่ภายในได้ Space เปิดโล่ง แตกต่างจากคอนโด Low Rise ทั่วไป วัสดุยังได้ความเรียบหรู สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบ Quiet Luxury ผ่านแนวคิด “Carve & Craft” สื่อได้ถึงความปราณีตตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการติดตั้ง ซึ่งปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ หากใครอยากรู้ว่าบรรยากาศด้านในจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปชมกันค่ะ

พามาชม Masterplan ของโครงการกันก่อน โดยอาคารจะแบ่งเป็นชั้นพักอาศัย 8 ชั้น และชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถ 1 ชั้น ประกอบด้วยที่จอดรถแบบ Automatic Parking 29 คัน และที่จอดรถใต้อาคาร 37 คัน คิดเป็นประมาณ 115% ถือว่าเพียงพอกับลูกบ้านจำนวน 57 ยูนิต การวางผังจากทางเข้า – ออกของโครงการจะอยู่ติดถนนซอยสุขุมวิท 61

ด้านหน้าจะไม่มีไม้กั้นกระดกหรือรั้วเปิด – ปิดบริเวณทางเข้า – ออก แต่จะมีเจ้าหน้าที่รปภ.คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ 24 ชั่วโมง ซึ่งการออกแบบทางเข้าด้านหน้าก็ถือเป็นจุดเด่นแรกของอาคารเลยนะคะ เพราะเข้ามาจะเจอกับฝ้าเพดานสูงถึง 5.30 เมตรให้ความรู้สึกโอ่อ่า โปร่งโล่ง ไม่เหมือนกับเป็นทางเข้าคอนโด Low Rise เลย

ฟังก์ชันชั้น 1 นอกจากที่จอดรถ ด้านในจะมี Lobby , ห้องนิติบุคคล (Juristic) ติดกันเป็นโถงลิฟต์โดยสารได้มา 2 ตัว ใช้ระบบ Face Scan ในการเข้า – ออกอาคาร ด้านข้างมี Pet Park ตอบโจทย์คอนโดที่เป็นแบบ Pet Allowed ที่ลูกบ้านสามารถพาน้องหมา , น้องแมวลงมาสูดอากาศ ยืดเส้น ยืดสายกันได้ ถึงขนาดจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีการจัดวางอุปกรณ์ที่คำนึงถึงการใช้งานของน้องๆได้ครบ มีทั้งมุมนั่งเล่นให้พักดื่มน้ำ มุมขับถ่าย และถังขยะอยู่ด้านใน รวมถึงมีรั้วกั้นป้องกันน้องๆวิ่งซนออกมาด้านนอกได้ด้วย

 

ทางเข้า – ออกโครงการติดกับถนนซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งเป็นถนน 2 เลน เรามองว่าการไม่มีไม้กั้นกระดกหรือรั้วก็ช่วยลดปัญหาการติดขัดเวลาเข้า – ออกได้นะคะ ส่วนในเรื่องความปลอดภัย ด้านหน้าก็มีป้อมรปภ. พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแล 24 ชั่วโมงเลย

จากหน้าซอยขับรถเข้ามาโครงการจะอยู่ฝั่งซ้าย มีป้ายชื่อ Via 61 อยู่ด้านหน้า และมีต้นโอลีฟขนาดใหญ่อายุกว่า 800 ปี เป็น Highlight โดย Facade ของอาคารกรุด้วย Azul Chisel Scratched แผ่นหินธรรมชาติที่มาช่วยเพิ่มลูกเล่นและความโดดเด่นให้กับทางเข้าของโครงการ

Image 1/8
บรรยากาศบริเวณทางเข้าโครงการติดกับซอยสุขุมวิท 61

บรรยากาศบริเวณทางเข้าโครงการติดกับซอยสุขุมวิท 61

นอกจากหินธรรมชาติ และแผ่นหิน Traverine ที่กรุ Facade ด้านบน เข้ามาจะเป็นโถงทางเข้าของอาคาร ได้เป็นฝ้าเพดานสูง 5.30 เมตร ผนังด้านข้างกรุด้วย Stone Veneer และ Aluminium Cladding สี Copper ตัดกันได้ลงตัว ตรงกลางเป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 15 เมตร ช่วยเปิดมุมมองภายในอาคารและทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี

ส่วนที่เราชอบก็คือ ถึงแม้จะเป็นโครงการขนาดเล็ก แต่ก็มีการแทรกพื้นที่สีเขียวมาให้หลายจุดๆ ทั้งรอบๆ รั้วโครงการและทางเดินระหว่างชั้น จึงทำให้ได้บรรยากาศร่มรื่น ซึ่งการแบ่งพื้นที่แบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นในคอนโด Low Rise ทั่วไปเท่าไรนะคะ โดยฟังก์ชันบริเวณ Court ใช้เป็นที่จอดรถ Outdoor เหมาะกับ Visitor ที่มาจอดแล้ววนออก ด้านข้างยังมีช่องจอด EV Charger  มาให้ 2 Lots อีกด้วย

Image 1/6
พื้นที่ใช้งานส่วนจอดรถภายในโครงการ

พื้นที่ใช้งานส่วนจอดรถภายในโครงการ

ที่จอดรถออกแบบให้ลดระดับจากทางเข้า ลงสู่พื้นที่จอดรถใต้อาคาร มีช่องจอด Automatic Parking รองรับอยู่ด้วย ด้านข้างเป็น Car Waiting Lounge ให้ลูกบ้านใช้นั่งพักคอยระหว่างรอรถได้ การออกแบบ Lighting ด้านนอกใช้ฝ้าแบบ Backlit เพิ่มความมีมิติ และทำให้แสงสว่างกระจายได้อย่างทั่วถึง ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ใน Luxury Garage เลย

Image 1/2
ช่องจอดรถแบบ Automatic Parking

ช่องจอดรถแบบ Automatic Parking

ที่จอดรถ Automatic Parking เป็น Super Square Parking System รองรับได้ทั้งหมด 29 ช่องจอด ใช้คีย์การ์ดในการแตะเพื่อเรียกรับรถ จากใน Car Waiting Lounge จะมีจอภาพให้ดูด้วยว่ารถของเราอยู่ตำแหน่งไหน และจะใช้เวลาเท่าไรในการรอ ซึ่งระบบนี้ถือเป็นระบบใหม่ ช่องจอดเป็นถาดสี่เหลี่ยมสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าการหมุนของถาดวงกลม รวมถึงมีโปรแกรมค้นหาเส้นทางขนถ่ายรถที่รวดเร็ว ทำให้ระยะเวลาในการรอรถสั้นลง

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานบริเวณทางเข้า Lobby และ Pet Park

พื้นที่ใช้งานบริเวณทางเข้า Lobby และ Pet Park

ทางเข้า Lobby อยู่ตรงกลางโครงการ ด้านหน้ามีพื้นที่ให้นั่งพักคอย เชื่อมต่อกับโซน Pet Park เป็นมุมให้ลูกบ้านพาน้องหมา น้องแมวลงมาสูดอากาศ ยืดเส้นยืดสายกันได้ โดยขนาดอาจจะได้มาไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีการจัดวางอุปกรณ์ที่คำนึงถึงการใช้งานของน้องๆได้ครบ มีทั้งมุมนั่งเล่นให้พักดื่มน้ำ มุมขับถ่าย และถังขยะอยู่ด้านใน รวมถึงมีรั้วกั้นป้องกันน้องๆ วิ่งซนออกมาด้านนอกได้ด้วย

Lobby ของโครงการเป็นโถงรับรองที่เชื่อมต่อกับลิฟต์โดยสาร และมีห้องนิติบุคคลอยู่ในโซนเดียวกัน ทำให้การใช้งานค่อนข้างสะดวก ด้านข้างออกแบบเป็นผนังกระจก เปิดรับแสงธรรมชาติ มองออกไปเห็นวิวสวนด้านนอกได้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด

งานตกแต่งเลือกใช้โทนหินอ่อนสีครีม ผนังเป็น Fluted Moleanos Marble ผิวลูกฟูก ช่วยเพิ่มมิติให้กับโถงทางเข้า ส่วนพื้นปูเป็นลวดลายต่อเนื่องแบบ Jigsaw Pattern ทำให้พื้นที่ใช้งานดูมีลูกเล่นมากขึ้น

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมองเห็น Shape ของอาคารที่แบ่งเป็น 2 ฝั่งได้ชัดเจนขึ้น โดยชั้นนี้จะเป็นชั้นเริ่มของส่วนพักอาศัย หน้าห้องส่วนใหญ่จะหันขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง ทำให้ภายในห้องไม่ร้อน  โดยอาคารฝั่งซ้ายจะเป็นแปลนแบบ Typical คือตำแหน่งและรูปแบบห้องจะเหมือนกันตั้งแต่ชั้น 2 – 5 มีห้องให้เลือกคือ 1 Bedroom , 2 Bedroom และ 2 Bedroom Extra ซึ่งมีจำนวนยูนิตเยอะสุดในโครงการ

ส่วนอาคารฝั่งขวา จากที่จอดรถสามารถใช้บันไดหนีไฟขึ้นมาได้ สำหรับลูกบ้านที่อยู่ชั้น 2 ลงไปซื้อของ – รับของ แล้วไม่อยากเดินไปขึ้นลิฟต์ ซึ่งก่อนจะเข้าส่วนห้องพักอาศัยทางฝั่งซ้ายจะมีประตูกั้นอีกชั้น ต้องสแกนหน้าก่อนเข้า – ออก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยทางเดินตรงกลางออกแบบมาค่อนข้างกว้าง มีหน้าต่างเปิดระบายอากาศมาให้หลายจุด รวมถึงมีการแทรกพื้นที่สีเขียวมาให้ทุก 2 ชั้น ช่วยเพิ่มความร่มรื่น

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร

บรรยากาศบริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร

แปลนห้องพักอาศัยชั้น 3 – 5

Image 1/3
3rd Floor Plan : Via 61 (เวีย 61)

3rd Floor Plan : Via 61 (เวีย 61)

ชั้น 3 – 5 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยทั้ง 2 ฝั่ง จากโถงลิฟต์ที่อยู่บริเวณกึ่งกลางอาคาร ทำให้ระยะเดินไปห้องพักอาศัยถือว่าไม่ไกลนัก โดยอาคารฝั่งซ้ายจะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 8 ยูนิต จัดวาง Layout และรูปแบบห้องเหมือนกันจนถึงชั้น 5 ส่วนอาคารฝั่งขวาถือว่าได้ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะมีห้องพักอาศัยเพียงชั้นละ 2 – 3 ยูนิต มีห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedroom และ 2 Bedroom Extra ให้เลือก และที่ชั้น 5 จะมีเพียง 1 ยูนิตเป็นห้อง Penthouse ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่ถึง 188.75 ตร.ม.

Image 1/2
6th Floor Plan : Via 61 (เวีย 61)

6th Floor Plan : Via 61 (เวีย 61)

ชั้น 6 เป็นห้องพักอาศัยทั้งสองฝั่ง อาคารฝั่งขวามีห้อง 1 Bedroom ให้เลือก 3 ยูนิต ได้ทางเดินแบบ Single Corridor เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว เปิดประตูมาไม่ชนกับใคร ฝั่งซ้ายเพิ่ม Combine Unit มา 1 ตำแหน่ง ได้พื้นที่ใช้สอย 150.75 ตร.ม.

ชั้น 7 อาคารฝั่งขวาจะกลายเป็นห้องงานระบบรองรับพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 8 ซึ่งอาจจะส่งผลในเรื่องเสียงต่อห้องที่อยู่ชั้นล่าง หากใครอยากได้ห้อง 1 Bedroom ชั้น 6 อาจจะต้องมาดูบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจนะคะ

 

ชั้น 8 เป็นชั้นที่มีจำนวนยูนิตน้อยที่สุดเพียง 3 ยูนิต และเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ โดยรูปแบบห้องจะประกอบด้วย Penthouse , 3 Bedroom และแอบมีห้อง 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้นอยู่ที่ชั้นนี้ด้วยนะ ซึ่งเรามองว่าเป็นยูนิตที่ค่อนข้าง Rare Item เลยนะคะ ทั้งได้ความเป็นส่วนตัว เดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ง่าย และยังได้วิวมุมสูงอีกด้วย

Image 1/4
บรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 8

บรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 8

เดินออกมาจากลิฟต์จะเจอโถงต้อนรับที่ให้บรรยากาศอบอุ่น โปร่งโล่ง โดยพื้นที่ส่วนกลางชั้นนี้ออกแบบให้ใช้งานได้ทั้งโซน Indoor และโซน Outdoor วัสดุหลักเลือกใช้หินอ่อน ทำให้ภาพรวมดูสว่างและสบายตา ขณะที่โต๊ะกลางใช้หินอ่อนสีแดง (Rouge de France) มาตัดโทน ช่วยเพิ่มจุดเด่นและความมีชีวิตชีวา ฟังก์ชันใช้เป็นพื้นที่นั่งทำงานหรือประชุมกลุ่มแบบเล็กๆ ได้ ด้านข้างตกแต่งด้วยภาพประติมากรรมนูนต่ำ นำเข้าจากอิตาลี

Image 1/6
บรรยากาศ Sky Lounge บนชั้น 8

บรรยากาศ Sky Lounge บนชั้น 8

Sky Lounge ได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีการจัดโซฟาหลายรูปแบบ รองรับทั้งการใช้งานคนเดียวและแบบกลุ่ม จะนั่งเล่น พักผ่อน หรือใช้เป็นพื้นที่ทำงานก็ได้ วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้อง Travertine สลับกับกระเบื้องลายไม้ จัดวางเป็น Craft Floor Pattern ช่วยให้พื้นที่ดูมีมิติ สามารถแบ่งโซนใช้งานได้เป็นสัดส่วน โดยที่ไม่ต้องกั้นห้อง

Image 1/7
บรรยากาศ Private Dining บนชั้น 8

บรรยากาศ Private Dining บนชั้น 8

ถัดมาเป็น Private Dining ลูกบ้านสามารถจองใช้งานได้ รองรับทั้งการจัดเลี้ยงเล็ก ๆ หรือเชิญเชฟภายนอกเข้ามาทำอาหาร ภายในมีการเตรียม Pantry ไว้ให้ใช้งานครบ ทั้งตู้เย็นและเตาอบ เหมาะกับการอุ่นอาหารหรือเตรียมเมนูง่าย ๆ ตรงกลางวางโต๊ะทานอาหารรองรับได้ประมาณ 6 ที่นั่ง ส่วนวัสดุเลือกใช้หินอ่อน โดยเคาน์เตอร์เป็น Calacatta Marina ช่วยให้ภาพรวมดูเรียบหรู เหมือนอยู่ในร้านอาหาร

Image 1/4
บรรยากาศ Meeting Room บนชั้น 8

บรรยากาศ Meeting Room บนชั้น 8

Meeting Room เป็นห้องที่เชื่อมต่อกับ Private Dining ได้ โดยมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นตรงกลาง สามารถจองแยกกันหรือรวมกันเพื่อเปิดใช้งานเป็นพื้นที่เดียวกันได้ ภายในจัดห้องประชุมพร้อมจอไว้ให้ ใช้นั่งคุยงานประชุมเป็นกลุ่ม 6 – 8 คน ได้ความเป็นส่วนตัว

Image 1/5
โถงทางเดินเชื่อมต่อไปส่วนพักอาศัยบนชั้น 8

โถงทางเดินเชื่อมต่อไปส่วนพักอาศัยบนชั้น 8

ชั้น 8 มีห้องน้ำส่วนกลางอยู่ใกล้กับ Gym โดยจะแยกชาย – หญิงชัดเจน ด้านในมี Smart Locker ไว้ให้ใช้เก็บของใช้ส่วนตัวหรือเสื้อผ้าได้ และมีห้องอาบน้ำไว้รองรับอยู่ด้วย รวมถึงมีห้องน้ำผู้พิการ ภายในออกแบบตามหลัก Universal Design มีทั้งราวจับและพื้นที่ใช้งานที่รองรับการเคลื่อนไหวได้สะดวก ซึ่งราวพยุงนี้เป็นแบบสั่งทำพิเศษ นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากดีไซน์สวยงาม ยังสามารถพับเก็บได้ ไม่เกะกะเวลาไม่ใช้งาน

Gym อยู่ติดกับทางเข้าส่วนพักอาศัย ภายในจัดอุปกรณ์มาให้ครบทั้งโซน Weight Training และ Cardio จาก Technogym บรรยากาศโดยรวมเน้นโทนไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ขณะที่ผนังด้านข้างเป็นกระจก Full Height ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง เปิดรับวิวด้านนอกได้เต็มที่

Image 1/3
บรรยากาศโถงทางเดินบนชั้น 8

บรรยากาศโถงทางเดินบนชั้น 8

ทางเดินบนชั้น 8 เชื่อมต่ออาคารสองฝั่ง โดยฝั่งด้านหน้าโครงการชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางแบบ Outdoor มีห้องน้ำ Powder Room และพื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระ ใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องเดินไกล

สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลืออยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ได้บรรยากาศโปร่งโล่งรอบด้าน ใกล้เคียงมีอาคารสูงอยู่บ้าง แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด โดยความยาวของสระได้มาประมาณ 15.60×4.30 เมตร ใช้ว่ายออกกำลังแบบจริงจังได้ แล้วยังมีมุม Jacuzzi ในร่มให้นั่งนวดผ่อนคลายสบายๆ ได้ด้วย

Image 1/8
บรรยากาศโดยรอบสระว่ายน้ำบนชั้น 8 ของโครงการ

บรรยากาศโดยรอบสระว่ายน้ำบนชั้น 8 ของโครงการ

พื้นที่รอบๆ สระว่ายน้ำจัดเป็นมุมนั่งเล่นได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะนั่งพักผ่อนหรือเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างวัน รอบๆ ตกแต่งด้วยต้นไม้มาให้หลายจุด ทั้งไม้พุ่มและไม้ใหญ่ ช่วยเพิ่มความร่มรื่น ผ่อนคลาย แม้จะอยู่ในโซนใจกลางเมือง

Image 1/6
บรรยากาศ Rooftop Terrace และ Sansiri Backyard ของโครงการ

บรรยากาศ Rooftop Terrace และ Sansiri Backyard ของโครงการ

ขึ้นบันไดมาจะเจอกับ Rooftop Terrace ของโครงการ นอกจากจะมีมุมนั่งเล่น ไว้ขึ้นมาชมวิวพักผ่อนแล้ว ยังมี Sansiri Backyard โซนพืชผักสวนครัว ที่ลูกบ้านสามารถขึ้นมาเก็บไปรับประทานได้ พร้อมมีโต๊ะยาวและมุม Pantry เหมาะกับการขึ้นมานั่งทานอาหารเบาๆ หรือจัดกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มแบบเล็กๆ ได้

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Pet Park
  • Car Waiting Lounge
  • Sky Lounge
  • Private Dining
  • Meeting Room
  • Gym
  • Rooftop Terrace
  • Sky Pool
  • Jacuzzi Seat / Bed
  • Sansiri Backyard
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • ที่จอดรถประมาณ 66 คัน คิดเป็น 115% แบ่งเป็นที่จอด Automatic Parking 29 คัน และที่จอดปกติ 37 คัน
  • การเข้า – ออกโครงการ ดูแลโดยรปภ. และรปภจะเป็นคนควบคุมรั้วรางเลื่อนในเวลาหลัง 22.00 น.
  • จุดบริการ EV Charger 2 จุด
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการใช้ระบบ Face Scan

แบบห้อง

Highlight

  • รูปแบบห้องเยอะ 1 Bedroom ไซส์ใหญ่ เริ่มต้น 50 ตร.ม.
  • ห้องหน้ากว้างทุกแบบ จัดฟังก์ชันได้เป็นสัดส่วน มีครัว Built – in พร้อม Island

โครงการ Via 61 (เวีย 61) เป็นคอนโด Low Rise ที่มีจำนวนยูนิตน้อย แต่มีรูปแบบห้องและ Layout ให้เลือกเยอะ  รองรับได้ทั้งคนที่อยากซื้อเพื่ออยู่อาศัยคนเดียว หรือจะอยู่กันเป็นครอบครัว 4 – 5 คนก็ได้สบายๆ การออกแบบเน้นเป็นห้องไซส์ใหญ่ หน้ากว้าง พื้นที่ใช้สอยภายในใช้งานได้เป็นสัดส่วน รูปแบบการขายเป็น Fully Fitted ในราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท* โดยรายละเอียดต่างๆจะมีดังต่อไปนี้

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 50.00 – 55.50 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอยภายใน 54.75 – 66.00 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 92.75 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอยภายใน 98.25 – 126 ตร.ม.
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 124.25 – 156.50 ตร.ม.
  • Penthouse พื้นที่ใช้สอยภายใน 186.50 – 188.75 ตร.ม.

วัสดุในห้อง

  • วัสดุพื้น : Hybrid Engineering Wood
  • Digital Door Lock ใช้งานได้ 5 ระบบ จากยี่ห้อ Philips
  • สวิตช์และปลั๊กไฟ จากยี่ห้อ Bticino (หรือเทียบเท่า)
  • ติดตั้งเครื่องปรับอากาศระบบ Concealed Type ในส่วนนั่งเล่น / Split Type ในห้องนอน สำหรับรูปแบบ 1 – 3 Bedroom / Penthouse ได้ระบบ Concealed Type ทั้งหมด

ห้องครัว

  • วัสดุพื้น : กระเบื้องพอร์ซเลน ลาย Travertine ขนาด 60×60 เซนติเมตร
  • ท็อปเคาน์เตอร์ & Backsplash : หินอ่อน รุ่น DIANA BEIGE (Penthouse : หินควอทซ์ รุ่น VIVID GREEN)
  • หน้าบานตู้กรุลามิเนต ลาย Brushed Bronze / Satin Beige
  • หน้าบาน Island กรุ PVC
  • Induction Hob , Hood , Sink จากยี่ห้อ Kuppersbusch (1 Bedroom : 2 Zone / 2 – 3 Bedroom : 4 Zone)

ห้องน้ำ

  • วัสดุพื้น : กระเบื้องพอร์ซเลน ลาย Travertine ขนาด 60×60 เซนติเมตร
  • สุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ* จากยี่ห้อ TOTO (ในห้องน้ำ Master Bedroom / Powder Room) ห้องน้ำอื่นๆ ได้โถสุขภัณฑ์จาก KOHLER
  • อ่างล้างมือ , ก็อกน้ำ , ฝักบัว , อ่างอาบน้ำ จาก KOHLER ติดตั้งมาพร้อมฉากกั้นอาบน้ำกระจก
  • ติดตั้งเครื่องทำร้อนจาก Stiebel Eltron

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

โครงการเป็นแบบ Pet Allowed หรือคอนโดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ทุกยูนิต แต่ก็มีการจำกัดจำนวนในแต่ละรูปแบบห้อง โดย 1 Bedroom สามารถเลี้ยงได้ 1 ตัว 2 Bedroom เลี้ยงได้ 2 ตัว 3 Bedroom เลี้ยงได้ 3 ตัว และ Penthouse เลี้ยงได้ถึง 4 ตัว แต่จะไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ปีก , สัตว์มีพิษ หรือสัตว์เลื้อยคลาน* นะคะ

 


1 Bedroom (1D) พื้นที่ใช้สอย 55.50 ตร.ม.

ห้องแรกที่เราจะพามาชมคือ รูปแบบห้อง 1 Bedroom (1D) หน้าห้องจะหันไปทางทิศเหนือ มีให้เลือกชั้นละ 1 ยูนิต ได้พื้นที่ใช้สอย 55.50 ตร.ม. ถือว่าได้มาค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในทองหล่อ – เอกมัยที่ส่วนใหญ่จะได้ห้องเริ่มต้นขนาดประมาณ 30.00 – 40.00 ตร.ม. ซึ่งเรามองว่าก็เหมาะกับคนที่อยากซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยแค่ 1 – 2 คน แต่อยากได้ห้องไซส์ใหญ่ ไม่ต้องแบ่งห้องเยอะ มีพื้นที่ใช้สอยภายในให้ใช้งานได้กว้างขวาง ชอบความโปร่งโล่ง

ซึ่ง Layout ของห้องนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์เลยนะคะ เพราะลักษณะแปลนได้เป็นแบบหน้ากว้าง ฟังก์ชันแบ่งเป็น 2 ฝั่งชัดเจน คือ Common Area ขนาดใหญ่ และห้องนอนที่ได้ไซส์มาเป็นแบบ Master Bedroom ในบ้านได้เลย มีพื้นที่วางเตียงนอนและ Walk – in Closet แยกเป็นสัดส่วน ห้องน้ำตรงกลาง ได้ประตู Double Access เข้า – ออกได้ทั้งจากภายในห้องน้ำและโถงนั่งเล่น สะดวกเวลาใช้รับแขก เจ้าของห้องก็ใช้งานได้แบบเป็นส่วนตัว ในห้องได้ครัวเปิด มาพร้อมเคาน์เตอร์ Built – in และ Island จากโครงการ ส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหารเชื่อมต่อกัน สามาถวางโซฟา 3 ที่นั่ง และโต๊ะทานข้าว 4 ที่นั่งได้แบบสบายๆ

 

ประตูห้องได้ขนาดมากว้างถึง 1.40 เมตร หน้าบานกรุผิวลามิเนตลายไม้ ความพิเศษอยู่ที่ประตูนี้สามารถเปิด – ปิดได้ทั้ง 2 ฝั่ง เวลาใช้งานปกติก็เปิดประตูบานใหญ่ ซึ่งโครงการติดตั้ง Digital Door Lock ที่สามารถใช้งานได้ 5 ระบบ (กดรหัส , คีย์การ์ด , สแกนลายนิ้วมือ , Bluetooth และ Application) จากยี่ห้อ Philips มาให้ ถ้าต้องขนของชิ้นใหญ่ๆ ก็สามารถเปิดประตูบานเล็กด้านข้างได้ด้วย โดยที่ประตูยังมีช่องไว้ให้นิตินำจดหมายมาเสียบไว้ให้ลูกบ้านได้ ไม่ต้องเสียเวลาลงไปติดต่อด้านล่างเลย

เข้ามาภายในห้องได้บรรยากาศโปร่งโล่ง ด้วยความสูงฝ้าเพดาน 2.65 เมตร และหน้าต่างกระจกแบบ Full Heigh สูงถึงฝ้า พื้นที่ใช้งานแบ่งเป็นส่วนนั่งเล่น , ทานข้าว , ครัว และห้องนอนแยกจากกันชัดเจน เชื่อมต่อกันได้ด้วยห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกับประตูทางเข้า วัสดุปูพื้นได้เป็น Hybrid Engineering Wood ซึ่งพัฒนามาจาก Engineering Wood เดิม ได้คุณสมบัติในเรื่องการทนต่อความชื้นและรอยขีดข่วนได้ดีกว่า ทั้งยังได้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง เหมาะกับห้องที่มีสัตว์เลี้ยงเลย

พื้นครัวปูมาให้เป็นกระเบื้องพอร์ซเลนลาย Travertine ขนาด 60×60 เซนติเมตร นอกจากจะดูสวยงามแล้ว ยังแข็งแรง ทนทาน ทำความสะอาดง่าย เหมาะสมกับการใช้งานในห้องครัว ที่อาจจะต้องโดนทั้งความร้อน ความชื้นและคราบสกปรก ส่วนเครื่องปรับอากาศส่วนนั่งเล่นโครงการจะติดตั้งให้เป็น Concealed Type ทุกแบบ ทำให้ดูเรียบร้อย สบายตา ทั้งยังทำงานได้เงียบ ปล่อยลมเย็นกระจายได้อย่างทั่วถึง

Image 1/12
พื้นที่ใช้งานครัวเปิด ภายในห้องตัวอย่าง 1 Bedroom

พื้นที่ใช้งานครัวเปิด ภายในห้องตัวอย่าง 1 Bedroom

ติดกับประตูทางเข้าเป็นพื้นที่ครัวแบบเปิด ได้ขนาดมากว้างขวาง ติดตั้งทั้งเคาน์เตอร์พร้อม Island ตรงกลางได้แบบสบายๆ วัสดุท็อปและ Backsplash เป็นหินอ่อนรุ่น DIANA BEIGE ซึ่งเป็นลวดลายที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความหรูหราเวลาใช้งาน

ด้านบนและด้านล่างติดตั้งตู้เก็บของบานเปิดมาให้ หน้าบานกรุด้วยลามิเนตผิว Brushed Bronze และ Satin Beige มีชั้นวาง , ถาดใส่ช้อนส้อม และถังขยะติดตั้งมาให้เรียบร้อย มีช่องใส่ไมโครเวฟ , เครื่องซักผ้า และตู้เย็น อุปกรณ์ในครัวได้ Induction Hob 2 เตา , Hood และอ่างล้างจานจาก Kuppersbusch ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องครัวระดับ Hi – end จากประเทศเยอรมนี

Image 1/4
พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร

พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร

ส่วนนั่งเล่นและทานข้าวเชื่อมต่อกันแบบ Open Plan สามารถขยับเฟอร์นิเจอร์หรือปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเพิ่มเองได้ ในห้องตัวอย่างวางเป็นโซฟา 3 ที่นั่ง และโต๊ะกลมทานข้าวพร้อมเก้าอี้ 4 ตัวได้สบายๆ โดยความกว้างของพื้นที่ใช้งานถ้าหักส่วนครัวแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 3.14×5.11 เมตร ก็ยังถือว่ากว้างขวาง ใช้งานสะดวกเลย

Image 1/6
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom

พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom

ถัดมาอีกฝั่งเป็นห้องน้ำอยู่ติดกับประตูทางเข้า ประตูได้เป็น Double Access เชื่อมต่อได้ทั้งจากส่วนนั่งเล่นและห้องนอนด้านใน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ลาย Travertine ขนาด 60×60 เซนติเมตร พื้นที่ใช้งานแยกส่วนเปียก – แห้งมาให้ชัดเจน อ่างล้างมือเป็นแบบฝังเคาน์เตอร์ และก็อกน้ำจาก KOHLER ตู้ด้านบนกรุกระจกเงา มีชั้นวางติดตั้งมาให้ พร้อมไฟตกแต่งเหมือนในห้องตัวอย่างเลย

ติดกันโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ* จากยี่ห้อ TOTO ส่วนอาบน้ำอยู่อีกฝั่งมีฉากกั้นกระจกติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ด้านในมีผักบัวทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower พื้นที่อาบน้ำได้มากว้างประมาณ 1.02×1.60 เมตร สำหรับคนชอบอาบน้ำอุ่นๆ ก็ไม่ต้องติดตั้งเครื่องเพิ่มให้เกะกะเลยนะคะ เพราะโครงการติดตั้งเครื่องทำร้อนมาให้แล้วจาก Stiebel Eltron

ห้องนอนจัดฟังก์ชันได้เหมือนห้อง Master Bedroom แบ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนวางเตียงนอนได้ 5 ฟุตกำลังดี อีกฝั่งเป็น Walk – in Closet แยกเป็นสัดส่วน สามารถ Built – in เป็นตู้เสื้อผ้าได้แบบเต็มผนัง พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนในห้องตัวอย่างได้เลย

Image 1/3
พื้นที่ใช้งานระเบียงด้านนอก

พื้นที่ใช้งานระเบียงด้านนอก

อีกฝั่งติดกับเตียงนอนเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน เปิดออกไปใช้งานระเบียงด้านนอกได้ วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้อง ดูสวยงาม ทนทาน จัดเป็นโซนซักล้างด้านนอกหรือตกแต่งเป็นมุมสวนไว้นั่งเล่นก็ได้ พื้นที่ใช้งานได้มากว้าง 1.19×2.88 เมตร ราวกันตกเป็นกระจกเปลือยช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง Condensing Unit มีประตูกั้นแยก ดูเรียบร้อย ไม่เปลืองพื้นที่ระเบียง

 


2 Bedroom (2A) พื้นที่ใช้สอย 92.75 ตร.ม.

ถัดมาเป็นรูปแบบห้อง 2 Bedroom (2A) ได้พื้นที่ใช้สอยมาถึง 92.75 ตร.ม. เหมาะกับครอบครัวขนาด 2 – 4 คนที่กำลังมองหาห้อง 2 Bedroom ไซส์ใหญ่ในย่านทองหล่อ – เอกมัย โดยฟังก์ชันได้มาเป็นแบบ 2 Bed 2 Bath แบ่งเป็นห้องน้ำกลางที่สามารถใช้ร่วมกันได้ และห้องน้ำที่อยู่ใน Master Bedroom ซึ่งจะมีอ่างอาบน้ำติดตั้งเพิ่มมาให้ด้วย

สำหรับครอบครัวพ่อ แม่ ลูกที่อยากซื้อไว้เป็นบ้านหลังที่ 2 ใช้อยู่ในช่วง Weekday เพื่อเดินทางไปเรียนหรือทำงานก็ถือว่าค่อนข้างเหมาะ เพราะพื้นที่ใช้สอยที่ได้แยกเป็นสัดส่วน และขนาดที่แทบจะใกล้เคียงกับบ้านเลย Common Area ได้มาขนาดใหญ่ วางโซฟารูปตัว L พร้อมโต๊ะทานข้าว 6 ที่นั่งได้เลย ภายในห้องนอนรองสามารถวางเตียงขนาด 3 – 5 ฟุต ด้านข้างจัดเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าได้ครบ ส่วนห้องนอนใหญ่ก็ได้ Walk – in Closet แยกเป็นสัดส่วนใช้งานสะดวก

Image 1/5
พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

ภายในห้องได้บรรยากาศคล้ายกับรูปแบบห้อง 1 Bedroom ก่อนหน้า แต่พื้นที่ใช้สอยจะเยอะกว่า ดูโปร่งโล่งขึ้น อย่างส่วนนั่งเล่นสามารถวางโซฟารูปตัว L พร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆ ส่วนรับประทานอาหารวางเป็นโต๊ะยาว 6 ที่นั่งได้ เหมาะกับครอบครัว 3 – 4 คน หรือเจ้าของห้องที่ชอบพื้นที่ใหญ่ๆ รับรองแขกได้เยอะ

Image 1/8
พื้นที่ใช้งานครัวเปิด ภายในห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

พื้นที่ใช้งานครัวเปิด ภายในห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

ครัวเป็นแบบเปิด เหมาะกับคนที่ไม่ได้เน้นทำอาหารหนักๆ เช่น ครัวฝรั่ง ที่ไม่มีกลิ่นแรง เคาน์เตอร์ได้ Built – in มาครบพร้อม Island จากโครงการ ได้เป็นรูปตัว L แบ่งเป็นพื้นที่ทำอาหาร เตรียมอาหารได้ วัสดุได้เหมือนห้อง 1 Bedroom ท็อปเคาน์เตอร์และ Backsplash เป็นหินอ่อนรุ่น DIANA BEIGE มี Induction Hob 4 เตา , Hood และอ่างล้างจานจาก Kuppersbusch

รูปแบบห้อง 2 Bedroom (2A) ได้ส่วนนั่งเล่นติดระเบียง ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง พื้นที่ใช้งานด้านนอกได้มากว้างประมาณ 1.25×4.40 เมตร

Image 1/8
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

ติดกับครัวเป็นห้องน้ำกลาง มีพื้นที่อาบน้ำรองรับอยู่ด้านใน พื้นที่ใช้งานแบ่งเป็นสองฝั่ง มีอ่างล้างมือ , โถสุขภัณฑ์ , สายฉีดชำระ และที่เก็บกระดาษทิชชู่จาก KOHLER พื้นที่อาบน้ำได้กว้างประมาณ 0.90×1.82 เมตร

ตรงข้ามเป็นห้องนอนรอง สามารถวางเตียงนอนขนาด 3 – 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าด้านข้าง จัดเป็นมุมแต่งตัวได้เลย

Image 1/3
พื้นที่ใช้งานภายในห้อง Master Bedroom

พื้นที่ใช้งานภายในห้อง Master Bedroom

ห้องนอนใหญ่ ได้บรรยากาศแบบ Master Bedroom ในบ้าน แบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นส่วนพักผ่อนวางเตียงนอน เหลือทางเดินได้รอบกว้างประมาณ 30 – 60 เซนติเมตร ปลายเตียงมีพื้นที่ให้วางโต๊ะหรือชั้นตั้งทีวีได้ ติดกับประตูทางเข้า Built – in เป็นตู้เสื้อผ้า เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว เดินใช้งานได้สะดวก

Image 1/8
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom

ห้องน้ำใน Master Bedroom อ่างล้างหน้าได้ขนาดใหญ่ขึ้น แบ่งเป็น His&Her ใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้เลย ภายในส่วนอาบน้ำได้ฝักบัวทั้ง Hand Shower และ Rain Shower  พื้นที่ยืนอาบกว้างประมาณ 0.89×1.05 เมตร นอกจากนี้ในห้องยังได้อ่างอาบน้ำแบบฝังจาก KOHLER มาด้วย ใช้นอนแช่น้ำเพื่อผ่อนคลายระหว่างวันได้สบายๆ

Image 1/3
1 Bedroom Plus (1E) พื้นที่ใช้สอยภายใน 54.75 ตร.ม.

1 Bedroom Plus (1E) พื้นที่ใช้สอยภายใน 54.75 ตร.ม.

  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอยภายใน 54.75 – 66.00 ตร.ม.

เป็นรูปแบบห้องที่ค่อนข้างได้รับความนิยม สำหรับคนที่ชอบความเป็นสัดส่วน สามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยในห้องไว้จัดฟังก์ชันเพิ่มเองได้ อย่างในโครงการนี้ก็สามารถทำเป็นห้องทำงานแยกโซนเป็นส่วนตัว เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ทำงานแบบ WFH หรือจะทำเป็นห้องของสัตว์เลี้ยงก็สามารถปรับเปลี่ยนได้สบายๆ โดยภายในห้องอเนกประสงค์จะได้หน้าต่างมาทุกห้อง ทำให้ได้บรรยากาศโปร่งโล่ง น้องหมา น้องแมวอยู่ได้ไม่อึดอัดนะ Layout ห้อง 1E – 1 F จะคล้ายกับรูปแบบห้อง 1 Bedroom เลย เพียงแต่ได้ห้องเพิ่มเข้ามา ส่วนห้อง 1G ได้แปลนเป็นแบบหน้ากว้าง มีห้องอเนกประสงค์อยู่ตรงกลาง ช่วยแบ่งพื้นที่ระหว่าง Common Area และห้องนอนที่เป็นส่วนพักผ่อน เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี

Image 1/5
2 Bedroom (2B) พื้นที่ใช้สอยภายใน 98.25 ตร.ม.

2 Bedroom (2B) พื้นที่ใช้สอยภายใน 98.25 ตร.ม.

  • 2 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอยภายใน 98.25 – 126 ตร.ม.

เป็นรูปแบบห้องที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดในโครงการ อย่างในห้อง 2B และ 2E จะได้พื้นที่รับประทานอาหารแยกเป็นสัดส่วน แต่ยังสามารถเดินเชื่อมต่อกับส่วนนั่งเล่นและครัวได้ง่าย โดยจุดเด่นของรูปแบบห้องนี้อยู่ที่ฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาอย่างห้องเก็บของ , ห้องน้ำ Powder Room ที่อยู่ด้านนอก และห้องนอนที่ได้ห้องน้ำแยกใช้งานในตัวทั้ง 2 ห้อง ซึ่งไซส์ของห้องนอนก็ได้มากว้างขวางใกล้เคียงกันเลย มีพื้นที่ให้จัด Walk – in Closet ได้ขนาดใหญ่ แตกต่างกันแค่ที่ห้องนึงจะได้อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าแบบ His&Her

Image 1/2
3 Bedroom (3A) พื้นที่ใช้สอยภายใน 124.25 ตร.ม.

3 Bedroom (3A) พื้นที่ใช้สอยภายใน 124.25 ตร.ม.

  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 124.25 – 156.50 ตร.ม.

เป็นรูปแบบห้องที่มีให้เลือกเพียง 2 ยูนิตอยู่บนชั้น 8 จะได้ 2 ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ได้ห้องน้ำในตัว และห้องนอนอีกห้องที่ใช้ห้องน้ำกลางบริเวณโถงด้านนอก ซึ่งจะมีส่วนอาบน้ำรองรับอยู่ด้วย จะใช้เป็นห้องนอนแขก หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานส่วนตัวอีกห้องก็ได้

Image 1/2
Penthouse 1 พื้นที่ใช้สอยภายใน 186.50 ตร.ม.

Penthouse 1 พื้นที่ใช้สอยภายใน 186.50 ตร.ม.

  • Penthouse พื้นที่ใช้สอยภายใน 186.50 – 188.75 ตร.ม.

เป็นรูปแบบห้องที่มีขนาดใหญ่สุดในโครงการ และถือเป็น Type ที่หายากในโซนนี้เลยนะคะ โดยฟังก์ชันจะประกอบด้วย Common Area ขนาดใหญ่ สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 8 – 10 ที่นั่งได้เลย ซึ่งสำหรับคนที่อยากได้ห้อง Penthouse ก็มักจะเป็นคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง การออกแบบจึงมีการแยกประตูทางเข้าห้องสำหรับเจ้าของห้องเองและประตูสำหรับแม่บ้าน ให้สามารถเดินใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องอ้อมผ่านส่วนนั่งเล่น อีกทั้งยังได้ห้องพักผ่อนส่วนตัวอยู่ติดกับครัวอีกด้วย พื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็นส่วนพักผ่อนและ Service ชัดเจน โถงกลางมีห้องน้ำ Powder Room ไว้รองรับการใช้งานของแขกได้ ส่วนห้องนอนจะได้มา 3 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้องเลย เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ใช้งานแยกกันเป็นส่วนตัว

ราคา

Via 61 (เวีย 61) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 27 เมษายน 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 50.00 – 55.50 ตร.ม.
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 6,000 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 35,000 บาท
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอยภายใน 54.75 – 66.00 ตร.ม.
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 6,570 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 38,325 บาท
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 92.75 ตร.ม. ตร.ม.
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 11,130 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 64,925 บาท
  • 2 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอยภายใน 98.25 – 126 ตร.ม.
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 11,790 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 68,775 บาท
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 124.25 – 156.50 ตร.ม.
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 14,910 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 86,975 บาท
  • Penthouse พื้นที่ใช้สอยภายใน 186.50 – 188.75 ตร.ม.
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 22,380 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 130,550 บาท
  • ราคาเริ่มต้น 12.9 – 55 ล้านบาท*
  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.65 เมตร
  • จองและทำสัญญา : 1 Bedroom จอง 100,000 บาท ทำสัญญา 200,000 บาท / 2 Bedroom จอง 300,000 บาท ทำสัญญา 300,000 บาท / 3 Bedroom จอง 500,000 บาท ทำสัญญา 500,000 บาท / Penthouse จอง 500,000 บาท
  • ทำสัญญา 1,000,000 บาท
  • ค่ากองทุน 700 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง ปีที่ 1 – 2 : 120 บาท/ตร.ม./เดือน ปีที่ 3 เป็นต้นไป : 142 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าแรกเข้าสำหรับสัตว์เลี้ยง 20,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรายปี 10,000 บาท/ปี
  • *อนุญาตให้เลี้ยงยูนิตละ 1 ตัว สูงไม่เกิน 15 นิ้วและหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม / ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ปีก , สัตว์มีพิษ , สัตว์เลื้อยคลาน*

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ

บทสรุป

ทำเล :

ที่ตั้งโครงการ Via 61 (เวีย 61) อยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 200 เมตร อยู่กึ่งกลางระหว่าง BTS ทองหล่อและเอกมัยประมาณ 500 – 700 เมตร ลักษณะซอยเป็นซอยตัน จัดเป็นย่านพักอาศัยที่มีคอนโดและบ้านเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าซอยหลักอย่างทองหล่อ เอกมัย เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว

ในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ฝั่งตรงข้ามเป็น Community Mall อย่าง Park Lane ให้เดินออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ง่าย อีกทั้งยังมีทางให้ทะลุไปซอยเอกมัยได้ สำหรับคนที่อยากไปเอ็นจอยกับย่าน Lifestyle หรือ Hangout นอกจากนี้รอบๆโครงการยังอยู่ใกล้ออฟฟิศขนาดใหญ่ , โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ตอบโจทย์คนที่อยากได้คอนโดใจกลางเมือง หรือผู้ปกครองที่กำลังมองหาบ้านหลังที่ 2 ไว้อยู่อาศัยช่วง Weekday จะเดินทางไปเรียนหรือไปทำงานก็ง่ายค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ :

โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคี่ ถึงจะอยู่บนเส้นฝั่งขาออก แต่จากปากซอยก็สามารถเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าเมืองหรือเลี้ยวขวาเพื่อออกนอกเมืองได้ ช่วยประหยัดเวลาในการกลับรถได้ดี โดยถนนหลักที่ใช้เข้า – ออกโครงการคือถนนสุขุมวิท ซึ่งถือเป็นถนนหลักที่ตัดผ่านใจกลางย่าน CBD และยังสามารถไปเชื่อมต่อกับถนนใหญ่ได้อีกหลายสาย ทั้งถนนพระราม 4 , อโศก , รัชดาภิเษก , เพชรบุรี และพัฒนาการ

หรือใครอยากจะเลี่ยงรถติดในการเดินทางก็สามารถไปใช้ทางด่วนได้ถึง 3 สาย ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการแค่ 2 – 7 กิโลเมตรเท่านั้น สะดวกกับคนที่ใช้รถส่วนตัวในการเดินทางทีเดียวค่ะ โดยโครงการยังมีที่จอดรถไว้รองรับถึง 108% จัดว่าให้มาเยอะ สำหรับโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

ส่วนตัวเรามองว่าจาก BTS เอกมัยสามารถเดินเข้าโครงการได้อยู่นะคะ (ระยะห่างจากโครงการประมาณ 450 เมตร) สำหรับใครที่ไม่ได้เร่งรีบมาก เพราะถนนและฟุตบาทในซอยค่อนข้างกว้างเลย อีกทั้งยังสามารถใช้ทางเชื่อมใน Major Cineplex เดินลัดได้ หรือใครเดินมาถึงหน้าซอยแล้วเหนื่อยก็มีวินมอเตอร์ไซต์ให้เรียกใช้ได้ค่ะ

วัสดุ :

รูปแบบการขายเป็น Fully Fitted ให้ชุดครัว Built – in , Island และเครื่องครัวอย่าง Hob , Hood , Sink จาก Kuppersbusch ในห้อง 1 Bedroom – 3 Bedroom ได้ท็อปและ Backsplash เป็นหินอ่อน ภายในห้องน้ำได้สุขภัณฑ์ครบจากยี่ห้อ KOHLER และ TOTO ซึ่งสเปคที่ได้จะเป็นแบบเดียวกับในห้อง Penthose เลย เพียงแต่วัสดุบางตัวจะมีการอัพเกรดให้ดูมีความหรูหรามากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับราคา ส่วนวัสดุพื้นได้เป็นกระเบื้อง Travertine และพื้น Hybrid Engineering Wood แยกพื้นที่การใช้งานได้ดี เครื่องปรับอากาศภายในห้องได้เป็น Concealed Type ในส่วนนั่งเล่นทุกยูนิต

การออกแบบ :

โครงการมีจำนวนยูนิตน้อยเพียง 57 ยูนิต เน้นห้องพื้นที่ใช้สอยเยอะ ได้ความโปร่งโล่งและเป็นส่วนตัวสูง เราชอบการออกแบบโครงการที่มีการหั่นอาคารออกเป็น 2 ฝั่ง ช่วยเพิ่มลูกเล่น ทำให้ไม่เป็นอาคารทึบเหมือนคอนโด Low Rise ทั่วไป ทั้งยังช่วยเปิดมุมมองให้ภายในอาคารได้ความโปร่งโล่ง รูปแบบห้องมีให้เลือกเยอะ ตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse ได้พื้นที่ใช้สอย 50.00 – 188.75 ตร.ม.

แปลนห้องได้เป็นหน้ากว้างเกือบทุกยูนิต มีบางห้องได้แปลนตอนลึก แต่ก็ยังดูกว้างขวาง ใช้งานสะดวก ห้องครัวเป็นแบบเปิดเหมาะกับบ้านที่ไม่ได้ชอบทำอาหารจริงจังมากนัก ภายในห้องได้ช่องแสงมาหลายจุด โดยเฉพาะแปลงมุมที่ได้เพิ่มในส่วนครัวและรับประทานอาหาร ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในคอนโดปัจจุบันเท่าไรนะคะ ส่วนห้อง 2 Bedroom จะมีทั้งแบบ 2 Bed 2 Bath และ 2 Bed 3 Bath ที่ได้ห้องน้ำในห้องนอนทุกห้อง และมีห้องน้ำ Powder Room มาให้ด้วย ส่วนห้อง 3 Bedroom และ Penthouse มีให้เลือกเพียงแบบละ 2 ยูนิต รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ 3 – 5 คนได้สบายๆ

สาธารณูปโภค :

ภาพรวมถือว่าจัดฟังก์ชันมาให้ครบครันตามาตรฐาน ทั้ง Lobby , Sky Lounge , Private Dining , Meeting Room , Gym , Rooftop Terrace , Sky Pool และ Pet Park ไว้รองรับน้องหมา น้องแมวได้ โดยฟังก์ชันหลักจะถูกยกขึ้นไปไว้บนชั้น 8 เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว และเปิดมุมมองให้ดูโปร่งโล่ง การออกแบบได้ความเรียบหรู สวยงาม น่าใช้งาน เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ ไม่พลุกพล่าน แต่ก็แลกมาด้วยค่าส่วนกลางที่สูงกว่าเพื่อนบ้านที่เป็นคอนโด High Rise ยูนิตเยอะในโซนเดียวกัน

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 219,000 บาท/ตร.ม., 27 เมษายน 2569

HIGH CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเล 8.5/10 ใจกลางทองหล่อ – เอกมัย , หาของกินง่าย ใกล้โรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง
เดินทางด้วยรถยนต์ 8/10 ใกล้ถนนใหญ่และทางด่วนถึง 3 สาย
เดินทางด้วยรถสาธารณะ 8/10 ใกล้ ​BTS เอกมัย หน้าซอยมีวินมอเตอร์ไซต์เรียกใช้ได้
วัสดุ 8/10 ขายแบบ Fully Fitted ให้วัสดุมาเหมาะสมกับการใช้งาน
การออกแบบ 8.5/10 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ รูปแบบห้องเยอะ ได้แปลนหน้ากว้าง ยูนิตน้อย เป็นส่วนตัวสูง
สาธารณูปโภค 8/10 มีพื้นที่ส่วนกลางรองรับสัตว์เลี้ยง , แชร์กับเพื่อนบ้าน 57 ยูนิตกำลังดี
รวมคะแนน 8.16 จาก 10 คะแนน

Via 61 (เวีย 61) ดีไหม?

Via 61 (เวีย 61) เป็นคอนโดหรูเลี้ยงสัตว์ได้ใจกลางทองหล่อ – เอกมัย เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดใจกลางเมือง แต่ยังอยากได้ความสงบ ไม่พลุกพล่าน ชอบคอนโด Low Rise ยูนิตน้อย ชอบที่มีรูปแบบห้องให้เลือกเยอะ ถูกใจครอบครัวที่กำลังมองหาที่พักอาศัยช่วง Weekday เพราะทำเลที่นอกจากจะอยู่ใกล้ BTS ในระยะเดินได้แล้ว ยังใกล้ทั้งแหล่ง Lifestyle ของย่าน  และโรงเรียนนานนาชาติหลายแห่ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้แบบครบครัน

ตัวอย่างโครงการ คอนโดในโซนเอกมัย –  ทองหล่อ

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่